จำนวน Repository ( 17 )

ปัจจัยที่มีผลต่อการออกกลางคันตามความคิดเห็นของนักศึกษาระดับปริญญาตรีของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปัจจัยที่มีผลต่อการออกกลางคันตามความคิดเห็นของนักศึกษาระดับปริญญาตรีของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร

The objectives of this research were to study and compare factors affecting dropping out of undergraduates in Rajamangala University of Technology Phra Nakhon. The finding on four types of factors were launched : personal educational institute family and social factor. Survey research methodology was exploited by distributing questionnaires to sample group of 638 RMUTP undergraduates in 2012 academic year. And the data was analyzed by the percentage the standard deviation the t-test and one way analysis of variance (ANOVA). The results were as followed : the personal factor as a whole was at low level they were : insufficient background knowledge in their fields capability in passing the examination getting low grade point average learning without planning boring of learning facing financial problem negative attitude in vocational field learning in dislike branch absence in class and having problems on family responsibility. On the institute factors as a whole it was at moderate level the causes were: inadequate facilities and services of the institute personal safety learning without instruments lack of helpfulness for the handicapped institute’s strict discipline inappropriate laboratory and buildings the executive management’s transparency institute’s relations with students unsuitable activities for learning expensive fee the students’ entrance without admission system overloaded extracurricular activities. On the family factor it was at low level as a whole they were : economics problems the family’s poverty parents’ attitude towards the institute single-mom’s burdens stability of parents career. Finally the social factor as a whole it was at low level they were : distance from students’ home the freshmen’s traditions self( 4) adjustment among peer group improperly learning environment quarrels and conflicts with others and freshmen’s assimilation in new surroundings. By comparing personal factors to family factors the study found that all factors were nonsignificantly different at the level of 0.05. While the institute factors and the social factors were significant different at the level 0.05

2557
แนวทางการพัฒนาวินัยนักศึกษาตามความคิดเห็นของบุคลากรสายวิชาการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
แนวทางการพัฒนาวินัยนักศึกษาตามความคิดเห็นของบุคลากรสายวิชาการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร

การวิจัยเรื่องแนวทางการพัฒนาวินัยนักศึกษาตามความคิดเห็นของบุคลากรสายวิชาการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาวินัยนักศึกษาตามความคิดเห็นของบุคลากรสายวิชาการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร กลุ่มตัวอย่างเป็นอาจารย์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร 9 คณะ ที่ปฏิบัติงานในปี 2555 จานวน 230 คน ได้มาจากตารางกาหนดขนาดตัวอย่างตาราง Krejcie&Morgan เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลในการวิจัยครั้งนี้ คือ แบบสอบถามความคิดเห็นของบุคลากรสายวิชาการเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาวินัยของนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร 4 ด้าน ได้แก่ ด้านการแต่งกาย ด้านการตรงต่อเวลา ด้านความสะอาด ด้านการแสดงความเคารพ และด้านการปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของ มทร.พระนคร สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ (Mean) และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ผลการวิจัยพบว่า แนวทางการพัฒนาวินัยของนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร 4 ด้านได้แก่ ด้านการแต่งกาย ด้านการตรงต่อเวลา ด้านความสะอาด ด้านการแสดงความเคารพ และด้านการปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของ มทร.พระนคร ตามความคิดเห็นของบุคลากรสายวิฃาการโดยภาพรวมควรมีการพัฒนาวินัยของนักศึกษาในทุกด้าน มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายด้านพบว่า ด้านที่ควรมีการพัฒนาวินัยของนักศึกษามากที่สุด คือ ด้านความสะอาด รองลงมา คือ ด้านการปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของ มทร.พระนคร ด้านการตรงต่อเวลา ด้านการแสดงความเคารพ และด้านที่ควรมีการพัฒนาวินัยของนักศึกษาต่ำที่สุด คือ ด้านการแต่งกาย ตามลำดับ

2557
ความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนางานจัดเลี้ยงของ โรงแรมสวนดุสิต เพลส มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต
ความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนางานจัดเลี้ยงของ โรงแรมสวนดุสิต เพลส มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต

This research has the purposes to study and compare opinions of employee executives and service receivers of food service regarding guidelines for development of Suan Dusit Place Hotel food service Suan Dusit Rajabhat University with regard to service of employees food and form of food service. Sample groups used in this research were executives employees and service receivers of the hotel. Samplesize was 400 persons from purposive sampling and accidental sampling. Instruments used in this research were questionnaires. The data were statistically analyzed in terms of frequency percentage mean standard deviation and analysis of variance (ANOVA). The study result found that most of the sample group were female ages from 31-40 years occupations were government officers having monthly income of 10001-15000 bahts. Most samples had Bachelor’s Degree or equivalent; their relation with Suan Dusit Place Hotel were consumers of the food service operation mostly using service of the food service in the type of buffet. The purpose of the food service was to hold meeting or seminar. They knew about the hotel service providing of food service by informing from one person to another. The opinions of manager employees and food service receivers regarding guidelines of development of banquet of Suan Dusit Place Hotel Suan Dusit Rajabhat University in the overview it was found that service of employees food and form of food service should be developed at a low level.

2555
ความรู้ ความเข้าใจ และความคิดเห็นที่มีต่อแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงของนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ความรู้ ความเข้าใจ และความคิดเห็นที่มีต่อแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงของนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร

การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความรู้ ความเข้าใจ และความคิดเห็นต่อแนวคิดเศรษฐกิจ พอเพียงของนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร กลุ่มตัวอย่าง คือ นักศึกษาจาก 9 คณะของ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร จำนวน 386 คน เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล คือ แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดย ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยเลขคณิต ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการศึกษา พบว่า นักศึกษามีความรู้ ความเข้าใจในปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสูงกว่าคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 70 ส่วนความคิดเห็นต่อแนวคิดเศรษฐกิจ พอเพียง นักศึกษามีความคิดเห็นในประเด็นมีภูมิคุ้มกันที่ดีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ความมีเหตุผลและความ พอประมาณ ตามลำดับ

2554
การศึกษาความคิดเห็นในการออกกลางคันของนักศึกษาหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้นโรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร
การศึกษาความคิดเห็นในการออกกลางคันของนักศึกษาหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้นโรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร

การวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความคิดเห็นในการออกกลางคันของนักศึกษาหลักสูตรวิชาชีพ ระยะสั้นโรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร โดยกลุ่มประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักศึกษาสาขาวิชา อาหารและโภชนาการที่ออกกลางคัน ทั้งหมด จำนวน 123 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถาม มาตราส่วนประมาณค่ามี 5 ระดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการ วิจัย พบว่า สาเหตุด้านความพร้อมของนักศึกษา ความคิดเห็นโดยรวมอยู่ในอันดับสูงสุด เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า สาเหตุของการออกกลางคัน คือ เวลาการทำงานมีผลกระทบต่อการเรียน สาเหตุด้านสิ่งแวดล้อม พบว่า ความคิดเห็นโดยรวมอยู่ในอันดับที่ 2 เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า สาเหตุของการออกกลางคัน คือ ห้องเรียนมี จำนวนผู้เรียนมากเกินไป สาเหตุด้านหลักสูตร พบว่า ความคิดเห็นโดยรวมอยู่ในอันดับที่ 3 เมื่อพิจารณาเป็นราย ข้อ พบว่า สาเหตุของการออกกลางคัน คือ หลักสูตรมีจำนวนชั่วโมงเรียนน้อยไม่สามารถนำไปใช้ทดสอบมาตรฐาน ฝีมือแรงงานได้ สาเหตุด้านความพร้อมของผู้สอน พบว่า ความคิดเห็นโดยรวมอยู่ในอันดับสุดท้าย เมื่อพิจารณา เป็นรายข้อ พบว่า สาเหตุของการออกกลางคัน คือ ผู้สอนมีการลาหยุดงานเพื่อไปประชุมหรือสัมมนาบ่อยครั้ง

2554