จำนวน Repository ( 19 )
การทดสอบประสิทธิภาพการยับยั้งแบคทีเรีย Escherichia coli และ Salmonella spp. ของสารสกัดจากหอมหัวใหญ่
จากการศึกษาการสกัดสารสกัดหยาบจากหอมหัวใหญ่ ด้วยวิธีการแช่ยุ่ย (marceration) โดยใช้ตัวทาละลาย 3 ชนิด คือเฮกเซน เอทานอล และเมทานอล พบว่าการสกัดสารสกัดหยาบจากหอมหัวใหญ่ที่มีน้าหนักแห้ง 2 กิโลกรัม จะได้ปริมาณสารสกัดหยาบที่สกัดได้จากตัวทาละลายทั้ง 3 ชนิด เท่ากับ 1.305 3.260 และ1.306กรัมตามลาดับ จากการศึกษาฤทธิ์ในการยับยั้งการเจริญของแบคทีเรีย 2 สายพันธุ์ ได้แก่ Escherichia coli และ Salmonella spp. ของสารสกัดหอมหัวใหญ่โดยใช้ตัวทาละลาย คือ เอทานอล เฮกเซน และเมทานอล พบว่า สารสกัดที่สกัดด้วยเอทานอลมีฤทธิ์ในการยั้บยั้งการเจริญของ Escherichia coli ได้ โดยมีขนาดของวงใสเท่ากับ 6 มิลลิเมตรแต่ไม่มีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญของแบคทีเรีย Salmonella spp. ค่าความเข้มข้นต่าสุดที่สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อ Escherichia coli จากการคัดเลือกผลจากวิธี disc diffusion techniques ซึ่งพบว่าสารสกัดหอมหัวใหญ่ที่สกัดด้วยเอทานอลมีฤทธิ์ในการยับยั้งการเจริญของ Escherichia coli ได้ จึงทาการศึกษาหาค่าความข้มข้นต่าสุด(MIC) ของสารสกัดที่สกัดด้วยเอทานอลในการยับยั้งการเจริญของ Escherichia coli ด้วยวิธี Macro broth dilution technique พบว่า ที่ความเข้มข้นของสารสกัดหอมหัวใหญ่เท่ากับ 25 50 และ 100 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร มีการตกตะกอนของสารสกัด แลสารละลายด้านบนมีลักษณะใส แสดงว่า Escherichia coli ไม่สามารถเจริญได้ เมื่อเปรียบเทียบกับที่ความเข้มข้นที่น้อยกว่า 12.5 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร ซึ่งสารละลายขุ่นทั้งหลอด แสดงว่า Escherichia coli สามารถเจริญได้ ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า ค่าความเข้มข้นต่าสุด (MIC) ของสารสกัดที่สกัดด้วยเอทานอลในการยับยั้งการเจริญของ Escherichia coli เท่ากับ 25 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร
การพัฒนาการบริหารงานประกันคุณภาพการศึกษา คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
This Research possesses the purposes that were 1) to study the state of collaboration in quality assurance of Faculty of Home Economic Technology2) to develop the quality assurance administration of the faculty. The tools have been employed in this research were the collection of 82 questionnaires about quality assurance administration and 5 interviews to specialist. The analysis of quantitative data has employed descriptive statistics using mean and standard deviation as the tool of measurement and the results were evaluated in 5 degree of evaluation form and data content analysis has also been performed. The results of this research could be summarized as follows. The major part of the respondents was female (73.17%). The average age was 31-40 years old (29.27%). The education background was Master jDegree with 11-15 years of work experience (45.13%). The respondent were lecturers of the institute (40.25%). in medium degree (42.69%). and have opined that the performance of quality assurance would assess the general work in medium degree (39.02%) and satisfied with quality assurance system in medium level (42.68%). The high degree of collaboration in quality assurance was that the faculty encouraged the collaboration in quality assurance (= 3.62) and the respondent of questionnaire and that the respondent of particlpated in involved task in order to reach the aim of the result (= 3.51) All the questions at collaboration in medium level (= 3.17). The result of developing the quality assurance adminstration of the faculty in research art and culture maintaining academic service and education field show that overa parts were in high level (= 3.49 3.43 3.42 and 3.41). The respondents confronted problems and obstacles in quality assurance and required the development in quality assurance by modifying method of administration with the aim that the participators could avoid the problems and could reduce load of administrative part of the task.
การใช้แป้งกล้วยเป็นสารให้ความคงตัวในไอศครีมกะทิ
การศึกษาการใช้แป้งกล้วยเป็นสารให้ความคงตัวในไอศกรีมกะทิ เนื่องจากต้องการเพิ่มมูลค่าให้กับกล้วยน้ำว้า ซึ่งเป็นผลไม้ของไทย จากการทดลองได้ทำการศึกษาปริมาณการใส่แป้งกล้วยในไอศครีมกะทิ 4 สูตร 1.5 4 7.5และ 9 กรัม พบว่า ผู้ทดสอบชิมให้การยอมรับสูตรที่ 3 ซึ่งมีการเติมปริมาณแป้งกล้วยปริมาณ 7.5 กรัม จากนั้นได้ทำการวิเคราะห์คุณภาพทางกายภาพ พบว่า ไอศกรีมมีค่าความหนืดเท่ากับ 705.43±6.16 cps ค่าโอเวอร์รัน 47.60±0.11 % ค่าการละลายที่เวลา 30 นาที มีค่าเท่ากับ 25.50±0.12 % ส่วนการวิเคราะห์คุณภาพทางเคมี พบว่า ไอศครีมมีค่าความเป็นกรด-ด่างที่ 5.98±0.02 และมีค่าของแข็งที่ละลายน้ำได้เท่ากับ 20.50±0.43 องศาบริกซ์ จากการวิเคราะห์คุณค่าทางด้านโภชนาการของไอศครีมกะทิแป้งกล้วย พบว่า หนึ่งหน่วยบริโภค: 1 ถ้วย (100 กรัม) คุณค่าทางโภชนาการต่อหนึ่งหน่วยบริโภคโปรตีน 1.78 กรัม ไขมัน 6.06 กรัม คาร์โบไฮเดรต 18.94 กรัม ความชื้น 72.76 กรัม เถ้า 0.46 กรัม ไอศกรีมกะทิแป้งกล้วยมีอายุการเก็บ 3 วัน ในสภาวะอุณหภูมิ-20 องศาเซลเซียส โดยตรวจพบปริมาณจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรค และทำให้อาหารเน่าเสียในปริมาณที่ยอมรับได้
คุณลักษณะของบัณฑิตที่พึ่งประสงค์ตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติของสาขาวิชาวิทยาศาสตร์การอาหารและโภชนาการ
การวิจัยคุณลักษณะของบัณฑิตที่พึงประสงค์ตามกรอบมาตรฐานวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติของสาขาวิชาวิทยาศาสตร์การอาหารและโภชนาการ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาคุณลักษณะของบัณฑิตที่พึงประสงค์ เพื่อการประมวลความคิดเห็นเกี่ยวกับคุณลักษณะของบัณฑิตที่พึงประสงค์ในทัศนะของผู้ มีส่วนได้ส่วนเสียต่อการจัดการเรียนการสอนในหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต และ เพื่อเป็นข้อมูลและแนวทางในการกำกับดูแลคุณภาพการผลิตบัณฑิตให้มีคุณภาพ ตามที่กำหนดไว้ในมาตรฐานคุณวุฒิระดับการศึกษาของสาขาวิชาวิทยาศาสตร์การอาหารและโภชนาการ จากการศึกษาพบว่า ข้อทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มบัณฑิตจำนวน 27คน กลุ่มผู้ปกครองจำนวน 27 คน กลุ่มคณาจารย์/ผู้บริหาร จำนวน 10 คน และกลุ่มสถานประกอบการ/ผู้ใช้บัณฑิต จำนวน 14 คน