จำนวน Repository ( 56 )
เจตคติต่อวิชาชีพคหกรรมศาสตร์ของนักศึกษา คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
The objective of this research is to study and find the relation between the attitudes towards hone economics profession of students of the faculty of home economics Technology Rajamangala University of Technology Phra Nakhon personal factor internal factor and external factor. the sampling group having been used is 310 undergraduate students of the faculty of home economics Technology Rajamangala University of Technology Phra Nakhon acquired by statified random sampling. tools used are questionnaires; data analysis by using descriptive statistics and inferential statistics.
การศึกษาการพัฒนาทักษะเกี่ยวกับการสอนวิชาชีพช่างอุตสาหกรรมด้านไฟฟ้า
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัญหาที่เกิดขึ้นในการฝึกประสบการณ์วิชาชีพที่เกี่ยวกับทักษะการสอน และทักษะที่นักศึกษาฝึกสอนนำไปใช้ในขณะฝึกสอน นักศึกษาส่วนให่เป็นเพศชาย จำนวน 22 คิดเป็นร้อยละ 100.00 มีอายุ 20 ปี จำนวน 15 คน คิดเป็นร้อยละ 68.18 รองลงมาอายุ 21 ปี จำนวน 10 คน คิดเป็นร้อยละ 45.45 มีวุฒิการศึกษาระดับ ปวส. จำนวน 22 คน คิดเป็นร้อยละ 100.00 จบการศึกษาจากสถานศึกษาในสังกัดรัฐบาล จำนวน 20 คน คิดเป็นร้อยละ 90.91 และเอกชน จำนวน 2 คน คิดเป็นร้อยละ 09.09 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่าง 201-2.50 จำนวน 21 คน คิดเป็นร้อยละ 95.45 และผงสัมฤทธิ์ทางการเรียน จบการศึกษาสายช่างอุตสาหกรรม จำนวน 22 คน คิดเป็นร้อยละ 100.00 มีภูมิลำเนาในเขตปริมณฑล จำนวน 4 คน คิดเป็นร้อยละ 18.18 ผู้ที่มีส่วนสำคัญในการตัดสินใจเลือกสาขา คือ ตัดสอนใจด้วยตนเอง จำนวน 10 คน คิดเป็นร้อยละ 45.45 รองลงมา บิดา มารดา และตัวท่านร่วมกัน จำนวน 6 คน คิดเป็นร้อยละ 27.27 และบิดา มารดาหรือผู้ปกครองมีรายได้ต่อเดือน ตั้งแต่ 20001-30000 บาท จำนวน 6 คนคิดเป็นร้อยละ 40.91 รองลงมา มีรายได้ตั้งแต่ 10001-20000 บาท จำนวน 6 คน คิดเป็นร้อยละ 27.27 ผลการวิจัยนักศึกาามีความคิดเห็นต่อทักษะที่ใช้ในขณะฝึกสอนและทักษะที่นำมาใช้ในขณะฝึกสอน นั้น นักศึกษาใช้ทักษะต่างๆ สำหรบการสอนวิชาชีพช่างอุตสาหกรรมด้านไฟฟ้าในขณะฝึกสอน โดยรวมอยู่ในระดับมาก และนักศึกษามีความคิดเห็นในการนำทักษะต่างๆมาใช้ในขณะฝึกสอน ได้แก่ ทักษะการกระตุ้น ทักษะการเสริมแรง และทักษะการนำเข้าสู่บทเรียน สำหรับทักษะที่ควรนำมาใช้ในขณะฝึกสอน นักศึกษาส่วนใหญ่มีความคิดเห็น ว่าทักษะที่ควรนำมาใช้ในขณะฝึกสอน ได้แก่ ทักษะการอธิบายบทเรียน ทักษะการเสริมแรง ทักษะการกระตุ้น
การประเมินผลหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต สาขาวิชาชีพครูคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
The purpose to this research was to assessment the graduate Diploma Program of Teaching Profession at Rajamangala University of Technology Phra Nakhon Faculty of Industrial Education of the curriculum used. Research population consisted of graduate students diploma degree graduate their superiors and instructors. Simple random sampling gave the sample size of 549 people were selected from purposive sampling. The research tools were a questionnaire and a focus group discussion recording form. Data analysis employed basic statistics of frequency mean and percentage including content analysis for qualitative data. The findings of this research were as follows: 1) Primary components of the curriculum were suitable at high level. 2) Course structure and content was suitable at high level. 3) Characteristics of lecturers were suitable at high level.4) Instructional and evaluation activities were suitable at high level. 5) Factors contributing to the teaching of the course were also found suitable at high level. On the contrary Journals related to inadequate service and problems of withdrawal teaching materials. However the curriculum development should be updated to suit the needs of society and science is always developing.
การศึกษาความคิดเห็นในการออกกลางคันของนักศึกษาหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้นโรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร
การวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความคิดเห็นในการออกกลางคันของนักศึกษาหลักสูตรวิชาชีพ ระยะสั้นโรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร โดยกลุ่มประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักศึกษาสาขาวิชา อาหารและโภชนาการที่ออกกลางคัน ทั้งหมด จำนวน 123 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถาม มาตราส่วนประมาณค่ามี 5 ระดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการ วิจัย พบว่า สาเหตุด้านความพร้อมของนักศึกษา ความคิดเห็นโดยรวมอยู่ในอันดับสูงสุด เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า สาเหตุของการออกกลางคัน คือ เวลาการทำงานมีผลกระทบต่อการเรียน สาเหตุด้านสิ่งแวดล้อม พบว่า ความคิดเห็นโดยรวมอยู่ในอันดับที่ 2 เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า สาเหตุของการออกกลางคัน คือ ห้องเรียนมี จำนวนผู้เรียนมากเกินไป สาเหตุด้านหลักสูตร พบว่า ความคิดเห็นโดยรวมอยู่ในอันดับที่ 3 เมื่อพิจารณาเป็นราย ข้อ พบว่า สาเหตุของการออกกลางคัน คือ หลักสูตรมีจำนวนชั่วโมงเรียนน้อยไม่สามารถนำไปใช้ทดสอบมาตรฐาน ฝีมือแรงงานได้ สาเหตุด้านความพร้อมของผู้สอน พบว่า ความคิดเห็นโดยรวมอยู่ในอันดับสุดท้าย เมื่อพิจารณา เป็นรายข้อ พบว่า สาเหตุของการออกกลางคัน คือ ผู้สอนมีการลาหยุดงานเพื่อไปประชุมหรือสัมมนาบ่อยครั้ง
การพัฒนาบทเรียนแบบโปรแกรมเรื่องโครงสร้างอะตอมและการจัดเรียงอิเล็กตรอนสำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพของบทเรียนแบบโปรแกรมเรื่องโครงสร้าง อะตอมและการจัดเรียงอิเล็กตรอนให้ได้ตามเกณฑ์ร้อยละ 75/75 และหาคะแนนความก้าวหน้าในการเรียนด้วย บทเรียนแบบโปรแกรม กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ สาขาวิชาช่างอิเล็กทรอนิกส์ และ สาขาวิชาช่างไฟฟ้า ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2552 ของวิทยาลัยเทคนิคสตูล 15 คน โดยเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ บทเรียนแบบโปรแกรมเรื่องโครงสร้างอะตอมและการจัดเรียงอิเล็กตรอน และแบบ ทดสอบที่มีค่าความเที่ยง 0.83 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ผลการวิจัยปรากฏว่า บทเรียน แบบโปรแกรมเรื่องโครงสร้างอะตอมและการจัดเรียงอิเล็กตรอนมีประสิทธิภาพ 74.91/73.35 และคะแนน ความก้าวหน้าในด้วยบทเรียนแบบโปรแกรมเป็นร้อยละ 34.00