จำนวน Repository ( 455 )

การศึกษาสาเหตุและแนวทางแก้ไขปัญหาการออกกลางคันของนักศึกษาปริญญาตรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
การศึกษาสาเหตุและแนวทางแก้ไขปัญหาการออกกลางคันของนักศึกษาปริญญาตรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร

งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสาเหตุและแนวทางแก้ไขปัญหาการออกกลางคันของนักศึกษาปริญญาตรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร 5 ด้านประกอบด้วย ด้านสถานศึกษาและสภาพแวดล้อม ด้านอาจารย์ผู้สอนและอาจารย์ที่ปรึกษา ด้านการจัดการเรียนการสอน ด้านพฤติกรรมผู้เรียน และด้านสถานภาพครอบครัว กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ได้แก่ นักศึกษาที่มีเกรดเฉลี่ยสะสมต่่ากว่า 2.10 ทุกชั้นปีที่ศึกษาในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร จ่านวน 997 คน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามส่งทางไปรษณีย์จ่านวน 750 ชุด ได้รับแบบสอบถามที่สมบูรณ์กลับมาทั้งสิ้น 296 ชุด น่ามาท่าการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างมีความคิดเห็นต่อปัจจัยที่เป็นสาเหตุการออกกลางคันของนักศึกษาปริญญาตรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนครโดยภาพรวมอยู่ในระดับน้อยมีค่าเฉลี่ย 2.37 เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านเรียงล่าดับจากมากไปหาน้อยพบว่า ด้านการจัดการเรียนการสอน มีค่าเฉลี่ย 3.08 รองลงมาคือ ด้านอาจารย์ผู้สอนและอาจารย์ที่ปรึกษา มีค่าเฉลี่ย 2.73 ด้านสถานศึกษาและสภาพแวดล้อม มีค่าเฉลี่ย 2.45 ด้านพฤติกรรมผู้เรียน มีค่าเฉลี่ย 2.12 และด้านสถานภาพครอบครัว มีค่าเฉลี่ย 1.46 ตามล่าดับ แนวทางการแก้ไข มหาวิทยาลัยควรให้ความส่าคัญกับอุปกรณ์เพื่อใช้ในการเรียนการสอนให้เพียงพอกับนักศึกษา รวมทั้งจัดสภาพแวดล้อมเพื่ออ่านวยความสะดวกแก่นักศึกษา เช่น โรงอาหาร ห้องน้่า สถานที่พักขณะรอเรียน ความสะอาดของอาคาร เป็นต้น ครูผู้สอนควรเอาใจใส่ให้ความเป็นกันเองกับนักเรียน และติดตามนักศึกษาที่มีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น ขาดเรียนบ่อย หรือมีผลการเรีนต่่า พร้อมการประสานกับอาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อหาสาเหตุและแนวทางในการแก้ไขปัญหา และสอดแทรกการสร้างจิตส่านึกให้นักศึกษารักและผูกพันกับอาจารย์ และมหาวิทยาลัย เพื่อให้เกิดความรักและผูกพันกับองค์กร

2560
ปัจจัยที่มีผลต่อการใช้ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์อย่างมีประสิทธิภาพของ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปัจจัยที่มีผลต่อการใช้ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์อย่างมีประสิทธิภาพของ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร

การวิจัยเรื่อง ปัจจัยที่มีผลต่อการใช้ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์อย่างมีประสิทธิภาพ ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร วัตถุประสงค์ของโครงการวิจัย เพื่อศึกษาพฤติกรรมการใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ของบุคลากร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร เพื่อศึกษาประสิทธิภาพการใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี ราชมงคลพระนคร และเปรียบเทียบประสิทธิภาพการใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ บุคลากร สังกัดมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร จำนวน 1270 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถาม ผลการศึกษาพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็น เพศหญิง คิดเป็นร้อยละ 71.30 อายุ 31–40 ปี คิดเป็นร้อยละ 37.20 มีการศึกษาในระดับปริญญาโท คิดเป็นร้อยละ 42.70 สถานภาพการทำงานส่วนใหญ่เป็นบุคลากรสายสนับสนุน คิดเป็นร้อยละ 52.50 หน่วยงานในสังกัดเป็นคณะวิศวกรรมศาสตร์ ร้อยละ 15 ประสบการณ์ในหน่วยงานทำงานอยู่ที่ 2–5 ปี ร้อยละ 36 ส่วนใหญ่ทราบว่ามหาวิทยาลัยมีการใช้ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ในการรับ–ส่ง เอกสารภายในมหาวิทยาลัย คิดเป็นร้อยละ 96.40 ส่วนใหญ่เข้าใช้ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ทุกวัน คิดเป็น ร้อยละ 37.90 และส่วนใหญ่ผู้ตอบแบบสอบถามเปิดใช้งานระบบในช่วงเวลา 8.30–12.00 น. สำหรับประเด็นความพึงพอใจเกี่ยวกับประสิทธิภาพการใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนใหญ่ผู้ตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจในระดับมาก ยกเว้นปัจจัยด้านความผิดพลาดในการรับ-ส่งเอกสาร มีความพึงพอใจในระดับปานกลาง

2559
การประเมินปริมาณการเกิดมูลฝอยที่เกิดขึ้นจากคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
การประเมินปริมาณการเกิดมูลฝอยที่เกิดขึ้นจากคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร

The aim of this research was to study the solid waste management in Faculty of Science and Technology Rajamangala University of Technology Phra Nakhon study problems and obstacles of the solid waste management. The study will benefit related organizations as fundamental information for setting plans on the solid waste management to ensure the maximum efficiency and expand to other faculties. In this study a researcher collected quantitative data and also characteristics of solid waste occurred. Total amounts of solid waste were approximately 20.86 kilograms per day. Types of solid waste mostly found were reuse /recycle wastes (10.21 kilograms per day) and organic wastes (10.43 kilograms per day). The results showed an information for developing solid waste management under 3R processes (Reduce Reuse and Recycle) lead to sustainable solid waste management and efficiency.

2559
การประเมินค่าการปนเปื้อนของฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมโครเมตร (PM10) ในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ศูนย์พระนครเหนือ
การประเมินค่าการปนเปื้อนของฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมโครเมตร (PM10) ในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ศูนย์พระนครเหนือ

For this work PM10 were collected from 7 stations within the area of North Phra Nakhon campus Rajamangala University of Technology Phra Nakhon Thailand. The samples were collected within 24 hours from January to April 2015. The result shows that the concentrations of PM10 values are in the range of 0.06 - 0.16 mg/m3 and average PM10 of 0.09 mg/m3. The maximum PM10 were found in front of the university. The comparison of maximum PM10 with the standard value of Pollution Control Department (PCD) was slightly over but did not affect human health.

2559
ความต้องการพัฒนาตนเองเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนของนักศึกษา คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ความต้องการพัฒนาตนเองเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนของนักศึกษา คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร

The survey research aimed to: 1) study the levels of self-development needs in preparation to enter AEC; 2) make a comparison of the students’ needs levels in aspects of personal data; and 3) propose appropriate forms of activities to be used in the development. The subject obtained through stratified random sampling consisted of 321 first-fourth year undergraduates of the Faculty of the Home Economic Technology Rajamangala University of Technology Phra Nakhon. The tool was a questionnaire. To analyse data the frequency percentage mean standard deviation t- test and ANOVA were used. The results were as follows: 1) The overall level of self-development needs was high ( X = 3.75). The needs for selfdevelopment in line with the Thai Qualifications Framework for Higher Education were high ( = 3.89). Moreover the level of needs conforming to Thai Graduate Preferable Qualifications for the ASEAN Community was moderate ( X = 3.46). 2) There was no statistically significant difference ( p<0.05) of the self-development needs level when genders educational levels or academic performances were considered 3) As for the activities it was rated best to use training for the development of cognitive skills numerical analysis communication and information technology skills domain of psychomotor skills and knowledge on ASEAN Community rules and regulations; lecturing for knowledge on ASEAN Community rules and regulations; study touring for knowledge development; camping for ethics and moral interpersonal skills responsibility and language skills; and student inter institutional exchanging for neighbouring countries knowledge development.

2559