จำนวน Repository ( 287 )

พฤติกรรมการเรียนรู้ด้วยตนเองของนักศึกษา คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
พฤติกรรมการเรียนรู้ด้วยตนเองของนักศึกษา คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร

The survey research aimed to: 1) study the behaviors of self-directed learning; 2) compare levels of self-directed learning behaviors which is classified by personal status; and 3) study guidelines for self-directed learning. The subject obtained through stratified random sampling consisted of 319 first-fourth year undergraduates of the Faculty of Home Economics Technology Rajamangala University of Technology Phra Nakhon. The research tool was a questionnaire. The frequency percentage mean standard deviation t-test and ANOVA were used for data analysis and hypothesis testing. The results were as follows: 1. The overall level of students’ behaviors for self-directed learning was high (X = 3.74; S.D.= 0.74) that were self-evaluation competency (X = 3.89; S.D.= 0.74) self-management competency (X = 3.75; S.D.=0.76) self-learning competency (X = 3.74; S.D.=0.70) self-searching competency (X = 3.72; S.D.=0.72) and characteristics of self-directed learners (X = 3.59; S.D.=0.77) respectively. 2. There was no difference of self-directed learning behaviors when genders and educational levels were considered. In contrast there were statistically significant difference at 0.05 when academic performance was considered. 3. The overall level of students’ opinions on guidelines for self-directed learning was high (X = 3.51;S.D.= 0.85) self-directed was academic matter (X = 3.74; S.D.=0.76) physical matter (X = 3.41 ; S.D.=0.93) management (X = 3.40; S.D.=0.87) respectively.

2560
การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของคณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของคณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร

The objectives of this study were 1) to analyze the capability contributing to the competitive advantage 2) to synthesize the key performance indicator from the internal factors 3) to examine the level of competitive capability and 4) to develop the strategy to enhance the capability of competitive advantage in the faculty of Mass Communication Technology Rajamangala University of Technology Phra Nakhon. The samples used in the study included 71 interviewed stakeholders in the university and 400 survey participants. The findings pointed out as follows: (1) the strategy t enhance the competitive advantage were defined in five aspects: curriculum educational management personnel learning environment and image and alumni association (2) the level of competitive advantage was rated high in the following order: personnel educational management curriculum and image and alumni association. The learning environment was also in high level.

2560
การศึกษาสาเหตุและแนวทางแก้ไขปัญหาการออกกลางคันของนักศึกษาปริญญาตรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
การศึกษาสาเหตุและแนวทางแก้ไขปัญหาการออกกลางคันของนักศึกษาปริญญาตรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร

งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสาเหตุและแนวทางแก้ไขปัญหาการออกกลางคันของนักศึกษาปริญญาตรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร 5 ด้านประกอบด้วย ด้านสถานศึกษาและสภาพแวดล้อม ด้านอาจารย์ผู้สอนและอาจารย์ที่ปรึกษา ด้านการจัดการเรียนการสอน ด้านพฤติกรรมผู้เรียน และด้านสถานภาพครอบครัว กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ได้แก่ นักศึกษาที่มีเกรดเฉลี่ยสะสมต่่ากว่า 2.10 ทุกชั้นปีที่ศึกษาในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร จ่านวน 997 คน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามส่งทางไปรษณีย์จ่านวน 750 ชุด ได้รับแบบสอบถามที่สมบูรณ์กลับมาทั้งสิ้น 296 ชุด น่ามาท่าการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างมีความคิดเห็นต่อปัจจัยที่เป็นสาเหตุการออกกลางคันของนักศึกษาปริญญาตรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนครโดยภาพรวมอยู่ในระดับน้อยมีค่าเฉลี่ย 2.37 เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านเรียงล่าดับจากมากไปหาน้อยพบว่า ด้านการจัดการเรียนการสอน มีค่าเฉลี่ย 3.08 รองลงมาคือ ด้านอาจารย์ผู้สอนและอาจารย์ที่ปรึกษา มีค่าเฉลี่ย 2.73 ด้านสถานศึกษาและสภาพแวดล้อม มีค่าเฉลี่ย 2.45 ด้านพฤติกรรมผู้เรียน มีค่าเฉลี่ย 2.12 และด้านสถานภาพครอบครัว มีค่าเฉลี่ย 1.46 ตามล่าดับ แนวทางการแก้ไข มหาวิทยาลัยควรให้ความส่าคัญกับอุปกรณ์เพื่อใช้ในการเรียนการสอนให้เพียงพอกับนักศึกษา รวมทั้งจัดสภาพแวดล้อมเพื่ออ่านวยความสะดวกแก่นักศึกษา เช่น โรงอาหาร ห้องน้่า สถานที่พักขณะรอเรียน ความสะอาดของอาคาร เป็นต้น ครูผู้สอนควรเอาใจใส่ให้ความเป็นกันเองกับนักเรียน และติดตามนักศึกษาที่มีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น ขาดเรียนบ่อย หรือมีผลการเรีนต่่า พร้อมการประสานกับอาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อหาสาเหตุและแนวทางในการแก้ไขปัญหา และสอดแทรกการสร้างจิตส่านึกให้นักศึกษารักและผูกพันกับอาจารย์ และมหาวิทยาลัย เพื่อให้เกิดความรักและผูกพันกับองค์กร

2560
การลดอัตราการออกกลางคันของนักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ด้วยโครงการเรียนปรับพื้นฐาน
การลดอัตราการออกกลางคันของนักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ด้วยโครงการเรียนปรับพื้นฐาน

This research Reducing Attrition Rate of RMUTP First-year Undergraduate Students Using the Pre-university Program was done to find out the relationship between the pre-university program and RMUTP attrition rate. In addition to the first objective this study aims to find the satisfaction of students toward the learning program. Using a mixed methodology qualitative and quantitative data were collected from students and subjects related to RMUTP pre-university program. In order to describe the research question those data were analyzed together. The results were as follows: 1. Rajamangala University of Technology Phra Nakhon has offered pre-university program for 3 years. This year there are 13 departments within 5 faculty offered the program. 2. A statistical analysis showed that 71.24 percent of the sample group was highly satisfied with the pre-university program. Twenty-seven percent was moderately satisfied with the pre-university program. Only 1.29 percent was less satisfied with the pre-university program. 3. The pre-university program is necessary and can influence students’ grade points. The sample group also suggested teaching subjects to be matched with the subject study in Semester 1. 4. During the past 4 year drop-out is still at the same number to all faculties regardless of the pre-university program. Therefore the cause of high drop-out number might come from other factors that cannot be cured by the pre-university program.

2560
ปัจจัยที่มีผลต่อการใช้ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์อย่างมีประสิทธิภาพของ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปัจจัยที่มีผลต่อการใช้ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์อย่างมีประสิทธิภาพของ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร

การวิจัยเรื่อง ปัจจัยที่มีผลต่อการใช้ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์อย่างมีประสิทธิภาพ ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร วัตถุประสงค์ของโครงการวิจัย เพื่อศึกษาพฤติกรรมการใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ของบุคลากร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร เพื่อศึกษาประสิทธิภาพการใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี ราชมงคลพระนคร และเปรียบเทียบประสิทธิภาพการใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ บุคลากร สังกัดมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร จำนวน 1270 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถาม ผลการศึกษาพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็น เพศหญิง คิดเป็นร้อยละ 71.30 อายุ 31–40 ปี คิดเป็นร้อยละ 37.20 มีการศึกษาในระดับปริญญาโท คิดเป็นร้อยละ 42.70 สถานภาพการทำงานส่วนใหญ่เป็นบุคลากรสายสนับสนุน คิดเป็นร้อยละ 52.50 หน่วยงานในสังกัดเป็นคณะวิศวกรรมศาสตร์ ร้อยละ 15 ประสบการณ์ในหน่วยงานทำงานอยู่ที่ 2–5 ปี ร้อยละ 36 ส่วนใหญ่ทราบว่ามหาวิทยาลัยมีการใช้ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ในการรับ–ส่ง เอกสารภายในมหาวิทยาลัย คิดเป็นร้อยละ 96.40 ส่วนใหญ่เข้าใช้ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ทุกวัน คิดเป็น ร้อยละ 37.90 และส่วนใหญ่ผู้ตอบแบบสอบถามเปิดใช้งานระบบในช่วงเวลา 8.30–12.00 น. สำหรับประเด็นความพึงพอใจเกี่ยวกับประสิทธิภาพการใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนใหญ่ผู้ตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจในระดับมาก ยกเว้นปัจจัยด้านความผิดพลาดในการรับ-ส่งเอกสาร มีความพึงพอใจในระดับปานกลาง

2559