จำนวน Repository ( 291 )

การจัดการเรียนการสอนแบบเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญของอาจารย์ในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร : สภาพปัจจุบัน ปัญหาอุปสรรค และแนวทางในการพัฒนา
การจัดการเรียนการสอนแบบเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญของอาจารย์ในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร : สภาพปัจจุบัน ปัญหาอุปสรรค และแนวทางในการพัฒนา

The objectives of this research were to 1) study current situation perceived problems and developmental method of Learner-Centered Teaching-Learning Approach of instructors of Rajamangala University of Technology Phra Nakhon 2) compare the current situation of Learner-Centered Teaching-Learning Approach of instructors classified by faculties and 3) propose developmental method of Learner-Centered Teaching-Learning Approach of instructors of Rajamangala University of Technology Phra Nakhon The sample studied were 257 instructors from all faculties who returned the complete questionnaires to researcher and 2.412 students selected by stratified sampling. The data was collected through questionnaires constructed by researcher. The statistics used for data analysis were mean standard deviation one way analysis of variance and Schffes multiple comparison method. The results were as follows: 1. Learner-centered Teachng-Learning Appoach of instructors of Rajamangala University of Technology Phra Nakhon was at high level (= 3.36). Regarding problems affected learner-Centered Teaching-Learning Approach of instructors it was found that instructors positive attitude toward Learner-Centered Teaching-Learning Approach was at intermedate level and instructors knowledge concerning the Approach was also at intemediate level. moreover it was found that instruclors possessed problems in relation to facilitate faclors of Learner-centered Teaching-learning Approach at intermediate level. 2. Instructors from different facuities had statistically difference of Learner-Centered Teaching-Learning Approach with a level of .01 significarce. 3. The significance of Learrer-Centered Teaching-Learning Approach should be stressed. In additon the better understanding of Learner-Centered Teaching-Leaming techiques should be trained to all instructors Besides the students should be encouraged to study from outside resources more and more.

2554
การยืดอายุการเก็บเต้าหู้นมสดโดยใช้ไคโตซาน
การยืดอายุการเก็บเต้าหู้นมสดโดยใช้ไคโตซาน

วัตถุประสงค์ของงานวิจัยนี้เพื่อศึกษาอายุการเก็บและผลของความเข้มข้นของไคโตซานที่มีต่อเต้าหู้ นมสด พบว่า เต้าหู้นมสดที่วางจำหน่ายในท้องตลาด มีอายุการเก็บ 10 วัน ที่อุณหภูมิ 4+±1 องศาเซลเซียส เพื่อยืดอายุการเก็บเต้าหู้นมสดให้นานขึ้นด้วยสารละลายไคโตซาน โดยเติมสารละลายไคโตซานเข้มข้น 2% ลงใน ส่วนผสมเต้าหู้นมสดปรับให้ความเข้มข้นของไคโตซานในส่วนผสมเป็น 0 0.03 0.05 และ 0.07% พบว่า เมื่อเติม ไคโตซานสามารถยับยั้งการเจริญของเชื้อจุลินทรีย์ทั้งหมด ยีสต์และรา โคลิฟอร์ม S. aureus และ E. Coli ได้ แต่ไม่มีผลต่อคุณภาพทางประสาทสัมผัสด้านสี กลิ่น รสชาติ และการยอมรับโดยรวมของเต้าหู้นมสด ความเข้มข้นที่เหมาะสมของไคโตซานในการยืดอายุเต้าหู้นมสด คือ 0.05% สามารถเก็บได้อย่างน้อย 14 วัน เมื่อ เก็บที่อุณหภูมิ 4+±1 องศาเซลเซียส จากนั้นศึกษาอายุการเก็บเต้าหู้นมสดโดยใช้สภาวะเร่งที่อุณหภูมิ 25+±1 และ 35+±1 องศาเซลเซียส โดยการคำนวณโดยใช้ปฏิกิริยาทางจลนพลศาสตร์ พบว่า คำนวณระยะเวลาการเก็บได้ 3.69 และ 2.75 วัน ตามลำดับ

2554
การศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิภาพการตัดเฉือนของโปรแกรมงานกัดด้วยเครื่องกัดอัตโนมัติสำหรับการผลิตชื้นส่วนในอุตสาหกรรม
การศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิภาพการตัดเฉือนของโปรแกรมงานกัดด้วยเครื่องกัดอัตโนมัติสำหรับการผลิตชื้นส่วนในอุตสาหกรรม

โครงการวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบประสิทธิภาพการตัดเฉือนของโปรแกรมงานกัดด้วยเครื่องกัดอัตโนมัติสำหรับการผลิตชิ้นส่วนในอุตสาหกรรม โดยการเปรียบเทียบทิศทางการกัดงานที่ผ่านการกัดโดยใช้ G41 และ G42 เอ็นมิลล์่ขนาด 12 มม. 4 คมตัดชิ้นงานที่ใช้ในการทดสอบเป็นเหล็ก S45C โดยกัดชิ้นงานที่ระยะทาง 3000 มม. ใช้เครื่องกัดจำนวน 3 เครื่อง การวิจัยนี้ทดลองภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน ผลการวิจัยและทดสอบข้อมูลทางสถิติโดยการเปรียบเทียบโปรแกรมการกัดงาน โดยใช้ G41 และ G42 ปรากฎว่าชิ้นงานที่ผ่านการกัดงานโดยใช้ G41 และ G42 มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ที่ระดับนัยสำคัญ 0.05 โดยชิ้นงานที่ผ่านการกัดงานโดยใช้ G41 การสึกหรอที่ดอกเอ็นมิลล์จะเกิดขึ้นน้อย แต่ผิวที่ได้จะมีความหยาบส่วนชิ้นงานที่ผ่านการกัดงานโดยใช้ G42 การสึกหรอที่ดอกเอ็นมิลล์จะเกิดขึ้นมาก แต่ผิวที่ได้จะมีความละเอียดมากกว่า

2553
การสร้างและหาประสิทธิภาพบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง ลักษณะและรูปแบบการเขียนโปรแกรมสำหรับเครื่องกัดอัตโนมัติ  (CNC MILLING)
การสร้างและหาประสิทธิภาพบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง ลักษณะและรูปแบบการเขียนโปรแกรมสำหรับเครื่องกัดอัตโนมัติ (CNC MILLING)

การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง ลักษณะและรูปแบบการเขียนโปรแกรมสำหรับเครื่องกัดอัตโนมัติ (CNC MILLING) ให้ได้ตามเกณฑ์มาตรฐาน 90/90 และวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาหลังจากเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย เป็นนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง สาขาวิชาช่างกลโรงงาน – เครื่องจักรกลอัตโนมัติ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร วิทยาเขตพระนครเหนือ จำนวน 20 คน ผู้วิจัยได้ทำการทดลองโดยให้กลุ่มตัวอย่างทำแบบทดสอบก่อนเรียน แล้วให้ทำการเรียนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่องลักษณะและรูปแบบการเขียนโปรแกรมสำหรับเครื่องกัดอัตโนมัติ (CNC MILLING) ที่ผู้วิจัยจัดทำขึ้นประกอบด้วย 9 หน่วยเรียน คือ บทนำ ลักษณะและรูปแบบการเขียนโปรแกรมสำหรับเครื่องกัดอัตโนมัติ คำสั่งเคลื่อนที่เร็ว คำสั่งเคลื่อนที่ตัดชิ้นงานแนวเส้นตรง คำสั่งเคลื่อนที่ตัดงานแนวเส้นโค้ง คำสั่งการเจาะรู คำสั่งการกัดหลุมสี่เหลี่ยม คำสั่งการกัดหลุมแบบวงกลมและคำสั่งการกัดร่อง หลังจากนั้นให้ทำแบบทดสอบหลังเรียน แล้วนำมาคำนวณหาประสิทธิภาพของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนและวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หลังจากเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ผลการวิจัยครั้งนี้ปรากฏว่า ประสิทธิภาพของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นมีประสิทธิภาพได้ตามเกณฑ์มาตรฐาน 90/90 และหลังจากเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน นักศึกษามีความรู้เพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01

2553
การสร้างและหาประสิทธิภาพบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน  เรื่อง การเขียนโปรแกรมและปฏิบัติการกัดงานรูปทรงพื้นฐานบนเครื่องกัดอัตโนมัติ (CNC  MILLING)
การสร้างและหาประสิทธิภาพบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง การเขียนโปรแกรมและปฏิบัติการกัดงานรูปทรงพื้นฐานบนเครื่องกัดอัตโนมัติ (CNC MILLING)

การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่องการเขียนโปรแกรมและปฏิบัติการกัดงานรูปทรงพื้นฐานบนเครื่องกัดอัตโนมัติ (CNC MILLING) ให้ได้ตามเกณฑ์มาตรฐาน 90/90 และวิเคราะห์สัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาหลังจากเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย เป็นนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง สาขาวิชาเทคโนโลยีอุตสาหการ – เครื่องจักรกลอัตโนมัติ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร จำนวน 20 คน ผู้วิจัยได้ทำการทดลองโดยให้กลุ่มตัวอย่างทำแบบทดสอบก่อนเรียน แล้วให้ทำการเรียนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง การเขียนโปรแกรมและปฏิบัติการกัดงานรูปทรงพื้นฐานบนเครื่องกัดอัตโนมัติ (CNC MILLING) ที่ผู้วิจัยจัดทำขึ้นประกอบด้วย 6 หน่วยเรียน จากนั้นให้ทำแบบทดสอบหลังเรียน แล้วนำมาคำนวณหาประสิทธิภาพของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนและวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียน หลังจากเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ผลการวิจัยครั้งนี้ปรากฏว่า ประสิทธิของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นมีประสิทธิภาพได้ตามเกณฑ์มาตรฐาน 90/90 และหลังจากเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน นักศึกษามีความรู้เพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01

2553