จำนวน Repository ( 145 )
ปัจจัยด้านบุคคลที่มีผลต่อการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ (วินัยแห่งการเรียนรู้ 5 ประการ) ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
This research has been aimed to study learning organization levels on five learning disciplines at Rajamangala University of Technology Phra Nakhon and individuals factors affecting the five learning disciplines. the samples were 400 Rajamangala University of Technology Phra Nakhon lectures and staff selected by stratified random sampling. Questionnaires were administered to collect data which were statistically analyzed and compared using the percentage standard deviation and hypothesis testing by t-test and One-Way ANOVA. the statistical significance level was set at the 0.05 The result of the study indicated that the level of the learning organization (five learning disciplines) of Rajamangala University of Technology Phra Nakhon (RMUTP) in the overall as well as the individual aspect was high. the highest aspect was mental models followed by systems thinking and team learning respectively. the hypothesis testing revealed that the personnel working at the organization with different educational levels positions and work tenure did not differ at the significance level of 0.05 in terma of RMUTP learning organiattion (five learning disciplines) Conclusinos from the hypothesis testing yielded that personal factors including work units deucational levels positions and work tenure rejected every hypothesis due to the fact that RMUTP employees no matter differences in terms of work units educational levels job titles or duration of operation were always active to improve their work ability. The research results also suggested that RMUTP personnel always kept on learning improving themselves and tracking down the information and knowledge. they were also able to transfer that through information technology stystem which could be accessed easily via various channels. strong teamwork was also an organizational culture. executives vision had been transferred to the staff members which could be seen form the overall highly-ranked results in every aspect. they commented that the knowledge management center was effective. moreover.every work unit had organized its own work content and stored it on the websites to be easily accessible for other involving units. the universith encouraged the staff by giving rewards to any outstanding units for their best practices as this could signify as a model for other units to apply the knowledge in their respective departments for achieving continuously sustainable learning organization in the future.
การสร้างและหาประสิทธิภาพชุดทดลองเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้วิชากลศาสตร์ของไหล
The Experiment Set of Pipe’s Loss Flow is intended to design and create a trial version of the loss of flow in the pipe and the objective is to find the speed of the flow through the pipe by reading the difference of pressure The Experiment Set of Pipe’s Loss Flow is equipped with the structure of a width of 86 centimeters long 120 cm high 171 centimeters and have a trial version which contains the water pump the Centrifugal pump size 0.5 HP 220 – 240 volt 1 set. The tanks for trial 28 liters
ความต้องการของนักศึกษาที่มีต่อสื่อการเรียนรู้ในการศึกษายุคดิจิทัลของ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาความต้องการของนักศึกษาที่มีต่อสื่อการเรียนรู้ในการศึกษายุคดิจิทัลของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร และ 2) เพื่อเปรียบเทียบความต้องการสื่อการเรียนรู้ที่มีลักษณะรายวิชาที่เกี่ยวกับการทฤษฎีและการปฏิบัติในการศึกษายุคดิจิทัลของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร โดยจำแนกตามเพศ และคณะที่กำลังศึกษา กลุ่มตัวอย่างได้แก่ นักศึกษาของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร 9 คณะ จำนวน 380 คน ซึ่งทำการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นภูมิและในแต่ละชั้นภูมิใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบมีระบบ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ แบบสอบถามเกี่ยวกับความต้องการของนักศึกษาที่มีต่อสื่อการเรียนรู้ในการศึกษายุคดิจิทัลของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์ความแปรแปรวนแบบทางเดียว (One-way ANOVA) เมื่อพบความแตกต่างจะทำไปทดสอบเปรียบเทียบรายคู่โดยใช้วิธีของเซฟเฟ่ (Scheffe’s) ผลการวิจัยพบว่า 1. ผลการวิเคราะห์ความต้องการของนักศึกษาที่มีต่อสื่อการเรียนรู้ในการศึกษายุคดิจิทัลของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร พบว่า ความต้องการสื่อการเรียนรู้ที่มีลักษณะรายวิชาที่เกี่ยวกับการทฤษฎี และการปฏิบัติ ในการศึกษายุคดิจิทัลของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาแต่ละลักษณะรายวิชาทฤษฎี พบว่า ความต้องการสื่อการเรียนรู้ในการศึกษายุคดิจิทัล อันดับที่ 1 สื่อการสอนและเทคโนโลยีเว็บ ได้แก่ คอมพิวเตอร์ช่วยสอน CAI E-book และ E-Learning อันดับที่ 2 สื่อสังคม ได้แก่ YouTube Google+ และ Google Classroom และอันดับที่ 3 สื่ออิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ แบบจำลองสถานการณ์ Tablet และหุ่นจำลอง สำหรับลักษณะรายวิชาปฏิบัติ พบว่า ความต้องการสื่อการเรียนรู้ในการศึกษายุคดิจิทัล อันดับที่ 1 สื่อสังคม ได้แก่ Facebook Google Classroom และYouTube อันดับที่ 2 สื่ออิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ E-Training E-Learning และคอมพิวเตอร์ช่วยสอน CAI และอันดับที่ 3 สื่อการสอนและเทคโนโลยีเว็บ ได้แก่ หุ่นจำลอง แบบจำลองสถานการณ์ และเกมส์ Kahoot กระดานอัจฉริยะ 2. ผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบความต้องการสื่อการเรียนรู้ที่มีลักษณะรายวิชาที่เกี่ยวกับการปฏิบัติ และการทฤษฎี ในการศึกษายุคดิจิทัลของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร โดยจำแนกตามเพศ คณะที่กำลังศึกษา พบว่า ความต้องการสื่อการเรียนรู้ที่มีลักษณะรายวิชาทฤษฎีและปฏิบัติ ในการศึกษายุคดิจิทัลของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนครจำแนกตามเพศ โดยรวม ข และรายด้านไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ สำหรับความต้องการสื่อการเรียนรู้ที่มีลักษณะ รายวิชาทฤษฎีและปฏิบัติ ในการศึกษายุคดิจิทัลของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร จำแนกตามคณะที่กำลังศึกษา โดยรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 เมื่อ พิจารณารายด้าน พบว่า สื่อการเรียนรู้แต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสิถิติที่ระดับ 0.05
การส่งเสริมการเรียนรู้เทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตในทุกสิ่งผ่านสะเต็มศึกษาเพื่อการก้าวสู่มหาวิทยาลัยดิจิทัล
ตามที่รัฐบาลได้ให้ความสาคัญต่อการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีส่งเสริมในนโยบายพัฒนากาลังคนภายในประเทศ โดยได้บูรณาการการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษา (STEM Education : Science Technology Engineering and Mathematics Education) ในการจัดการศึกษาในทุกระดับเพื่อมุ่งหวังในการผลิตกาลังคนทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี ให้คนไทยสามารถแข่งขันในระดับโลกได้นั้น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนครได้กาหนดเป้าหมายให้สอดคล้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศและนโยบายของรัฐบาล โดยกาหนดยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยให้เป็นมหาวิทยาลัยดิจิทัล (Digital University) ส่งผลให้มีการนาเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาใช้ในการจัดการเรียนการสอน เฉกเช่นเดียวกับการนาเอาเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตในทุกสิ่ง (Internet of Things) มาใช้ในงานวิจัยนี้ ด้วยเล็งเห็นถึงความสาคัญของการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษาและเทคโนโลยีดังกล่าว ผู้วิจัยจึงได้ศึกษาการเรียนรู้เทคโนโลยี IoT ผ่านการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษาโดยแบ่งการวิจัยเป็น 3 ส่วนคือ 1. ทางการเรียนการอบรมด้วยเทคโนโลยี IoT ผ่านการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษาจานวน 17 หน่วยเรียนและทาการทดสอบเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเทคโนโลยี IoT ด้วยสะเต็มศึกษาของนักศึกษาก่อนและหลังเรียนจานวน 2 ครั้งซึ่งผลปรากฎว่า นักศึกษามีค่าเฉลี่ยหลังเรียนสูงขึ้นหลังเรียนในทั้งสองครั้ง นอกจากนี้ยังได้เปรียบเทียบคะแนนก่อนและหลังการเรียนทั้งสองครั้งโดยใช้ค่าสถิติ t-test dependent พบว่า ผลการสอบนักศึกษามีคะแนนสูงขึ้นอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 (การทดสอบครั้งที่ 1 และ 2 มีค่า Sig.เท่ากันคือ .000) แสดงให้เห็นว่าการจัดการเรียนการสอนแบบสะเต็มส่งผลดีต่อคะแนนสอบของนักศึกษา 2. นักศึกษาสามารถพัฒนาโครงการสารสนเทศด้านเทคโนโลยี IoT ได้หลังจากอบรมเทคโนโลยี IoT ด้วยสะเต็มศึกษาจานวน 5 โครงการภายใต้คาแนะนาของอาจารย์ผู้สอนและประเมินคุณภาพโครงการด้วยการประเมินตามสภาพจริง (Authentic Assessment) จากผู้เชี่ยวชาญสามคนและทุกโครงการได้ผลคะแนนคุณภาพอยู่ในระดับ “ดี” 3. การทดสอบเพื่อวัดเจตคติของนักศึกษาต่อการพัฒนาโครงการสารสนเทศหลังจากอบรมเทคโนโลยี IoT ด้วยสะเต็มศึกษา ผลปรากฎว่า นักศึกษา “เห็นด้วย” ในการจัดกิจกรรมดังกล่าวโดยมีค่าระดับคะแนนที่ 4.21 จากผลการวิจัยดังกล่าว ผู้วิจัยได้พัฒนา “โมเดลการพัฒนาโครงการสารสนเทศด้วยเทคโนโลยี IoT ผ่านการจัดการเรียนการสอนแบบสะเต็มศึกษา” ซึ่งบูรณาการมาจากการเรียนรู้แบบสะเต็ม เทคโนโลยีสารสนเทศและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง และการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานอีกด้วย
ปัจจัยที่ส่งผลต่อความต้องการเรียนรู้สื่อเทคโนโลยีของผู้สูงอายุในยุคหลอมรวมเทคโนโลยี
The objectives of this research to investigate 1) the level of elderly acceptance of technology and support. 2) Individual factors influence the elderly learning. The quantitative approach was applied by using questionnaire in data collection. Data was collected from 320 elderly people. Descriptive and inference statistics were used: percentage mean standard deviation Pearson correlation and multiply regression analysis. The findings indicates that there is the highest level of elderly acceptance of technology and support. The elderly people also use the Internet mainly to communicate with others followed by watching movies and listening to music. The most important technology support for the elderly is the Internet and computer use in a public place such as library hospital and elderly center with an expert encouragement. Provide knowledge and skills for the elderly using technology is the second most important technology support. Factors influencing the elderly learning in technology media are as follows: 1) Individual factors: the level of education occupation current salary and computer experience. This factor can explain the influence is 24.6 percent. 2) The elderly acceptance of technology 3) Technological support for the elderly. These two factors can explain the influence is 39.7 percent.