จำนวน Repository ( 342 )
การศึกษาพฤติกรรมการใช้เครือข่ายสังคมของอาจารย์มหาวิทยาลัยในกรุงเทพมหานคร เพื่อการสอนในรายวิชา คอมพิวเตอร์สามมิติ
The research titled “Studying of social network usage behavior by university lecturers in Bangkok for teaching 3D computer subjects” aims to find out how useful social network is to the teaching of 3D computer subjects as well as the criteria for social network usage. These findings will be used to develop guidelines for redesigning to enable lectures to utilize social network effectively and high level education teaching allow the improvement of teaching quality.
การรับรู้ภาพลักษณ์ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
The main objective of the study was to understand image perception of the sample groups of 840 people towards Rajamangala University of Technology Phra Nakhon. The sample groups included the general public and high school students. The method for collecting data was the questionnaire survey. Rajamangala University of Technology Phra Nakhon is known among student and general public. Students knew it as a university while the general public knew it as a vocational college. Thirdly the outstanding perception of the institution among the students was in good academic level (mean=3.60). The highest perception score was about the schooling system (mean=3.60). The general public perceives more in details about its admission system (mean=3.52) and had good perception towards the institution’s good image (mean=3.52). Furthermore online media played a significant role in transferring information and creating the image of the institution among the sample group (mean =3.52 from student and 3.35 from general people). Fifth result gender did not play a significant role in perceiving the image of the institution. The last result was that gender played a statistically significant mark by .01 in media exposure among general public. In conclusion there is no distinctive difference between students and general public in having image perception towards Rajamangala University of Technology Phra Nakhon. However there is a statistical significance of .01 in exposure to online media both out of home media and personal media.
ความต้องการของนักศึกษาที่มีต่อสื่อการเรียนรู้ในการศึกษายุคดิจิทัลของ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาความต้องการของนักศึกษาที่มีต่อสื่อการเรียนรู้ในการศึกษายุคดิจิทัลของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร และ 2) เพื่อเปรียบเทียบความต้องการสื่อการเรียนรู้ที่มีลักษณะรายวิชาที่เกี่ยวกับการทฤษฎีและการปฏิบัติในการศึกษายุคดิจิทัลของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร โดยจำแนกตามเพศ และคณะที่กำลังศึกษา กลุ่มตัวอย่างได้แก่ นักศึกษาของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร 9 คณะ จำนวน 380 คน ซึ่งทำการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นภูมิและในแต่ละชั้นภูมิใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบมีระบบ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ แบบสอบถามเกี่ยวกับความต้องการของนักศึกษาที่มีต่อสื่อการเรียนรู้ในการศึกษายุคดิจิทัลของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์ความแปรแปรวนแบบทางเดียว (One-way ANOVA) เมื่อพบความแตกต่างจะทำไปทดสอบเปรียบเทียบรายคู่โดยใช้วิธีของเซฟเฟ่ (Scheffe’s) ผลการวิจัยพบว่า 1. ผลการวิเคราะห์ความต้องการของนักศึกษาที่มีต่อสื่อการเรียนรู้ในการศึกษายุคดิจิทัลของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร พบว่า ความต้องการสื่อการเรียนรู้ที่มีลักษณะรายวิชาที่เกี่ยวกับการทฤษฎี และการปฏิบัติ ในการศึกษายุคดิจิทัลของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาแต่ละลักษณะรายวิชาทฤษฎี พบว่า ความต้องการสื่อการเรียนรู้ในการศึกษายุคดิจิทัล อันดับที่ 1 สื่อการสอนและเทคโนโลยีเว็บ ได้แก่ คอมพิวเตอร์ช่วยสอน CAI E-book และ E-Learning อันดับที่ 2 สื่อสังคม ได้แก่ YouTube Google+ และ Google Classroom และอันดับที่ 3 สื่ออิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ แบบจำลองสถานการณ์ Tablet และหุ่นจำลอง สำหรับลักษณะรายวิชาปฏิบัติ พบว่า ความต้องการสื่อการเรียนรู้ในการศึกษายุคดิจิทัล อันดับที่ 1 สื่อสังคม ได้แก่ Facebook Google Classroom และYouTube อันดับที่ 2 สื่ออิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ E-Training E-Learning และคอมพิวเตอร์ช่วยสอน CAI และอันดับที่ 3 สื่อการสอนและเทคโนโลยีเว็บ ได้แก่ หุ่นจำลอง แบบจำลองสถานการณ์ และเกมส์ Kahoot กระดานอัจฉริยะ 2. ผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบความต้องการสื่อการเรียนรู้ที่มีลักษณะรายวิชาที่เกี่ยวกับการปฏิบัติ และการทฤษฎี ในการศึกษายุคดิจิทัลของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร โดยจำแนกตามเพศ คณะที่กำลังศึกษา พบว่า ความต้องการสื่อการเรียนรู้ที่มีลักษณะรายวิชาทฤษฎีและปฏิบัติ ในการศึกษายุคดิจิทัลของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนครจำแนกตามเพศ โดยรวม ข และรายด้านไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ สำหรับความต้องการสื่อการเรียนรู้ที่มีลักษณะ รายวิชาทฤษฎีและปฏิบัติ ในการศึกษายุคดิจิทัลของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร จำแนกตามคณะที่กำลังศึกษา โดยรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 เมื่อ พิจารณารายด้าน พบว่า สื่อการเรียนรู้แต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสิถิติที่ระดับ 0.05
การพัฒนารูปแบบการให้บริการคุณภาพแก่นักศึกษาของเจ้าหน้าที่ ทะเบียนในยุคดิจิทัล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาปัญหาและความต้องการพัฒนาให้บริการคุณภาพแก่นักศึกษาของเจ้าหน้าที่ทะเบียน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร เพื่อพัฒนาการให้บริการคุณภาพแก่นักศึกษา และเพื่อประเมินผลการพัฒนาการให้บริการคุณภาพแก่นักศึกษา ผลการวิจัยพบว่า ศึกษาปัญหาและความต้องการการพัฒนารูปแบบการให้บริการคุณภาพแก่นักศึกษาของเจ้าหน้าที่ทะเบียนในยุคดิจิทัล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ผลการศึกษาพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถาม เป็นเพศชาย 124 คน เพศหญิง 146 โดยได้แจกแบบสอบถามที่งานทะเบียน ทั้ง 9 คณะๆ ละ 30 ชุด และนักศึกษามารับบริการในปีการศึกษาที่ 1/2560 ผลการศึกษาความคิดเห็นต่อปัญหาการให้บริการนักศึกษา แยกเป็นรายด้าน คือ ด้านบุคลิกภาพ ด้านกระบวนการให้บริการ ด้านมนุษยสัมพันธ์ ด้านการติดต่อสื่อสาร ด้านประชาสัมพันธ์ และด้านการจัดสถานที่สภาพแวดล้อมของสานักงาน โดยสรุปผลความคิดเห็นของนักศึกษาที่มีต่อคณะดังนี้ คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม อยู่ในระดับมากที่สุด คือ ด้านประชาสัมพันธ์ ( = 4.03) และ ด้านการจัดสถานที่และสภาพแวดล้อมของสานักงาน ( = 4.00) คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน อยู่ในระดับมากที่สุดคือ ด้านกระบวนการให้บริการ ( = 4.47) คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อยู่ในระดับมากที่สุด คือด้านมนุษยสัมพันธ์ของเจ้าหน้าที่ ( = 4.46) ด้านเทคนิคการติดต่อสื่อสาร (= 4.15) และด้านประชาสัมพันธ์ ( = 4.09) คณะศิลปศาสตร์ อยู่ในระดับปานกลางคือ ด้านเทคนิคการติดต่อสื่อสาร ( = 3.49) และด้านบุคลิกภาพ ( = 3.48) คณะสถาปัตยกรรมและการออกแบบ อยู่ในระดับมากที่สุดคือด้านบุคลิกภาพ ( = 3.77) และด้านเทคนิคการติดต่อสื่อสาร ( = 3.76) คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ อยู่ในระดับมากที่สุดคือด้านประชาสัมพันธ์ ( = 4.18) และด้านบุคลิกภาพ ( = 4.13) คณะบริหารธุรกิจ อยู่ในระดับมากที่สุดคือด้านบุคลิกภาพ ( = 3.94) และ ด้านการจัดสถานที่และสภาพแวดล้อมของสานักงาน ( =3.82) คณะวิศวกรรมศาสตร์ อยู่ในระดับมากที่สุดคือด้านมนุษยสัมพันธ์ของเจ้าหน้าที่ ( = 4.16) และด้านบุคลิกภาพ ( = 4.09) คณะอุตสาหกรรมสิ่งทอและการออกแบบแฟชั่น อยู่ในระดับมากที่สุดคือด้านบุคลิกภาพ ( = 4.15) ด้านการจัดสถานที่และสภาพแวดล้อมของสานักงาน ( = 3.98)
การบริหารมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนครเพื่อมุ่งส่การเป็น มหาวิทยาลัยดิจิทัล
The objectives of this research were 1) aims to study about guidelines for Administration of Rajamangala University of Technology Phra Nakhon towards Digital University 2) aims to study about policy recommendation of Administrators for Administration of Rajamangala University of Technology Phra Nakhon towards Digital University 3) aims to study about preparedness for Administration of Rajamangala University of Technology Phra Nakhon towards Digital. The mixed research methodology is used in this research which qualitative research methodology through in-depth interview is primary and quantitative research methodology through questionnaire is a supportive and analysis data by statistical package. The research found that; The Administrators recommend about guidelines for Administration of Rajamangala University of Technology Phra Nakhon towards Digital University as follow.