จำนวน Repository ( 232 )

ความพึงพอใจและความคาดหวังของผู้บริหารสถานประกอบการต่อทักษะการสื่อสารของบัณฑิต มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ความพึงพอใจและความคาดหวังของผู้บริหารสถานประกอบการต่อทักษะการสื่อสารของบัณฑิต มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร

The purposes of the research were to study satisfaction and expectation level and to compare satisfaction and expectation of enterprises toward the communication skills of undergraduate students of Rajamangala University of Technology Phra Nakhon. The random sample consisted of 145 enterprises. The tool used in this research was a questionnaire. The data were analyzed by a percentage means and independent samples t-test. The result revealed that the level of satisfaction and expectation of enterprises toward the communication skills of the undergraduates was highly rated at 3.71 and 4.30 respectively. Concerning the satisfaction the use of polite spoken language with other people time and situation reached the highest level (4.06) but the lowest level (3.26) was the correct pronunciation of words. In addition although there was a significant difference in the employers’ sex their expectation was not different except the satisfaction.

2554
การเปิดรับสื่อ ความรู้ และพฤติกรรมการมีส่วนร่วม ในการรณรงค์เพื่อการงดสูบบุหรี่ของกลุ่มวัยรุ่นในเขตกรุงเทพมหานคร
การเปิดรับสื่อ ความรู้ และพฤติกรรมการมีส่วนร่วม ในการรณรงค์เพื่อการงดสูบบุหรี่ของกลุ่มวัยรุ่นในเขตกรุงเทพมหานคร

การศึกษาวิจัยเรื่อง การเปิดรับสื่อ ความรู้ และพฤติกรรมการมีส่วนร่วมในการรณรงค์เพื่อการงดสูบบุหรี่ของกลุ่มวัยรุ่นในเขตกรุงเทพมหานคร มีวัตถุประสงค์ในการศึกษา 4 ประการ คือ 1. เพื่อศึกษาพฤติกรรมการเปิดรับสื่อของกลุ่มวัยรุ่นในเขตกรุงเทพมหานคร 2. เพื่อศึกษาความรู้เรื่องโทษพิษภัยจากบุหรี่ของกลุ่มวัยรุ่นในเขตกรุงเทพมหานคร 3. เพื่อศึกษาพฤติกรรมการมีส่วนร่วมในการรณรงค์เพื่อการงดสูบบุหรี่ของกลุ่มวัยรุ่นในเขตกรุงเทพมหานคร 4. เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมการเปิดรับสื่อ ความรู้เรื่องโทษพิษจากบุหี่ และพฤติกรรมการมีส่วนร่วมในการรณรงค์เพื่อการงดสูบบุหรี่ของกลุ่มวัยรุ่นในเขตกรุงเทพมหานคร

2554
การดัดแปลงเสื้อผ้ายีนส์เก่าเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ : กรณีศึกษานักศึกษาหญิงในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
การดัดแปลงเสื้อผ้ายีนส์เก่าเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ : กรณีศึกษานักศึกษาหญิงในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร

Alteration of Denim Clothes for Re – Use : A Case Study on Female Students at Rajamangala University of Technology Phra Nakhon Rajamangala University of Technology Phra Nakhon The objectives of this research were (1) to design and alter old denim clothes for re-use (2) to study the female students’ behavior on purchasing used clothes and (3) to evaluate their satisfaction towards the altered old denim clothes. The stratified sample were 353 female students at Rajamangala University of Technology Phra Nakhon. The research tools were a questionnaire and 6 styles of original products. The data were analyzed by using a standard statistical method and reported as percentage means and standard deviation. Designing and alteration of old denim clothes include decorative addition. The total of 6 styles having an equal number of altered old shirts skirts and trousers were used in the study. It was found that 66.90 percent of female students purchased approximately 1 - 2 pieces of used clothes once every in 4 - 6 months. The most popular products were casual clothes namely jeans of which the satisfactorily pretty styles mainly affected their purchase decision. The result of the analysis on satisfaction towards the altered old denim clothes revealed that the students had strong satisfaction in every style.

2553
โครงการศึกษาปัญหาและความต้องการของนักศึกษาที่มีต่อการจัดการศึกษาของคณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
โครงการศึกษาปัญหาและความต้องการของนักศึกษาที่มีต่อการจัดการศึกษาของคณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร

การศึกษาปัญหาและความต้องการของนักศึกษาที่มีต่อการจัดการศึกษาของคณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร มีวัตถุประสงค์เพื่อเพื่อศึกษาและเปรียบเทียบปัญหาและความต้องการของนักศึกษาที่มีต่อการจัดการศึกษาของคณะ เทคโนโลยีสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร โดยใช้กลุ่มตัวอย่างที่เป็นนักศึกษาของคณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชนจำนวน 300 คน โดยจำแนกเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 1 จำนวน 100 คน ชั้นปีที่ 2 จำนวน 83 คน ชั้นปีที่ 3 จำนวน 57 คน และชั้นปีที่ 4 จำนวน 60 คน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ การแจกแจงความถี่และร้อยละ ค่าเฉลี่ย x และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD.) การทดสอบค่าที (t-test) และการทดสอบค่าเอฟ (F-test) ผลการศึกษาพบว่า 1.การจัดการเรียนการสอนของคณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ในภาพรวมอยู่ ในระดับปานกลาง (ค่าเฉลี่ย x=3.110SD=0.642) 2.ความต้องการในการจัดการศึกษาของคณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร สรุปได้ดังนี้ 1)ด้านผู้สอน พบว่าส่วนใหญ่ต้องการผู้สอนที่มีความรู้ ความสามารถตรงตามรายวิชาที่สอน 2)ด้านเนื้อหา พบว่า ส่วนใหญ่ต้องการเรียนรู้เนื้อหาที่มีความเป็นไปได้ที่จะนำมาใช้ในชีวิตจริง 3)ด้านวิธีสอน พบว่า ส่วนใหญ่ต้องการการจัดการเรียนการสอนโดย เปิดโอกาสให้นักศึกษาฝึกปฏิบัติในสิ่งที่เรียน ใช้สื่อประกอบการสอน หรือมีการแนะนำหนังสือ พาไปดูงานจริงเปิดโอกาสให้นักศึกษามีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนการสอน 4)ด้านการวัดและประเมินผล พบว่าส่วนใหญ่ต้องการให้มีเกณฑ์ในการวัดผลที่ชัดเจน มีการวัดผลตรงตามเนื้อหาที่เรียน ให้นักศึกษามีส่วนร่วมในการกำหนดเกณฑ์การวัดผล 5)ด้านการจัดการเรียนการสอน พบว่า ส่วนใหญ่ต้องการให้มีการจัดตารางสอนในแต่ละภาคการศึกษาที่เหมาะสม มีการฝึกงานที่เหมาะสม มีการจัดลำดับก่อนหลังของรายวิชาใน แต่ละภาคการศึกษาเป็นอย่างดี 6)ด้านอาคารสถานที่ พบว่า ส่วนใหญ่ต้องการให้มีโรงอาหารที่รองรีบจำนวนนักศึกษาได้เพียงพอและสะอาด มีห้องคอมพิวเตอร์และคอมพิวเตอร์ที่เพียงพอและเหมาะสม มีห้องน้ำเพียงพอและสะอาด มีห้องปฏิบัติการเพียงพอและเหมาะสม มีที่นั่งเล่นพักผ่อนเพียงพอ และไม่ร้อนแดด 7)ด้านโสตทัศนูปกรณ์และบริการ พบว่า ส่วนใหญ่ต้องการให้มีอุปกรณ์ที่เพียงพอ 3.การทดสอบความแตกต่างระหว่างค่าเฉลี่ยการจัดการศึกษาของคณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร สรุปได้ดังนี้ 1)เพศต่างกันมีปัญหาและความต้องการในการจัดการศึกษาแตกต่างกัน อย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ 2)ชั้นปีต่างกันมีปัญหาและความต้องการในการจัดการศึกษาแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 เมื่อพิจารณาเป็นรายคู่พบว่า แตกต่างกัน 4 คู่ ได้แก่ ได้แก่ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 กับ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 นักศึกษาชั้นปีที่ 1 กับ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 นักศึกษาชั้นปีที่ 2 กับ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 และนักศึกษาชั้นปีที่ 2 กับ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 3)อายุต่างกันมีปัญหาและความต้องการในการจัดการศึกษาแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 เมื่อพิจารณาเป็นรายคู่พบว่า แตกต่างกัน 1 คู่ ได้แก่ นักศึกษาที่มีอายุระหว่าง 18-20 ปี กับ นักศึกษาที่มีอายุระหว่าง 21-23 ปี 4)สาขาวิชาต่างกันมีปัญหาและความต้องการในการจัดการศึกษาแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

2553