จำนวน Repository ( 644 )
การพัฒนาโปรแกรมจำลองค่าพารามิเตอร์สายส่งความถี่สูงโดยใช้ Matlab/Simulink
มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาโปรแกรมจาลองค่าพารามิเตอร์สายส่งความถี่สูงโดยใช้ Matlab/Simulink 2) เพื่อหาประสิทธิภาพโปรแกรมจาลองค่าพารามิเตอร์สายส่งความถี่สูงโดยใช้ Matlab/ Simulink และ 3) เพื่อเปรียบเทียบผลการคานวณจากโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นกับผลจากการคิดคานวณ ค่าพารามิเตอร์สายส่งความถี่สูงที่นามาพัฒนาเป็นโปรแกรมนั้น แบ่งตามประเภทของสายส่งในอากาศซึ่งขึ้นอยู่กับความถี่และการใช้งาน ได้แก่ สายส่งสัญญาณแบบสองสาย สายส่งสัญญาณแบบระนาบคู่ และสายส่งสัญญาณแบบโคแอกซ์ ส่วนประกอบของโปรแกรม แบ่งเป็น 3 หน้าจอ ได้แก่ หน้าจอหลัก หน้าจอแสดงโปรแกรมหลัก และหน้าจอคานวณค่าพารามิเตอร์ การตรวจสอบหาคุณภาพและประสิทธิภาพของระบบโดยผู้เชี่ยวชาญจานวน 5 ท่านที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบประเมินการตรวจสอบคุณภาพ แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 การทดสอบโปรแกรม และส่วนที่ 2 การทดสอบระบบ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า 1. ผลการพัฒนาโปรแกรมจาลองค่าพารามิเตอร์สายส่งความถี่สูงโดยใช้ Matlab/Simulink มีโครงสร้างของการออกแบบโปรแกรม แบ่งการทางานออกเป็น 3 ส่วนหลัก ๆ ได้แก่ ส่วนการคานวณโปรแกรมสายส่งสัญญาณสองสาย ส่วนการคานวณโปรแกรมสายส่งสัญญาณระนาบคู่ และส่วนการคานวณโปรแกรมสายส่งสัญญาณโคแอกซ์ ซึ่งในการคานวณโปรแกรมแต่ละส่วนมีหลักการทางานของโปรแกรม ซึ่งการคานวณโปรแกรมแต่ละส่วนมีหลักการทางานของโปรแกรม แบ่งออกเป็น กาหนดเงื่อนไขของขอบเขตของสายส่ง คานวณค่าความจุ คานวณค่าความนา คานวณค่าความเหนี่ยวนา คานวณค่าความต้านทาน และคานวณค่าอิมพีแดนซ์ ซึ่งการคานวณทุกส่วนสามารถแสดงผลการคานวณ เลือกการคานวณสายส่งสัญญาณแบบต่าง ๆ ซึ่งโปรแกรมที่คณะผู้วิจัยทาการพัฒนานี้ แบ่งสายส่งสัญญาณตามประเภทการใช้งานและความถี่ จานวน 3 สายส่งสัญญาณ ได้แก่ สายส่งสัญญาณแบบสองสาย สายส่งสัญญาณแบบระนาบคู่ และสายส่งสัญญาณแบบโคแอกซ์ 2. ผลการหาประสิทธิภาพโปรแกรมจาลองค่าพารามิเตอร์สายส่งความถี่สูงโดยใช้ Matlab/ Simulink แบ่งออกเป็น 2 ส่วน พบว่า ส่วนที่ 1 ผลการทดสอบความถูกต้องทางด้านภาษาคาสั่งและความสามารถในการทางาน ส่วนย่อยทั้ง 5 กระบวนการทางาน มีความถูกต้อง ไม่มีข้อผิดพลาดในกระบวนการ ซึ่งกระบวนการทางานแต่ละกระบวนการทางานมีความเชื่อมโยงกันตามที่ได้ออกแบบไว้ โดยภาพรวมการพัฒนาระบบสามารถทางานได้ไม่เกิดข้อผิดพลาด และเมื่อทาการประเมินการยอมรับระบบ พบว่าโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นสามารถนาไปใช้เป็นเครื่องมือวิจัยได้ เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ด้านการออกแบบ เรื่องมาตรฐานการออกแบบ คุณภาพการออกแบบ และโครงสร้างที่ออกแบบไม่ซับซ้อนเป็นที่ยอมรับ ข จากผู้เชี่ยวชาญ คิดเป็นเปอร์เซ็นต์อยู่ระหว่าง 80% - 83% ด้านกระบวนการทางานเรื่องการเรียงลาดับกระบวนการทางาน การเข้าใจในภาษาที่ใช้ในการทางานเป็นที่ยอมรับจากผู้เชี่ยวชาญ คิดเป็นเปอร์เซ็นต์อยู่ระหว่าง 84% - 80% และด้านหน้าที่การทางานเรื่องวิธีการทางานในแต่ละการทางาน ความสอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้งานเป็นที่ยอมรับจากผู้เชี่ยวชาญ คิดเป็นเปอร์เซ็นต์อยู่ระหว่าง 89% - 79% และส่วนที่ 2 การหาประสิทธิภาพการทางานของโปรแกรมจาลองค่าพารามิเตอร์สายส่งความถี่สูงโดยใช้ Matlab/Simulink ที่พัฒนาขึ้น พบว่า โปรแกรมจาลองที่พัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพการทางานอยู่ในระดับมาก (𝑥̅=4.04𝑆.𝐷.=0.36) 3. ผลการเปรียบเทียบระหว่างผลการคานวณจากโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นกับผลจากการคิดคานวณ มีผลการคานวณที่ตรงกัน จึงแสดงให้เห็นว่า โปรแกรมที่พัฒนาขึ้นสามารถนาไปใช้แทนการคานวณด้วยมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมวิชาชีพระยะสั้นด้านคหกรรมศาสตร์ ของสมาชิกชมรมผู้สูงอายุบ้านโพธิ์แจ้ ตำบลบางน้ำจืด
The present research has the following objectives: 1) To examine the needs for short course training in home economics 2) To develop the short course curriculum in Home Economics in accordance to the needs of the members of Baan Pho Jaa Elderly Club and 3) To examine the satisfaction of the training in Home Economics for the members of Baan Pho Jaa Elderly Club Bang Namjuerd Muang District of Samutsakhorn Province. The samples selected for the research are the total number of 30 members of Baan Pho Jaa Elderly Club Bang Namjuerd Muang District of Samutsakhorn Province who have shown their interest in the program as well as had the capability to be trained. The research instrument is a questionnaire developed by the researcher and a training curriculum for the short course training in Home Economics. The data are analyzed in frequency and percentage. The findings are as follows: The members of Baan Pho Jaa Elderly Club showed the need to be trained in Home Economics with crispy rice noodle with spices tapioca dumpling with shiitake and salted duck egg with herbs respectively (43.33% 23.33% and 16.67%). The research developed the training curriculum accordingly using Taba’s instruction of curriculum development as consisting of 4 modules: i) an introduction to cooking ii) basic ingredients culinary instruments and cooking techniques iv) making crispy rice noodle with spices and v) package designing and calculating selling prices. The six-hour session of training took place at Baan Pho Jaa Medical Centre on Saturday – Sunday at 09.00 – 12.00 hrs and 13.00 – 16.00 hrs. The results of the training are as follows: i) the trainees showed an overall working skill at a good level ( X = 2.70) ii) the outcomes were evaluated and fell at a good level ( X = 2.83) and iii) the satisfaction of the trainees was considerably good ( X = 3.99).