จำนวน Repository ( 2131 )
การพัฒนาระบบเทียบโอนรายวิชาในสถาบันอุดมศึกษา
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ พัฒนาระบบการเทียนโอนรายวิชาในสถาบัน อุดมศึกษา หาประสิทธิภาพของระบบการเทียบโอนรายวิชาตามหลักสูตรครุศาสตร์อุตสาหกรรมบัณฑิต สาขาวิชาเครื่องกล (หลักสูตรใหม่ 2550) ผ่านระบบอินเตอร์เน็ต และหาความพึงพอใจของกลุ่มตัวอย่างที่มีต่อการใช้งานการเทียบโอนรายวิชา ผ่านระบบอินเตอร์เน็ต เครื่องมือที่ใช้สำหรับทดสอบหาคุณภาพโปรแกรม คือ แบบประเมิน ซึ่งแบบประเมินนี้เองได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้กับผู้เชี่ยวชาญ และกลุ่มตัวอย่าง ซึ่งการเก็บรวบรวมข้อมูลในโครงงานนี้ ได้แบ่งลักษณะการเก็บข้อมูลออกได้ 2 ด้าน คือ ด้านคุณภาพ และความพึงพอใจของผู้ใช้ ซึ่งหัวข้อในการประเมินออกเป็น 3 หัวข้อ มีรายละเอียดดังนี้ 1. ด้านรูปแบบของโปรแกรม 2. ด้านการใช้งานของโปรแกรมและอุปกรณ์ 3. ด้านประสิทธิภาพโปรแกรม จากผลของการวิเคราะห์ข้อมูลด้านรูปแบบโปรแกรม ของระบบการเทียบโอนรายวิชาตามหลักสูตรครุศาสตร์อุตสาหกรรมบัณฑิต (หลักสูตรใหม่ 2550) ผ่านระบบอินเตอร์เน็ต จากผู้เชี่ยวชาญ พบว่ามีค่าเฉลี่ย 4.77 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ดีมาก และ S.D.0.38 แสดงว่า ผู้เชี่ยวชาญมีความเห็นตรงกันว่าระบบการเทียบโอนราย วิชา ตามหลักสูตรครุศาสตร์อุตสาหกรรมบัณฑิต สาขาวิชาเครื่องกล (หลักสูตรใหม่ 2550) ผ่านระบบอินเตอร์เน็ตมีคุณภาพดีมาก ผลของการวิเคราะห์ข้อมูลการใช้งานของโปรแกรมและอุปกรณ์ของระบบการเทียบโอนายวิชา ตามหลักสูตรครุศาสตร์อุตสาหกรรมบัณฑิต สาขาวิชาเครื่องกล (หลักสูตรใหม่ 2550) ผ่านระบบอินเตอร์เน็ตจากผู้เชี่ยวชาญ พบว่ามีค่าเฉลี่ย 4.13 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ดี และ S.D. 0.57 แสดงว่า ผู้เชี่ยวชาญมีความเห็นตรงกันว่าระบบการเทียบโอนรายวิชาตามหลักสูตรครุศาสตร์อุตสาหกรรมบัณฑิต สาขาวิชาเครื่องกล (หลักสูตรใหม่ 2550) ผ่านระบบอินเตอร์เน็ต มีคุณภาพดี ผลของการวิเคราะห์ข้อมูลด้านประสิทธิภาพโปรแกรมของระบบการเทียบโอนรายวิชาตามหลักสูตรครุศาสตร์อุตสาหกรรมบัณฑิต สาขาวิชาเครื่องกล (หลักสูตรใหม่ 2550) ผ่านระบบอินเตอร์เน็ต จากผู้เชี่ยวชาญ พบว่ามีค่าเฉลี่ย 4.50 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ดีมาก และ S.D. 0.57 แสดงว่าผู้เชี่ยวชาญมีความเห็นตรงกันว่าระบบการเทียบโอนรายวิชาตามหลักสูตรมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนครผ่านระบบอินเตอร์เน็ต มีคุณภาพดีมาก สามารถนำเสนอได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แนวทางการพัฒนาวินัยนักศึกษาตามความคิดเห็นของบุคลากรสายวิชาการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
การวิจัยเรื่องแนวทางการพัฒนาวินัยนักศึกษาตามความคิดเห็นของบุคลากรสายวิชาการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาวินัยนักศึกษาตามความคิดเห็นของบุคลากรสายวิชาการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร กลุ่มตัวอย่างเป็นอาจารย์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร 9 คณะ ที่ปฏิบัติงานในปี 2555 จานวน 230 คน ได้มาจากตารางกาหนดขนาดตัวอย่างตาราง Krejcie&Morgan เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลในการวิจัยครั้งนี้ คือ แบบสอบถามความคิดเห็นของบุคลากรสายวิชาการเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาวินัยของนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร 4 ด้าน ได้แก่ ด้านการแต่งกาย ด้านการตรงต่อเวลา ด้านความสะอาด ด้านการแสดงความเคารพ และด้านการปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของ มทร.พระนคร สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ (Mean) และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ผลการวิจัยพบว่า แนวทางการพัฒนาวินัยของนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร 4 ด้านได้แก่ ด้านการแต่งกาย ด้านการตรงต่อเวลา ด้านความสะอาด ด้านการแสดงความเคารพ และด้านการปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของ มทร.พระนคร ตามความคิดเห็นของบุคลากรสายวิฃาการโดยภาพรวมควรมีการพัฒนาวินัยของนักศึกษาในทุกด้าน มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายด้านพบว่า ด้านที่ควรมีการพัฒนาวินัยของนักศึกษามากที่สุด คือ ด้านความสะอาด รองลงมา คือ ด้านการปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของ มทร.พระนคร ด้านการตรงต่อเวลา ด้านการแสดงความเคารพ และด้านที่ควรมีการพัฒนาวินัยของนักศึกษาต่ำที่สุด คือ ด้านการแต่งกาย ตามลำดับ
การสร้างและหาประสิทธิภาพบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนเรื่อง วงจรอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
The purpose of this research were to create and determine the efficiency of computer assisted instruction lesson on electronic circuit multimedia for secondary school students (grade 9) Triamudomsuksanomklaononthaburi school. The research sample consisted of 120 students of secondary school students (grade 9) during semester 2 in the academic year of 2012. The data were analyzed using mean standard deviation level of difficulty and discrimination power. The results found as follows : The efficiency of computer assisted instruction lesson electronic circuit multimedia for secondary school students (grade 9) is 80.15/83.35 and the students’ satisfaction with the computer assisted instruction lesson electronic circuit multimedia was at highest level ( = 4.60 S.D = 0.74)
การสร้างและหาประสิทธิภาพหนังสืออิเล็กทรอนิกส์เรื่อง วิศวกรรมการออกแบบแม่พิมพ์ฉีดตามหลักสูตรอุตสาหกรรมศาสตร์บัณฑิตสาขาวิชาเทคโนโลยีการผลิตเครื่องมือและแม่พิมพ์ พ.ศ. 2555 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล
This research aims to develop and calculate the efficiency of electronic books injection mold design engineering for Plastic Mold Technology1 (04-812-313) The participants of this research were 40 third year students who enrolled in Plastic Mold Technology1 subjects in first semester 2013. The research tools were 1) an electronic books 2) a questionnaire for measure an efficiency of electronic books 3) an achievement test. Data were analyzed by using difficulty discrimination validity index of consistency The result showed that quality of electronic books injection mold design engineering was in a very good level with higher sufficiency mean = 1.13 than criteria at mean = 1 and was very useful for Plastic Mold Technology1 (04-812-313)
การศึกษาพฤติกรรมการใช้งานระบบทะเบียนออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ ของบุคลากรมหาวิทยาลัยเทคโนโลยราชมงคลพระนคร
The research paper is considered as quantitative work which has the following objectives: 1) to study Rajamangala University of Technology Phra Nakhon staffs A Study of behavioral factors associated with the use of online registration via the website.2) to study the relationship between their attitude and behavior towards using the registration system via the website. And 3) The compare problems in the system register online the website. Rajamangala University of Technology Phra Nakhon. The subjects of the study are 51 in-service teaching staff and 349 undergraduate students from 9 faculties. The instruments in this research consisted of questionnaire which the data were analyzed by using percentage mean standard deviation X2 t-test oneway analysis of variance and Scheffe’s method were utilized for data analysis. The results of the study revealed that: 1. The behavioral factors associated were age status and experience of used internet that related with behavior towards using the registration system via the website. In the objective of using the registration system via the website the time and location was statistically significant at 0.05 levels. 2. A good attitude in using the registration system via the online website had related with behavior of using the registration system via the website. The objective and the time of using the registration system via the website were different. 3. The behavioral factors associated were gender status and learning center which had related with different problem in using the registration system via the website.