จำนวน Repository ( 3447 )

การออกแบบเครื่องย้อมเส้นด้ายไหมและด้ายฝ้ายแบบกึ่งอัตโนมัติเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน ศูนย์หัตถกรรมพื้นบ้านนาโพธิ์ บุรีรัมย์
การออกแบบเครื่องย้อมเส้นด้ายไหมและด้ายฝ้ายแบบกึ่งอัตโนมัติเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน ศูนย์หัตถกรรมพื้นบ้านนาโพธิ์ บุรีรัมย์

The purposes of this research were to design and create dyed silk yarn and cotton yarn machine for community enterprises of Ban Na Pho woven group Na Pho district Buriram province. All materials were made of stainless steel and the principle of rotation of the yarn skein which was hung with spindle yarn inside the dye tank. Dyeing process began by mixing color tanks in the exterior size for diameter ๓๐๐ mm. Adjust the temperature inside the dye bag by the boiler was attached below. Using pump in dye tank for rotating the heat with stainless steel pipe in ๑๑/๒ inches and ๓ inches x ๑/๒ inches and the rectangular tank was ๖๐ cm. wide ๙๐ cm long and ๑๖๐ cm. high. It had ๕ mm. of plastic lid cover in front of and a channel that looked at the attachment of color yarn. The lid had ๒ levels adjustable lift spring lock and ๒-axis spindle yarn. It was triangular shaped drilled holes spray to ๑ mm. on the spindle with a diameter of ๑๕ cm. and ๖๐ cm. long rotating at ๑๐ rpm strength by using electric motor size ๐.๕ HP used ๒๒๐ volts. It could be rotated left and right with the gear ratios around ๒๐:๑ ๒ adjustable that were automatic with programming on the control box and simple pattern. the spray dyed paint had ๑ liter water pump to control pressure valve for opening and closing to dyed water flow regularly by the heat from the LPG gas with a head size of ๓๐ cm. and adjust the temperature up to ๑๒๐ Celsius degree. It was showed the temperature measurement of water dye with pressure gauge and temperature gauge. The efficiency of this dye can be dyed silk yarn and cotton yarn per ๕ kg. to ๑๐ kg. which was a medium-sized textile production to the local community enterprise and applied in the preparation of yarns before dying such as peeling glue and bleaching.

2561
การใช้กาวฟีนอลผลิตแผ่นฟ้าเพดาน T-Bar จากต้นสบู่ดำ
การใช้กาวฟีนอลผลิตแผ่นฟ้าเพดาน T-Bar จากต้นสบู่ดำ

This research aims to produce the T-BAR particleboard from Physic nuts for interior building which are brought agricultural wastes to used for beneficial materials. Under the Thailand industrial standard (TIS-876-2547) specified the evaluated values such as desnsity water content water absorption thickness swelling bending strength elastic modulus and internal bonded. The experiment and evaluation processes between Physic nuts per Urea Formaldehyde ratio and Physic nuts per Phenol-cyanate based on 90:10 92:8 95:5 and 97:3 in consequence that we found the thickness of particleboard not more than 2 cm. The suitable ratio for Phenol-cyanate 92:8 percentage (Physic nuts 92% with Phenol-cyanate 8%) and suitable ratio for Urea Formaldehyde 90:10 percentage (Physic nuts 90% with Urea Formaldehyde 10%) at 120 Celsius temperature on pressing process. The Phenol-cyanate glue ratio of 0.80 gram per cubic centimeter suited to produce the particleboards averaged water content before pressing 8.89% suitable pressure in process 150 pound per square inch water content 7.65% density 0.818 gram per cubic centimeter water absorption 14.23% during 2 hours thickness swelling 8.02% during 2 hours internal bond 0.56 MPa bending strength 21.45 MPa modulus 2116 MPa. The Urea Formaldehyde glue ratio of 0.82 gram per cubic centimeter suited to produce the particleboards averaged water content before pressing 9.84% suitable pressure in process 152 pound per square inch water content 8.63% density 0.833 gram per cubic centimeter water absorption 14.36% during 2 hours thickness swelling 8.95% during 2 hours internal bond 1.39 MPa bending strength 22.37 MPa modulus 2117 MPa. As the results shown that both of Urea Formaldehyde and Phenol-cyanate with Physic nuts passed the TIS 876-2547 standard. The Physic nuts can produce the particleboards for using inside building.

2561
ความต้องการของนักศึกษาที่มีต่อสื่อการเรียนรู้ในการศึกษายุคดิจิทัลของ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ความต้องการของนักศึกษาที่มีต่อสื่อการเรียนรู้ในการศึกษายุคดิจิทัลของ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาความต้องการของนักศึกษาที่มีต่อสื่อการเรียนรู้ในการศึกษายุคดิจิทัลของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร และ 2) เพื่อเปรียบเทียบความต้องการสื่อการเรียนรู้ที่มีลักษณะรายวิชาที่เกี่ยวกับการทฤษฎีและการปฏิบัติในการศึกษายุคดิจิทัลของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร โดยจำแนกตามเพศ และคณะที่กำลังศึกษา กลุ่มตัวอย่างได้แก่ นักศึกษาของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร 9 คณะ จำนวน 380 คน ซึ่งทำการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นภูมิและในแต่ละชั้นภูมิใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบมีระบบ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ แบบสอบถามเกี่ยวกับความต้องการของนักศึกษาที่มีต่อสื่อการเรียนรู้ในการศึกษายุคดิจิทัลของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์ความแปรแปรวนแบบทางเดียว (One-way ANOVA) เมื่อพบความแตกต่างจะทำไปทดสอบเปรียบเทียบรายคู่โดยใช้วิธีของเซฟเฟ่ (Scheffe’s) ผลการวิจัยพบว่า 1. ผลการวิเคราะห์ความต้องการของนักศึกษาที่มีต่อสื่อการเรียนรู้ในการศึกษายุคดิจิทัลของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร พบว่า ความต้องการสื่อการเรียนรู้ที่มีลักษณะรายวิชาที่เกี่ยวกับการทฤษฎี และการปฏิบัติ ในการศึกษายุคดิจิทัลของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาแต่ละลักษณะรายวิชาทฤษฎี พบว่า ความต้องการสื่อการเรียนรู้ในการศึกษายุคดิจิทัล อันดับที่ 1 สื่อการสอนและเทคโนโลยีเว็บ ได้แก่ คอมพิวเตอร์ช่วยสอน CAI E-book และ E-Learning อันดับที่ 2 สื่อสังคม ได้แก่ YouTube Google+ และ Google Classroom และอันดับที่ 3 สื่ออิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ แบบจำลองสถานการณ์ Tablet และหุ่นจำลอง สำหรับลักษณะรายวิชาปฏิบัติ พบว่า ความต้องการสื่อการเรียนรู้ในการศึกษายุคดิจิทัล อันดับที่ 1 สื่อสังคม ได้แก่ Facebook Google Classroom และYouTube อันดับที่ 2 สื่ออิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ E-Training E-Learning และคอมพิวเตอร์ช่วยสอน CAI และอันดับที่ 3 สื่อการสอนและเทคโนโลยีเว็บ ได้แก่ หุ่นจำลอง แบบจำลองสถานการณ์ และเกมส์ Kahoot กระดานอัจฉริยะ 2. ผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบความต้องการสื่อการเรียนรู้ที่มีลักษณะรายวิชาที่เกี่ยวกับการปฏิบัติ และการทฤษฎี ในการศึกษายุคดิจิทัลของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร โดยจำแนกตามเพศ คณะที่กำลังศึกษา พบว่า ความต้องการสื่อการเรียนรู้ที่มีลักษณะรายวิชาทฤษฎีและปฏิบัติ ในการศึกษายุคดิจิทัลของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนครจำแนกตามเพศ โดยรวม ข และรายด้านไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ สำหรับความต้องการสื่อการเรียนรู้ที่มีลักษณะ รายวิชาทฤษฎีและปฏิบัติ ในการศึกษายุคดิจิทัลของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร จำแนกตามคณะที่กำลังศึกษา โดยรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 เมื่อ พิจารณารายด้าน พบว่า สื่อการเรียนรู้แต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสิถิติที่ระดับ 0.05

2561
การพัฒนารูปแบบการให้บริการคุณภาพแก่นักศึกษาของเจ้าหน้าที่ ทะเบียนในยุคดิจิทัล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
การพัฒนารูปแบบการให้บริการคุณภาพแก่นักศึกษาของเจ้าหน้าที่ ทะเบียนในยุคดิจิทัล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาปัญหาและความต้องการพัฒนาให้บริการคุณภาพแก่นักศึกษาของเจ้าหน้าที่ทะเบียน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร เพื่อพัฒนาการให้บริการคุณภาพแก่นักศึกษา และเพื่อประเมินผลการพัฒนาการให้บริการคุณภาพแก่นักศึกษา ผลการวิจัยพบว่า ศึกษาปัญหาและความต้องการการพัฒนารูปแบบการให้บริการคุณภาพแก่นักศึกษาของเจ้าหน้าที่ทะเบียนในยุคดิจิทัล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ผลการศึกษาพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถาม เป็นเพศชาย 124 คน เพศหญิง 146 โดยได้แจกแบบสอบถามที่งานทะเบียน ทั้ง 9 คณะๆ ละ 30 ชุด และนักศึกษามารับบริการในปีการศึกษาที่ 1/2560 ผลการศึกษาความคิดเห็นต่อปัญหาการให้บริการนักศึกษา แยกเป็นรายด้าน คือ ด้านบุคลิกภาพ ด้านกระบวนการให้บริการ ด้านมนุษยสัมพันธ์ ด้านการติดต่อสื่อสาร ด้านประชาสัมพันธ์ และด้านการจัดสถานที่สภาพแวดล้อมของสานักงาน โดยสรุปผลความคิดเห็นของนักศึกษาที่มีต่อคณะดังนี้ คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม อยู่ในระดับมากที่สุด คือ ด้านประชาสัมพันธ์ ( = 4.03) และ ด้านการจัดสถานที่และสภาพแวดล้อมของสานักงาน ( = 4.00) คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน อยู่ในระดับมากที่สุดคือ ด้านกระบวนการให้บริการ ( = 4.47) คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อยู่ในระดับมากที่สุด คือด้านมนุษยสัมพันธ์ของเจ้าหน้าที่ ( = 4.46) ด้านเทคนิคการติดต่อสื่อสาร (= 4.15) และด้านประชาสัมพันธ์ ( = 4.09) คณะศิลปศาสตร์ อยู่ในระดับปานกลางคือ ด้านเทคนิคการติดต่อสื่อสาร ( = 3.49) และด้านบุคลิกภาพ ( = 3.48) คณะสถาปัตยกรรมและการออกแบบ อยู่ในระดับมากที่สุดคือด้านบุคลิกภาพ ( = 3.77) และด้านเทคนิคการติดต่อสื่อสาร ( = 3.76) คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ อยู่ในระดับมากที่สุดคือด้านประชาสัมพันธ์ ( = 4.18) และด้านบุคลิกภาพ ( = 4.13) คณะบริหารธุรกิจ อยู่ในระดับมากที่สุดคือด้านบุคลิกภาพ ( = 3.94) และ ด้านการจัดสถานที่และสภาพแวดล้อมของสานักงาน ( =3.82) คณะวิศวกรรมศาสตร์ อยู่ในระดับมากที่สุดคือด้านมนุษยสัมพันธ์ของเจ้าหน้าที่ ( = 4.16) และด้านบุคลิกภาพ ( = 4.09) คณะอุตสาหกรรมสิ่งทอและการออกแบบแฟชั่น อยู่ในระดับมากที่สุดคือด้านบุคลิกภาพ ( = 4.15) ด้านการจัดสถานที่และสภาพแวดล้อมของสานักงาน ( = 3.98)

2561
การสร้างและหาประสิทธิภาพชุดทดลองเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้วิชากลศาสตร์ของไหล
การสร้างและหาประสิทธิภาพชุดทดลองเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้วิชากลศาสตร์ของไหล

The Experiment Set of Pipe’s Loss Flow is intended to design and create a trial version of the loss of flow in the pipe and the objective is to find the speed of the flow through the pipe by reading the difference of pressure The Experiment Set of Pipe’s Loss Flow is equipped with the structure of a width of 86 centimeters long 120 cm high 171 centimeters and have a trial version which contains the water pump the Centrifugal pump size 0.5 HP 220 – 240 volt 1 set. The tanks for trial 28 liters

2561