จำนวน Repository ( 644 )

การพัฒนาบุคลิกภาพเกี่ยวกับความเป็นครูของนักศึกษาสาขาวิชา วิศวกรรมเครื่องกล
การพัฒนาบุคลิกภาพเกี่ยวกับความเป็นครูของนักศึกษาสาขาวิชา วิศวกรรมเครื่องกล

This survey research has a purpose to study the personality of students at the Mechanical Engineering Department Faculty of Industrial Education Rajamangkala University of Technology Phranakhon. The improvement of test questionnaire 16 PF (Sixteen Personality Test ) of Raymond B. Cat Resort from the total of 108 students who using a tiered Iandscape sampling (Stratified Random Sampling). Students from Mechanical Engineering. Tools used in evaluation of research data using a questionnaire and data analysis methods.Calculate overall percentage of arithmetic mean (arithmetic mean) on median comparisons t-test and F-test of students personality areas. Research results can be summarized as follows. 1. Personality with a teacher of mechanical cngineering students by age showed that all of the moderates.The average of the maximum a person is sincere and guileless disclosed. 2. Personality with a teacher of mechanical engineering students by age is found that the older students have different personality. And students over 27 years pf age are not timid than courageous. Students aged belwecn 23-27 years. 3 Personality on a teachers student in meehanical engineering disciplines. Ievels by an average score found that students with different rate lcvcls. It is a personality who loves to collect dissociation. Different found that students with grade lowcr than the2.00 level as people like humility. Different Found that students with grade between2.01 to 2.99 4.Personality on a teachers student in mechanical engineering disciplines. by classs year study.shows.students leam in diflcrent class years are.Pcrsonality is about people like humility and Dissociate diflerent. 5. Personality with a teacher of mcchanical engineering students by class year to find a more different pair were found about a person who loves to collect. Dissociate it. Students who study in year1 class who likes to collect. Dissociate more. Students studying in year 3 th but this year found that about understanding Students learn in class at 1year in higher than intellect. students studying in year 3th years.

2555
การพัฒนาประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์จากงานจริง
การพัฒนาประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์จากงานจริง

การวิจัยครั้งนี้มีจุดประสงค์ 1 ) เพื่อพัฒนาการจัดกระบวนการการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์จากงานจริง ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังการเรียนด้วยกิจกรรมการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ และ 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักศึกษาที่ได้รับการพัฒนาประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์จากงานจริงกลุ่มตัวอย่างเป็นนักศึกษาสาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ชั้นปีที่ 2 คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2551 จำนวน 32 คน โดยเลือกแบบเจาะจง (Purposive sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ กิจกรรมการเรียนรู้จากประสบการณ์เกี่ยวกับการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ในหน่วยการเรียนเรื่อง คำสั่งควบคุมโปรแกรม แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และแบบประเมินความพึงพอใจของนักศึกษาที่ได้รับการพัฒนาประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์จากงานจริง สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าดัชนี ประสิทธิผล (The Effectiveness Index; EI) และ t-test on Samples Group ผลการวิจัยพบว่า 1. ประสิทธิภาพของกิจกรรมการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่พัฒนาขึ้น เท่ากับ 81.46/88.33 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่ตั้งไว้ 2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนหลังเรียนด้วยกิจกรรมการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 3. นักศึกษาที่เรียนด้วยกิจกรรมการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ นักศึกษามีระดับความพึงพอใจโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าการพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์โดออาศัยหลักการการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง ทำให้ผู้เรียนได้รับการฝึกฝนและพัมนาทักษะในการทำงานร่วมกับผู้อื่น การแก้ปัญหาการตัดสินใจ การแสวงหาความรู้ใหม่และการยอมรับซึ่งกันและกัน สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้นักเรียนเรียนรู้อย่างมีความสุขพร้อม ๆ กับการพัฒนาความดีงามและความรู้ความสามารถในการนำไปใช้งานต่อไป

2555
การศึกษาการพัฒนาทักษะเกี่ยวกับการสอนวิชาชีพช่างอุตสาหกรรมด้านไฟฟ้า
การศึกษาการพัฒนาทักษะเกี่ยวกับการสอนวิชาชีพช่างอุตสาหกรรมด้านไฟฟ้า

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัญหาที่เกิดขึ้นในการฝึกประสบการณ์วิชาชีพที่เกี่ยวกับทักษะการสอน และทักษะที่นักศึกษาฝึกสอนนำไปใช้ในขณะฝึกสอน นักศึกษาส่วนให่เป็นเพศชาย จำนวน 22 คิดเป็นร้อยละ 100.00 มีอายุ 20 ปี จำนวน 15 คน คิดเป็นร้อยละ 68.18 รองลงมาอายุ 21 ปี จำนวน 10 คน คิดเป็นร้อยละ 45.45 มีวุฒิการศึกษาระดับ ปวส. จำนวน 22 คน คิดเป็นร้อยละ 100.00 จบการศึกษาจากสถานศึกษาในสังกัดรัฐบาล จำนวน 20 คน คิดเป็นร้อยละ 90.91 และเอกชน จำนวน 2 คน คิดเป็นร้อยละ 09.09 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่าง 201-2.50 จำนวน 21 คน คิดเป็นร้อยละ 95.45 และผงสัมฤทธิ์ทางการเรียน จบการศึกษาสายช่างอุตสาหกรรม จำนวน 22 คน คิดเป็นร้อยละ 100.00 มีภูมิลำเนาในเขตปริมณฑล จำนวน 4 คน คิดเป็นร้อยละ 18.18 ผู้ที่มีส่วนสำคัญในการตัดสินใจเลือกสาขา คือ ตัดสอนใจด้วยตนเอง จำนวน 10 คน คิดเป็นร้อยละ 45.45 รองลงมา บิดา มารดา และตัวท่านร่วมกัน จำนวน 6 คน คิดเป็นร้อยละ 27.27 และบิดา มารดาหรือผู้ปกครองมีรายได้ต่อเดือน ตั้งแต่ 20001-30000 บาท จำนวน 6 คนคิดเป็นร้อยละ 40.91 รองลงมา มีรายได้ตั้งแต่ 10001-20000 บาท จำนวน 6 คน คิดเป็นร้อยละ 27.27 ผลการวิจัยนักศึกาามีความคิดเห็นต่อทักษะที่ใช้ในขณะฝึกสอนและทักษะที่นำมาใช้ในขณะฝึกสอน นั้น นักศึกษาใช้ทักษะต่างๆ สำหรบการสอนวิชาชีพช่างอุตสาหกรรมด้านไฟฟ้าในขณะฝึกสอน โดยรวมอยู่ในระดับมาก และนักศึกษามีความคิดเห็นในการนำทักษะต่างๆมาใช้ในขณะฝึกสอน ได้แก่ ทักษะการกระตุ้น ทักษะการเสริมแรง และทักษะการนำเข้าสู่บทเรียน สำหรับทักษะที่ควรนำมาใช้ในขณะฝึกสอน นักศึกษาส่วนใหญ่มีความคิดเห็น ว่าทักษะที่ควรนำมาใช้ในขณะฝึกสอน ได้แก่ ทักษะการอธิบายบทเรียน ทักษะการเสริมแรง ทักษะการกระตุ้น

2555
การพัฒนาเครื่องมือวัดอัตราการเกิดสนิมของเหล็กเสริมในคอนกรีตโดยใช้หลักการความต้านทานโพลาไลน์เซชั่นเชิงเส้น
การพัฒนาเครื่องมือวัดอัตราการเกิดสนิมของเหล็กเสริมในคอนกรีตโดยใช้หลักการความต้านทานโพลาไลน์เซชั่นเชิงเส้น

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในงานวัดอัตราการเป็นสนิมของโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กโดยทั่วไป มักจะได้รับผลกระทบจากการเกิดสนิมของเหล็กเป็นส่วนมากเป็นผลให้กำลังของโครงสร้างคอนกรีตลดน้อยมีการพบการเสื่อมสภาพของโครงสร้างจากเหล็กเสริมเป็นสนิมอย่างแพร่หลายโดยเฉพาะโครงสร้างที่อยู่บริเวณชายฝั่งทะเล โดยสาเหตุสำคัญส่วนใหญ่ที่ทำให้เกิดสนิมมักเกิดจากคลอไรด์ซึมผ่านคอนกรีตเข้าไปถึงเหล็กเสริมและเมื่อคลอไรด์ซึมผ่านเข้าไปในคอนกรีตจนถึงระดับของเหล็กเสริม มีปริมาณมากเพียงพอก็จะทำลายฟิล์มที่ป้องกันที่ผิวเหล็กเสริม และทำให้โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กนั้นเกิดสนิมสะสมเพิ่มขึ้นเพียงพอที่จะทำให้เกิดหน่วยแรงและดันให้คอนกรีตเกิดความเสียหายเป็นผลทำให้กำลังของโครงสร้างลดน้อยลงจนไม่สามารถรับกำลังได้อีกและโครงสร้างจะเกิดการวิบัติในภายหลัง

2555
การพัฒนาแปรรูปผลิตภัณฑ์จากเส้นใยตะไคร้
การพัฒนาแปรรูปผลิตภัณฑ์จากเส้นใยตะไคร้

This research deals with paper production from lemongrass and producing a model product. The lemongrass was boiled in sodium hydroxide solution 400 grams per litre of water at 80 – 100 degrees Celsius for 3 hours. The separated fibre was then bleached with chlorine solution 20% per lemongrass fibre 1 kilogram per water 1 litre. Finally paper pulp was scooped for paper formation and lemongrass fibre paper was soaked with flame retardant 10% for 10 minutes at room temperatures. The physical properties of the paper were tested – mass per unit length longitudinal and cross section burn tearing strength absorption and heat resistance. This research was conducted by cutting lemongrass leaves to a uniform length boiling them to separate the fibres for toughness with high strength: the longer the lemongrass leaves the greater the strength. The dirt mixed was removed by boiling the separated fibre. To achieve quality standards the products should be designed analyzed evaluated and modeling. Sampling group evaluation were used to help develop lemongrass fibre products for commercial production using natural resource with maximum cost benefit and technology transfer to the target group. The result of this research was to develop and process home furnishing accessories and souvenirs such as lamps photo frames paper boxes tissue box and souvenirs. The procedure for this research was to analyze the satisfaction level of trainees from Sridonpai Dumnoen Saduak District Ratchaburi community and interested groups amd found that the service provided by officer trainer service processing and accommodation were on average of high level (X = 4.45 4.35 4.22 and 4.42 ordering)

2555