จำนวน Repository ( 375 )
การศึกษาปัญหาในงานหล่อเพื่อการพัฒนาแนวทางแก้ไขปัญหาในงานหล่อเครื่องประดับสมัยใหม่
งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาปัญหาในงานหล่อและพัฒนาแนวทางแก้ไขปัญหาในงานหล่อ เครื่องประดับสมัยใหม่ ที่มีการสร้างต้นแบบตัวเรือนเครื่องประดับจากกระบวนการผลิตด้วยเทคโนโลยีการ ขึ้นรูปด้วยเครื่องสร้างต้นแบบอย่างรวดเร็ว (Rapid Prototype Machine) ด้วยวัสดุแว็กซ์ wic100a โดย ทาการศึกษาอุณหภูมิการอบเบ้าปูน เพื่อกาจัดแว็กซ์ออกจากเบ้าปูนให้สมบูรณ์ แล้วทดลองนาไปหล่อเป็น ตัวเรือนโลหะ ผลจากการศึกษาการอบเบ้าปูนที่ใช้ต้นแบบตัวเรือนวัสดุ wic100a เมื่อนามาเปรียบเทียบกับ กราฟการอบเบ้าปูนที่มีต้นแบบตัวเรือนเป็นแว็กซ์เขียวทั่วไป จากการศึกษาพบว่าวัสดุแว็กซ์เขียวเมื่อได้รับ ความร้อนจะเริ่มหลอมละลายที่อุณหภูมิ 90 องศาเซลเซียส จนหลอมละลายจากก้อนเป็นของเหลว ทั้งหมดที่อุณหภูมิ 120 องศาเซลเซียส ซึ่งสามารถใช้อุณหภูมิและเวลาที่กาหนดไว้จากมาตรฐานทั่วไป นามาใช้ในการอบเบ้าปูนเพื่อกาจัดแว็กซ์ได้ โดยใช้อุณหภูมิสูงสุดเพื่อเผาไล่เศษขี้เถ้าแว็กซ์ที่ 750 องศา เซลเซียส แต่แว็กซ์ wic100a ไม่หลอมละลายในช่วงอุณหภูมิต่าว่า 270 องศาเซลเซียส แต่จะเกิดการเผา ไหม้แทนโดยใช้อุณหภูมิเผาให้ตั่งแต่ 270-450 องศาเซลเซียส ในสภาวะปกติ 350-500 องศาเซลเซียสใน เมื่ออยู่ในเบ้าปูน และต้องใช้อุณหภูมิในการเผาไล่ขี้เถ้าแว็กซ์ถึง 850 องศาเซลเซียส เพื่อเผาไล่เศษขี้เถ้า แว็กซ์ จึงจะสามารถทาให้โพรงแบบสะอาด เมื่อนาเบ้าปูนไปหล่อด้วยโลหะเงินสเตอร์ลิง 925 แล้วได้ ชิ้นงานที่มีความสมบูรณ์ดี
การศึกษาปัจจัยการออกแบบท่อพักไอเสียเพื่อลดเสียงรบกวนและรักษาสมรรถนะของเครื่องยนต์
Nowadays the majority of environment problem is pollution of vehicle including the noise of engine combustion. For this reason this thesis aims to compare and study the parameters which affect noise reduction on exhaust pipe. Not only reduce the noise pollution but also maintain the efficiency of the engine. These two substances must be considered. Therefore the researcher emphasized to study the parameters on 3 types of muffler with an equal volume: direct reverse and offset type of mufflers. Initiated by data collection the pressure and the velocity in muffler at the speed of engine at 1000 RPM (slow-running engine mode) and 4000 RPM (maximum running engine mode) were investigated. The data were applied into the program that called “SolidWorks” in order to study parameters. In this step the relation between the pressure and velocity of exhaust were represented. In addition the muffler models were selected to manufacture and test by the standard of The Department of Land Transport. As a result there are two major parameters of the muffler. Firstly the metamorphism of the exhaust gas flow direction pleasurably causes the lower noise at the speed of engine at 1000 RPM. Besides an increase of the flow gas distance can diminish noise at the speed of engine at 4000 RPM as well. However this muffler models were tested under the working mode of catalytic device that is standard equipment for automotive vehicles.
การศึกษาวิเคราะห์พฤติกรรมการอบชุบด้วยกระบวนการทางความร้อนของโลหะเงินเจือต่ำ 58.33 wt% AgCuSn
การวิจัยนี้เป็นการศึกษาพฤติกรรมการอบชุบด้วยกระบวนการทางความร้อนของโลหะเงิน เจือต่ำ58.45wt%Ag +41.55wt%Cu โดยทำการเปรียบเทียบกับสมบัติของโลหะเงินสเตอร์ลิง 925 และโลหะเงินเจือต่ำ 58.33% เพื่อศึกษาสภาวะที่เหมาะในหาการปรับปรุงคุณสมบัติเชิงกลและโครงสร้าง จุลภาคของโลหะเงินเจือต่ำที่เป็นไปตามมาตรฐานผลิตเครื่องประดับ ผลจากการศึกษาโลหะเงิน 58.33 % ที่อัตราส่วนผสม 58.33Ag+36.66Cu+5.01Sn ซึ่งมี ค่าคุณสมบัติเชิงกลจากการทดสอบเบื้องต้นมีค่าเหมาะสมที่สุด จากนั้นท่าการศึกษาค่าความแข็งแรงดึง สูงสุดแบบเส้นลวดพบว่ามีค่าความต้านทานแรงดึงสูงสุดเท่ากับ 0.36 MPa ค่าเปอร์เซ็นต์การยืดตัว 0.11% เมื่อท่าการอบที่อุณหภูมิ 650 °C เวลาในการอบ 10 นาที ซึ่งปล่อยให้ชิ้นงานเย็นตัวในอากาศที่ อุณหภูมิห้องปกติ และค่าความแข็งจากการทดสอบมีค่าสูงสุดเท่ากับ 105.12 HV อบที่อุณหภูมิ 600 °C เวลาในการอบ 10 นาที ซึ่งปล่อยให้ชิ้นงานเย็นตัวในอากาศที่อุณหภูมิห้องปกติ ศึกษาโครงสร้างจุลภาค ของโลหะเงินเจือต่ำ 58.33Ag+41.57Cu+0.10Sn เมื่อท่าการอบปรับปรุงคุณสมบัติทางความร้อนและการ ชุบแข็งแบต่างๆ พบว่าโครงสร้างจุลภาคของชิ้นงานทดสอบหลังปล่อยให้เย็นตัวในอากาศ เกิดการ เปลี่ยนแปลงจาก β phase ที่มีขนาดเล็กลงเป็นโครงสร้าง Eutectic phase ที่มี α -phase และ β - phase ขนาดเล็กและละเอียด ซึ่งมีลักษณะสอดคล้องกับโครงสร้างจุลภาคของเฟสไดอะแกรมสมดุลโลหะ เงิน-ทองแดง ผลจากการทดลองและวิเคราะห์หาค่าคุณสมบัติเชิงกลของชิ้นงานทดสอบและโครงสร้างจุลภาค ที่ได้จากการทดลองในสภาวะต่างๆ มีค่าที่เป็นไปตามมาตรฐานของเครื่องประดับเงินตามมาตรฐาน อุตสาหกรรมการผลิตเครื่องประดับ ทั้งของในประเทศและต่างประเทศ
การศึกษาจุดศูนย์กลางมวลและสัดส่วนการเบรกที่ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพการบังคับยานยนต์
The aim of this research is to study the varieties of weight density distribution affect to the center of mass and vehicle stability. The weight density distribution tester was designed and changed the position of mass. Base on the center of mass is main points of vehicle stability. On the other hand FMCSA standard was applied to field test for considering of the brake performance and vehicle stability. The results of research discovered to the mass distribution on horizontal plane and fixed position Y1 are absolutely influence under an increasing 50 kilograms of mass condition. For the mass distribution on longitudinal plane and fixed position Z2 and Z3 are affected to the increasing of mass 100 and 150 kilograms respectively. Otherwise under an increasing of mass 200 and 250 kilograms there is non-influence to the weight density distribution. In term of the braking performance it’s depends on the lateral mass distribution especially the center position of mass installed on longitudinal and horizontal plane and close up on the front axle (Y2). For the vehicle stability results the position (Y2) is the highest influence for yaw rate and sideslip. Otherwise the position (Y3) or the position of mass installed on longitudinal plane and nearly at the left wheel on the rear axle. Additionally wheel lock-up condition was appeared on the front axle only. Because the behavior of the weight distribution on front axle was decreased lead to mass distribution on longitudinal plane.
การศึกษาวิเคราะห์อิทธิพลของธาตุเจือทองแดงและดีบุกที่มีผลต่อสมบัติทางกายภาพ (ความแตกต่างของค่าระดับสี) และพฤติกรรมความด้านทานการหมองของโลหะเงินเจือต่ำ 58.33 wt% AgCuSn
การวิจัยนี้เป็นการศึกษาสมบัติของโลหะเงินเจือต่ำ 58.33% ที่มีธาตุทองแดง (Cu) และดีบุก (Sn) เป็นธาตุผสม ซึ่งมีปริมาณการผสมอยู่ในช่วงระหว่าง 36.66-41.57%Cu และ 0.10-5.01%Sn ตามล่าดับ โดยท่าการเปรียบเทียบกับสมบัติของโลหะเงินสเตอร์ลิง 925 และโลหะเงินเจือต่ำ 58.33%เพื่อ ศึกษาวิเคราะห์อิทธิพลของธาตุเจือทองแดงและดีบุกที่มีผลต่อสมบัติเคมีและสมบัติทางกายภาพที่ เหมาะสมในการผลิตเครื่องประดับเงินเจือต่ำ 58.33% ผลจากการศึกษาโลหะเงินเจือต่ำ 58.33 % ที่ประกอบด้วยเงิน (Ag) และทองแดง (Cu) เมื่อน่ามา เปรียบเทียบกับโลหะเงินสเตอร์ลิง 925 จากการศึกษาเปรียบเทียบพบว่าโลหะเงินผสมเจือต่ำ ต่ำ 58.33Ag + 41.16Cu +0.51Sn มีค่า มีค่า L* = 92.18 a* = 4.64 b* = 10.71 และ ΔE = 28.32 เป็น ส่วนผสมที่เหมาะที่สุดจากการวิเคราะห์ค่าระดับสีและค่าความแตกต่างของสี และมีพฤติกรรมความ ต้านทานการหมองของโลหะเงินเจือต่ำมากที่สุด เนื่องจากอิทธิพลของธาตุดีบุก (Sn) ที่ผสมเข้าไปใน อัตราส่วนที่เหมาะสม ผลจากการวิเคราะห์ส่วนผสมทางเคมีของโลหะเงินเจือต่ำ 58.33% พบว่าส่วนผสมทางเคมีของ โลหะเงินเจือต่ำในแต่ละอัตราส่วนผสมมีสัดส่วนของธาตุใกล้เคียงกับอัตราส่วนผสมจริง จึงท่าให้โลหะเงิน เจือต่ำที่ได้ท่าการทดลองมีค่าระดับสีและพฤติกรรมความต้านทานการหมองที่สูงไม่แตกต่างกันมากนัก เป็นไปตามมาตรฐานของเครื่องประดับเงินตามมาตรฐานอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องประดับทั้งของใน ประเทศและต่างประเทศ