จำนวน Repository ( 16 )

การประยุกต์ใช้เปลือกแตงโมในผลิตภัณฑ์ไอศกรีมและขนมหวาน
การประยุกต์ใช้เปลือกแตงโมในผลิตภัณฑ์ไอศกรีมและขนมหวาน

การประยุกต์ใช้เปลือกแตงโมในผลิตภัณฑ์ไอศครีมและขนมหวาน มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ ไอศครีม เยลลี่ และแยมจากเปลือกแตงโมที่เหลือทิ้งมา ศึกษาคุณสมบัติทางกายภาพ ทางเคมี ทางด้านประสาท สัมผัส และศึกษาการยอมรับของผลิตภัณฑ์ โดยเริ่มจากไอศครีมแยมเปลือกแตงโม ทาการศึกษาสูตรพื้นฐาน พบว่า สูตรที่ 1 ผู้ทดสอบชิมชอบมาก และมีคุณสมบัติทางกายภาพใกล้เคียงสูตรควบคุมมากที่สุด จากนั้นนาสูตรที่ 1 ไปศึกษาปริมาณแยมเปลือกแตงโมที่เหมาะสมในผลิตภัณฑ์ไอศครีมที่ปริมาณ 3 ระดับ คือ 20 30 และ 40 กรัม จากการศึกษาระดับที่ 20 กรัม คุณสมบัติทางกายภาพใกล้เคียงสูตรควบคุมมากที่สุด ค่าความหนืดของไอศครีม มิกซ์ร้อยละ 28.30 อัตราการขึ้นฟูหลังการปั่นแข็งร้อยละ 16.12 มีไขมันร้อยละ 15.11 โปรตีนร้อยละ 3.17 เส้นใย ร้อยละ 2.23 คาร์โบไฮเดรตร้อยละ 16.52 ความชื้นร้อยละ 62.45 และเถ้าร้อยละ 0.52 การศึกษาการยอมรับของ ผู้บริโภคที่มีต่อผลิตภัณฑ์ไอศครีมแยมเปลือกแตงโม ผู้บริโภคมีความพึงพอใจที่คะแนนความชอบมากร้อยละ 41 เยลลี่เปลือกแตงโม ทาการศึกษาสูตรพื้นฐาน พบว่า สูตรที่ 1 ผู้ทดสอบชิมชอบมากที่สุด ศึกษาปริมาณ น้าเปลือกแตงโมทดแทนส่วนผสมของของเหลวทั้งหมดในส่วนผสมของเยลลี่ ซึ่งผู้ทดสอบชิมชอบน้าเปลือกแตงโม ในระดับร้อยละ 100 จากนั้นศึกษาการปรับปรุงคุณภาพทางประสาทสัมผัส พบว่า สูตรที่ 2 ใช้น้าเข้มข้นร้อยละ 7 ช่วยในการปรับปรุงคุณภาพทางประสาทสัมผัสในทุกๆด้าน ศึกษาระดับความหวานที่เหมาะสม ซึ่งผู้ทดสอบชิมชอบ ปริมาณน้าตาลทราย 7 กรัมของสูตรที่ 1 มากที่สุด ศึกษาการยอมรับของผู้บริโภคที่มีต่อผลิตภัณฑ์ ได้ความพึง พอใจชอบปานกลางร้อยละ 49 การศึกษาเปรียบเทียบเยลลี่จากท้องตลาดกับเยลลี่จากเปลือกแตงโม พบว่า ค่าสี ของผลิตภัณฑ์เยลลี่เปลือกแตงโมมีสีแดงอ่อนกว่า ค่าปริมาณน้าอิสระ(Aw)ทีค่ามากกว่า ค่าปริมาณความชื้นมีค่าไม่ แตกต่างกัน ค่าความเป็นกรดด่าง มีความเป็นกรดสูงมากกว่าผลิตภัณฑ์เยลลี่จากท้องตลาด และการศึกษาอายุการ เก็บรักษา พบว่า เยลลี่เปลือกแตงโมเก็บรักษาที่อุณหภูมิ 4 องศาเซลเซียส มีอายุการเก็บรักษาอยู่ที่ 4 สัปดาห์ แยมเปลือกแตงโม จากการศึกษาสูตรพื้นฐาน พบว่า สูตรที่ 1 ผู้ทดสอบชิมชอบมากที่สุด นามาศึกษา อัตราส่วนเปลือกแตงโม(ปั่น)และเปลือกแตงโม(สับ)ที่เหมาะสม คือ ที่ 3:2 ส่วน เนื่องจากมีการกระจายตัวกันของ แยมกาลังดีในการแผ่บนแผ่นขนมปัง ศึกษาการเปลี่ยนแปลงคุณลักษณะคุณภาพของแยมเปลือกแตงโมที่ทาการ เพิ่มปริมาณของแข็งที่ละลายในน้าที่ 68 องศาบริกซ์ จากเดิม 65 องศาบริกซ์ พบว่า ค่าสี มีสีเขียวอมเหลืองเข้มขึ้น เล็กน้อย ค่าความเป็นกรดด่าง มีความเป็นกรดสูงขึ้นเล็กน้อย การศึกษาการยอมรับของผู้บริโภคที่มีต่อผลิตภัณฑ์ ได้ความพึงพอใจชอบปานกลางร้อยละ 41 จากนั้นศึกษาเปรียบเทียบคุณลักษณะทางกายภาพและเคมีของแยม ท้องตลาด 2 ชนิด กับแยมเปลือกแตงโม พบว่า ค่าปริมาณน้าอิสระ(Aw) ของแยมเปลือกแตงโมสูงกว่า ค่าปริมาณ ความชื้นมีค่ามากกว่า ค่าความเป็นกรด-ด่าง(pH) มีค่าอยู่ที่ 3.33 ปริมาณเส้นใยหยาบมีปริมาณอยู่ร้อยละ 1.58 ซึ่ง มากกว่าแยมท้องตลาด และศึกษาบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมของผลิตภัณฑ์แยมเปลือกแตงโม คือ ขวดแก้ว แบบมีฝา ปิดสนิท น้าหนักสุทธิ 220 กรัม

2559
การทดสอบประสิทธิภาพการยับยั้งแบคทีเรีย Escherichia coli และ Salmonella spp. ของสารสกัดจากหอมหัวใหญ่
การทดสอบประสิทธิภาพการยับยั้งแบคทีเรีย Escherichia coli และ Salmonella spp. ของสารสกัดจากหอมหัวใหญ่

จากการศึกษาการสกัดสารสกัดหยาบจากหอมหัวใหญ่ ด้วยวิธีการแช่ยุ่ย (marceration) โดยใช้ตัวทาละลาย 3 ชนิด คือเฮกเซน เอทานอล และเมทานอล พบว่าการสกัดสารสกัดหยาบจากหอมหัวใหญ่ที่มีน้าหนักแห้ง 2 กิโลกรัม จะได้ปริมาณสารสกัดหยาบที่สกัดได้จากตัวทาละลายทั้ง 3 ชนิด เท่ากับ 1.305 3.260 และ1.306กรัมตามลาดับ จากการศึกษาฤทธิ์ในการยับยั้งการเจริญของแบคทีเรีย 2 สายพันธุ์ ได้แก่ Escherichia coli และ Salmonella spp. ของสารสกัดหอมหัวใหญ่โดยใช้ตัวทาละลาย คือ เอทานอล เฮกเซน และเมทานอล พบว่า สารสกัดที่สกัดด้วยเอทานอลมีฤทธิ์ในการยั้บยั้งการเจริญของ Escherichia coli ได้ โดยมีขนาดของวงใสเท่ากับ 6 มิลลิเมตรแต่ไม่มีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญของแบคทีเรีย Salmonella spp. ค่าความเข้มข้นต่าสุดที่สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อ Escherichia coli จากการคัดเลือกผลจากวิธี disc diffusion techniques ซึ่งพบว่าสารสกัดหอมหัวใหญ่ที่สกัดด้วยเอทานอลมีฤทธิ์ในการยับยั้งการเจริญของ Escherichia coli ได้ จึงทาการศึกษาหาค่าความข้มข้นต่าสุด(MIC) ของสารสกัดที่สกัดด้วยเอทานอลในการยับยั้งการเจริญของ Escherichia coli ด้วยวิธี Macro broth dilution technique พบว่า ที่ความเข้มข้นของสารสกัดหอมหัวใหญ่เท่ากับ 25 50 และ 100 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร มีการตกตะกอนของสารสกัด แลสารละลายด้านบนมีลักษณะใส แสดงว่า Escherichia coli ไม่สามารถเจริญได้ เมื่อเปรียบเทียบกับที่ความเข้มข้นที่น้อยกว่า 12.5 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร ซึ่งสารละลายขุ่นทั้งหลอด แสดงว่า Escherichia coli สามารถเจริญได้ ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า ค่าความเข้มข้นต่าสุด (MIC) ของสารสกัดที่สกัดด้วยเอทานอลในการยับยั้งการเจริญของ Escherichia coli เท่ากับ 25 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร

2559
การใช้แป้งกล้วยเป็นสารให้ความคงตัวในไอศครีมกะทิ
การใช้แป้งกล้วยเป็นสารให้ความคงตัวในไอศครีมกะทิ

การศึกษาการใช้แป้งกล้วยเป็นสารให้ความคงตัวในไอศกรีมกะทิ เนื่องจากต้องการเพิ่มมูลค่าให้กับกล้วยน้ำว้า ซึ่งเป็นผลไม้ของไทย จากการทดลองได้ทำการศึกษาปริมาณการใส่แป้งกล้วยในไอศครีมกะทิ 4 สูตร 1.5 4 7.5และ 9 กรัม พบว่า ผู้ทดสอบชิมให้การยอมรับสูตรที่ 3 ซึ่งมีการเติมปริมาณแป้งกล้วยปริมาณ 7.5 กรัม จากนั้นได้ทำการวิเคราะห์คุณภาพทางกายภาพ พบว่า ไอศกรีมมีค่าความหนืดเท่ากับ 705.43±6.16 cps ค่าโอเวอร์รัน 47.60±0.11 % ค่าการละลายที่เวลา 30 นาที มีค่าเท่ากับ 25.50±0.12 % ส่วนการวิเคราะห์คุณภาพทางเคมี พบว่า ไอศครีมมีค่าความเป็นกรด-ด่างที่ 5.98±0.02 และมีค่าของแข็งที่ละลายน้ำได้เท่ากับ 20.50±0.43 องศาบริกซ์ จากการวิเคราะห์คุณค่าทางด้านโภชนาการของไอศครีมกะทิแป้งกล้วย พบว่า หนึ่งหน่วยบริโภค: 1 ถ้วย (100 กรัม) คุณค่าทางโภชนาการต่อหนึ่งหน่วยบริโภคโปรตีน 1.78 กรัม ไขมัน 6.06 กรัม คาร์โบไฮเดรต 18.94 กรัม ความชื้น 72.76 กรัม เถ้า 0.46 กรัม ไอศกรีมกะทิแป้งกล้วยมีอายุการเก็บ 3 วัน ในสภาวะอุณหภูมิ-20 องศาเซลเซียส โดยตรวจพบปริมาณจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรค และทำให้อาหารเน่าเสียในปริมาณที่ยอมรับได้

2555
การประยุกต์ใช้ข้าวกล้องงอกในผลิตภัณฑ์ขนมหวาน
การประยุกต์ใช้ข้าวกล้องงอกในผลิตภัณฑ์ขนมหวาน

Development Project of Application of germinated brown rice in Thai deserts aimed to develop 3 kinds of Thai dessert recipes and process which consisted of Bua loi Frozen Taohuay Lot Chong (A traditional Thai dessert consisting of rambutans in coconut sauce). The result was found that Bua loi Frozen from germinated brown rice was developed by using germinated brown rice and water for Pre-Gelatinization ratio at 2:3 and sticky rice was at 30 gram. Bua loi Frozen at -18 C was thaw in microwave at 70 power 2 minute. The product tested was accepted moderately. The result was found found that Taohuay from germinated brown rice was developed by using germinated brown rice and fresh milk ratio at 100:0 and stability was agar. Taohua tested was accepted moderately. It was found that the product was accepted and there was statistically significant difference at p< 0.05. Lot Chong from germinated brown rice was developed by using germinated brown rice 60 percent and Time for Pre-Gelatinization at 30 minute. Shelf Life Study of Bua loi Frozen at 4 mouth. Taohuay in refrigerator at 1 mouth the product was separate and Lot Chong in refrigerator at 2 week the product was rancid smell and decay to not accept from consumer.

2555