จำนวน Repository ( 49 )
การศึกษาความสามารถในการออกแบบและการผลิตของโปรแกรมคอมพิวเตอร์ CAD/CAM
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสามารถด้านการออกแบบและการผลิตของโปรแกรมคอมพิวเตอร์ CAD/CAM จำนวน 2 โปรแกรม คือ โปรแกรม A และ B ซึ่งเป็นโปรแกรมด้น CAD/CAM ที่นิยมใช้ในประเทศไทย แต่มีราคาโปรแกรมที่แตกต่างกัน โดยทดลองการทำงานของโปรแกรมกับการทำงานแบบลายเส้น 2 มิติ จำนวน 3 ลักษณะงาน เพื่อเปรียบเทียบความสามารถในด้านการแปลงข้อมูล (Postprocessor) เป็น NC Code เวลาในการกัดงานและความแม่นยำของชิ้นงานที่ผลิต การวิจัยนี้ทดลองภายใต้เงื่อนไขเดียวกันทุกประการ ผลการวิจัยและทดสอบข้อมูลทางสถิติปรากฏว่า การถ่ายโอนข้อมูลระหว่างโปรแกรม Auto CAD 2002 เข้าสู่โปรแกรม A และ B มีความสมบูรณ์ 100% จำนวนบรรทัด NC Code ที่ผ่านการ CAM และการแปลงข้อมูลจากโปรแกรม A และโปรแกรม ไม่มีความแตกต่างกัน เวลาในการตัดเฉือนด้วยการกัดงานปรากฏว่าโปรแกรม A และโปรแกรม B ไม่มีความแตกต่างกัน ส่วนความแม่นยำของขนาดที่ได้จากลักษณะงานทั้ง 3 พบว่าชิ้นงานที่ผ่านการตัดเฉือนด้วย NC Code จากโปรแกรม A และโปรแกรม B ไม่มีความแตกต่างกัน ที่ระดับนัยสำคัญ 0.05
การสร้างและหาประสิทธิภาพบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง ลักษณะและรูปแบบการเขียนโปรแกรมสำหรับเครื่องกัดอัตโนมัติ (CNC MILLING)
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง ลักษณะและรูปแบบการเขียนโปรแกรมสำหรับเครื่องกัดอัตโนมัติ (CNC MILLING) ให้ได้ตามเกณฑ์มาตรฐาน 90/90 และวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาหลังจากเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย เป็นนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง สาขาวิชาช่างกลโรงงาน – เครื่องจักรกลอัตโนมัติ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร วิทยาเขตพระนครเหนือ จำนวน 20 คน ผู้วิจัยได้ทำการทดลองโดยให้กลุ่มตัวอย่างทำแบบทดสอบก่อนเรียน แล้วให้ทำการเรียนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่องลักษณะและรูปแบบการเขียนโปรแกรมสำหรับเครื่องกัดอัตโนมัติ (CNC MILLING) ที่ผู้วิจัยจัดทำขึ้นประกอบด้วย 9 หน่วยเรียน คือ บทนำ ลักษณะและรูปแบบการเขียนโปรแกรมสำหรับเครื่องกัดอัตโนมัติ คำสั่งเคลื่อนที่เร็ว คำสั่งเคลื่อนที่ตัดชิ้นงานแนวเส้นตรง คำสั่งเคลื่อนที่ตัดงานแนวเส้นโค้ง คำสั่งการเจาะรู คำสั่งการกัดหลุมสี่เหลี่ยม คำสั่งการกัดหลุมแบบวงกลมและคำสั่งการกัดร่อง หลังจากนั้นให้ทำแบบทดสอบหลังเรียน แล้วนำมาคำนวณหาประสิทธิภาพของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนและวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หลังจากเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ผลการวิจัยครั้งนี้ปรากฏว่า ประสิทธิภาพของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นมีประสิทธิภาพได้ตามเกณฑ์มาตรฐาน 90/90 และหลังจากเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน นักศึกษามีความรู้เพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01
การวิเคราะห์แรงดันเกินในระบบกราวด์ ของสถานีไฟฟ้าสูงโดยใช้โปรแกรมเอทีพี/อีเอ็มทีพี
The analysis of the grounding system overvoltage in High voltage substation will be held at Bumnetnarong substation Electricity Generating Authority of Thailand ( EGAT ) by using ATP draw for grounding system’s model of substation also to model overvoltage from lightning and to read the result of overvoltage from differences positions. The advantages of the experiment are to be educated and to who design Grounding system in high voltage substation EGAT. The Study’s result of the over voltage level on Ground Potential Rise: GPR model shows that the pie will show close result to the result from the calculation by standard IEEE Std 80-2000 and the result of the Fault Current at the middle position of the grounding system will result in higher overvoltage than at the result at the corner position of Grounding system. The result of Ground Resistance: Rg shows that the increasing of overvoltage the increasing of Ground Resistance: Rg
การสร้างและหาประสิทธิภาพบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง การเขียนโปรแกรมและปฏิบัติการกัดงานรูปทรงพื้นฐานบนเครื่องกัดอัตโนมัติ (CNC MILLING)
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่องการเขียนโปรแกรมและปฏิบัติการกัดงานรูปทรงพื้นฐานบนเครื่องกัดอัตโนมัติ (CNC MILLING) ให้ได้ตามเกณฑ์มาตรฐาน 90/90 และวิเคราะห์สัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาหลังจากเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย เป็นนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง สาขาวิชาเทคโนโลยีอุตสาหการ – เครื่องจักรกลอัตโนมัติ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร จำนวน 20 คน ผู้วิจัยได้ทำการทดลองโดยให้กลุ่มตัวอย่างทำแบบทดสอบก่อนเรียน แล้วให้ทำการเรียนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง การเขียนโปรแกรมและปฏิบัติการกัดงานรูปทรงพื้นฐานบนเครื่องกัดอัตโนมัติ (CNC MILLING) ที่ผู้วิจัยจัดทำขึ้นประกอบด้วย 6 หน่วยเรียน จากนั้นให้ทำแบบทดสอบหลังเรียน แล้วนำมาคำนวณหาประสิทธิภาพของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนและวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียน หลังจากเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ผลการวิจัยครั้งนี้ปรากฏว่า ประสิทธิของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นมีประสิทธิภาพได้ตามเกณฑ์มาตรฐาน 90/90 และหลังจากเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน นักศึกษามีความรู้เพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01
การเปรียบเทียบความสามารถในการอ่าน การเขียน และความสนใจในการเรียนภาษาอังกฤษของนักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร วิทยาเขตเขตพณิชยการพระนคร ที่ได้รับการสอนอ่านด้วยการใช้สื่อแะไม่ใช้สื่อ คอมพิวเตอร์โปรแกรม PowerPoint
The purpose of this study was to compare undergraduate students reading writing performance and interest in learning English through reading instruction with and without computer in PowerPoint Program at Rajamangala University of Technology Phra Nakhon Bangkok Commercial Campus. The subjects for this study consisted of 80 undergraduate students in the first semester of the 2005 academic year of Rajamangala University of Technology Phra Nakhon Bangkok Commercial Campus. They were selected by using simple random sampling and divided into the experimental and control groups with 40 students in each. The randomized control group pretest -posttest design was used in the experiment. The experimental group was taught through the method in the reading instruction with computer in PowerPoint Program whereas the control group was taught through the method in the reading instruction without computer in PowerPoint Program. Each group was taught with lessons of the same content for sixteen 150 minute periods. The instruments used in the study were English reading writing performance tests and interest in learning English. The t-test for independent samples score was statistically used for data analysis. The results of the study indicated that: 1. The English reading performance between the experimental and control groups was significantly different at the .05 level. 2. The English writing performance between the experimental and control groups was not statistically significant. 3. The interest in learning English between the experimental and control groups was significantly different at the .05 level.