จำนวน Repository ( 173 )

การพัฒนาสมรรถนะที่จำเป็นด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับบัณฑิตใหม่ก่อนเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย
การพัฒนาสมรรถนะที่จำเป็นด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับบัณฑิตใหม่ก่อนเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย

The purposes of this study was to investigate the essential component of software development competency for new graduates before entering the Thai software industry sectors and to develop training courses software development competency. The sample of this study consisted of 402 software’s entrepreneurs and 30 new graduates in software development. The instruments used in research were questionnaire in-depth interview and the assessment of the satisfaction of trainees. The statistics used for data analysis were arithmetic mean standard deviation and Exploratory Factor Analysis (EFA). The findings of the data analysis indicate that there are seven competency factors: the software development on mobile devices individual factor for software career software testing and presentation use of software development tool knowledge of business process for software development concept of software development and English for communication and ASEAN knowledge. A software development on mobile devices was the most important competencies for software industry and therefore the training for new graduates was set up based on Application Development on Android. In addition the participants were satisfied with the training at very good level.

2560
การประเมินประสิทธิภาพเชิงเทคนิค และความเหมาะสมทางด้านเศรษฐศาสตร์ สำหรับการผสมผสานอุปกรณ์ปรับปรุงสัญญาณฮาร์มอนิกในโรงงานอุตสาหกรรม
การประเมินประสิทธิภาพเชิงเทคนิค และความเหมาะสมทางด้านเศรษฐศาสตร์ สำหรับการผสมผสานอุปกรณ์ปรับปรุงสัญญาณฮาร์มอนิกในโรงงานอุตสาหกรรม

This thesis proposes technical performance evaluation and economic decence for the combination of harmonic correction devices in Industry. Currently an electronic device is popularly applied in power network. Although it is a higher performance device than the existing device it still causes the power quality issues and then network failure. Especially harmonic disturbance in the network it is a harmonic source that generates harmonic current into the network. Many types and solutions are available in the present time therefore the suitable and optimal financial solution must be considered. A network model for the analysis of harmonic correction devices suitable solutions and optimal financial has been established in the simulation software that bases on the power and Break Even Point (BEP) equations. The results of analysis shown that the performance of harmonic correction devices suitable solution and BEP of investment in match to the using of a detuned filter bank and an active harmonic filter (case 8) thus these information will be valued for the end-user.

2560
การวิเคราะห์แรงดัน ไฟฟ้าที่ผลกระทบต่อการใช้พลังงาน ของโรงงานอุตสาหกรรมต้นทางที่ระดับแรงดัน 22 กิโลโวลต์
การวิเคราะห์แรงดัน ไฟฟ้าที่ผลกระทบต่อการใช้พลังงาน ของโรงงานอุตสาหกรรมต้นทางที่ระดับแรงดัน 22 กิโลโวลต์

This thesis presents a method of compare the reducing high voltage source more than necessary to the pilot study two plants in case of load near power station the same distance but different. There are 2 methods first method reducing the voltage by adjusting tap transformer. Other method installed by voltage equipment. Regulator in a factory used 2 methods for measured the value of voltage before&after and continued to reduce the voltage until minimum loading that this factory can normal operate. From two trials we found that reducing the voltage by installation voltage regulator/voltage equipment can save more energy cost 10.23% than adjusting tap transformer that can save only 4.66%. And analysis of Specific Energy Consumption (SEC) by reducing the voltage level of the industry. Energy consumption kWh per 1 output (plastic bottles) Then lower from 0.119 kWh per 1 bottle remaining 0.089 kWh per 1 bottle This is in line with the energy analysis that main control electric power.

2560
การศึกษาวิจัยตลาดแรงงานกับการก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 ของคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มทร.พระนคร
การศึกษาวิจัยตลาดแรงงานกับการก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 ของคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มทร.พระนคร

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนของคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ในการก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงาน 2) เพื่อศึกษาแนวโน้มอาชีพของแรงงานกับการก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 ของคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร และ 3) เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับตลาดแรงงานกับการก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 ของคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร กลุ่มตัวอย่างได้แก่ สถานประกอบที่นักศึกษาของคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมออกฝึกงานทางวิชาชีพ ในภาคเรียนที่ ฤดูร้อน ปีการศึกษา 2558 ทั้ง 5 สาขาวิชา จำนวน 30 บริษัท/โรงงาน และสถานศึกษาที่นักศึกษาออกฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2559 จำนวน 30 สถานศึกษา ซึ่งทำการสุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ แบบสอบถามความพึงพอใจของผู้บังคับบัญชา/ผู้จ้างที่มีต่อบัณฑิต และแบบสอบถามสอบความต้องการสมรรถนะที่พึงประสงค์ของสถานประกอบการ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า 1. ผลการวิเคราะห์สภาพการจัดการเรียนการสอนของคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ในการก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงาน พบว่า หลักสูตรที่เปิดการเรียนการสอนของคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม เมื่อนักศึกษาจบไปสามารถไปปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากผลการระดับความพึงพอใจของผู้บังคับบัญชา/ผู้จ้างที่มีต่อบัณฑิต ซึ่งหลักสูตรที่ผู้บังคับบัญชา/ผู้จ้างที่มีต่อบัณฑิตมีความพึงพอใจมากที่สุด ได้แก่ หลักสูตรครุศาสตร์อุตสาหกรรมบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล หลักสูตรครุศาสตร์อุตสาหกรรมบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า หลักสูตรอุตสาหกรรมศาสตร์บัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมอุตสาหการ และหลักสูตรอุตสาหกรรมศาสตร์บัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า ตามลำดับ 2. ผลการวิเคราะห์แนวโน้มอาชีพของแรงงานกับการก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 ของคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร พบว่า ยุคการก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 มีการนำระบบดิจิตอลเป็นหัวใจสาคัญ ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงจากโรบอติก เชื่อมโยงโลก ต้องการแรงงานทักษะ แต่ลดการใช้แรงงานทั่วไป ตาม 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายที่เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ เกี่ยวกับหุ่นยนต์เพื่ออุตสาหกรรม อุตสาหกรรมการขนส่งและการบิน อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ และอุตสาหกรรมดิจิทัล 3. ผลการวิเคราะห์แนวทางการพัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับตลาดแรงงานกับการก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 ของคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร พบว่า คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม ควรมีการปรับปรุงหลักสูตรที่ทันสมัย มีการนำเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาประยุกต์ใช้ในเนื้อหาวิชา เพื่อให้นักศึกษาเกิดการเรียนรู้ที่หลากหลาย และเน้น Soft Skill เพื่อทันต่อสังคมในปัจจุบัน เน้นคุณธรรมจริยธรรม มีการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างทันท่วงที

2560
พัฒนาอิฐประสานจากวัสดุคอมโพสิทดินลูกรังผสมพลาสติกเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมก่อสร้าง
พัฒนาอิฐประสานจากวัสดุคอมโพสิทดินลูกรังผสมพลาสติกเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมก่อสร้าง

จากการทดลองวิจัยพบว่าดินลูกรัง ที่ใช้ในการททำวิจัยเป็นดินชั้นคุณภาพ A4 ประเภทของดินทรายแป้ง (Silty Soils) โดยมีอัตราส่วนผ่านตะแกรงเบอร์ 4 เทากับ 99.20% อัตราส่วนผ่านตะแกรงเบอร์ 10 เทากับ 96.20% อัตราส่วนผ่านตะแกรงเบอร์ 40 เทากับ 92.34% และอัตราส่วนผ่านตะแกรงเบอร์ 200 เทากับ 72.08% ดินลูกรังมีค่าพิกัด Atterberg พิกัดเหลว (Liquid Limit) เทากับ 17.49% พิกัดพลาสติก (Plastic Limit) เทากับ 15.08 % และดัชนีมวลดิน (Plasticity Index) เทากับ 2.41% องค์ประกอบทางเคมีของดินลูกรังพบว่าดินลูกรังมีซิลิกอน ออกไซด์ (SiO2) อลูมิน่า ออกไซด์ (Al2O3) ไอรอน ออกไซด์ (Fe2O3) เป็น 58.60 % 25.50% 13.00% ตามลำดับและพบสารประกอบ Silicon Oxide (SiO2) : Quartz ดินลูกรังมีผลการทดสอบหาความหนาแน่นปรากฏมีค่า 2.69 g/cm3 ความถ่วงจำเพาะ 2.32 ค่า Loss on Ignition 3.43 % การกระจายตัวของขนาดอนุภาค 28.42 μmขนาดรูพรุน 42.62 μm และพรุน ตัว 47.74% การขึ้นรูปตามอัตราส่วนของ ดินลูกรัง – พลาสติก ที่ดินลูกรัง 100% 90% และ80% ไม่สามารถอัดขึ้นรูปได้เนื่องจากดินมีมวลที่ละเอียดเมื่อขึ้นรูปจะไม่เกิดการยึดเกาะระหว่างมวลกับพลาสติกดังรูปในตารางและอัตราส่วนดินลูกรังตังแต่ 70%-0%สามารถขึ้นรูปได้สมบูรณ์ ตัวอย่างทดสอบดินลูกรัง-พลาสติกที่มีกำลังอัดสูงขึ้นตามเวลาที่ทำการกำ เนื่องจากวัสดุ HDPE มีความเหนียวและยืดหยุ่นทำให้วัสดุทดสอบไม่มีการแตกหักแต่จะเปลี่ยนรูปตามแรงที่กระทำ ซึ้งพบว่าดินลูกรังผสมพลาสติกเมื่อเพิ่มปริมาณพลาสติกมากขึ้นกำลังรับแรงเพิ่มตามสำดับผู้ใช้ควรเลือกใช้ตามความเหมาะสมกับงาน ปริมาณดินลูกรัง 50% ขึ้นไปตัวอย่างจบน้ำและปริมาณดินลูกรังตำกว่า 50% ก้อนตัวอย่างทดสอบลอยน้ำ ตัวอย่างสามารถดูซึมน้ำได้น้อยกว่า 30% ทุก ตัวอย่างที่สามารถขึ้นรูปได้ ซึ้งสามารถนำไปใช้ในงานก่อสร้างได้ ดินลูกรังผสมปลาสติกไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงปริมาตรหรือเกิดน้อยมาก ซึ้งเป็นคุณสมบัติที่ดีของวัสดุก่อสร้าง ผลการทดสอบด้วยกล้องขยายกำลัง 50x พบว่าดินลูกรังสามารถขึ้นรูปได้ด้วยการประสานของพลาสติกโดยยิงมีอัตราสวนของพลาสติกมากยิงทำให้มีความสามารยึดเกาะขึ้นรูปและกำลังได้ดีตามไปด้วย

2560