จำนวน Repository ( 204 )

การส่งเสริมการเรียนรู้เทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตในทุกสิ่งผ่านสะเต็มศึกษาเพื่อการก้าวสู่มหาวิทยาลัยดิจิทัล
การส่งเสริมการเรียนรู้เทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตในทุกสิ่งผ่านสะเต็มศึกษาเพื่อการก้าวสู่มหาวิทยาลัยดิจิทัล

ตามที่รัฐบาลได้ให้ความสาคัญต่อการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีส่งเสริมในนโยบายพัฒนากาลังคนภายในประเทศ โดยได้บูรณาการการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษา (STEM Education : Science Technology Engineering and Mathematics Education) ในการจัดการศึกษาในทุกระดับเพื่อมุ่งหวังในการผลิตกาลังคนทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี ให้คนไทยสามารถแข่งขันในระดับโลกได้นั้น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนครได้กาหนดเป้าหมายให้สอดคล้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศและนโยบายของรัฐบาล โดยกาหนดยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยให้เป็นมหาวิทยาลัยดิจิทัล (Digital University) ส่งผลให้มีการนาเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาใช้ในการจัดการเรียนการสอน เฉกเช่นเดียวกับการนาเอาเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตในทุกสิ่ง (Internet of Things) มาใช้ในงานวิจัยนี้ ด้วยเล็งเห็นถึงความสาคัญของการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษาและเทคโนโลยีดังกล่าว ผู้วิจัยจึงได้ศึกษาการเรียนรู้เทคโนโลยี IoT ผ่านการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษาโดยแบ่งการวิจัยเป็น 3 ส่วนคือ 1. ทางการเรียนการอบรมด้วยเทคโนโลยี IoT ผ่านการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษาจานวน 17 หน่วยเรียนและทาการทดสอบเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเทคโนโลยี IoT ด้วยสะเต็มศึกษาของนักศึกษาก่อนและหลังเรียนจานวน 2 ครั้งซึ่งผลปรากฎว่า นักศึกษามีค่าเฉลี่ยหลังเรียนสูงขึ้นหลังเรียนในทั้งสองครั้ง นอกจากนี้ยังได้เปรียบเทียบคะแนนก่อนและหลังการเรียนทั้งสองครั้งโดยใช้ค่าสถิติ t-test dependent พบว่า ผลการสอบนักศึกษามีคะแนนสูงขึ้นอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 (การทดสอบครั้งที่ 1 และ 2 มีค่า Sig.เท่ากันคือ .000) แสดงให้เห็นว่าการจัดการเรียนการสอนแบบสะเต็มส่งผลดีต่อคะแนนสอบของนักศึกษา 2. นักศึกษาสามารถพัฒนาโครงการสารสนเทศด้านเทคโนโลยี IoT ได้หลังจากอบรมเทคโนโลยี IoT ด้วยสะเต็มศึกษาจานวน 5 โครงการภายใต้คาแนะนาของอาจารย์ผู้สอนและประเมินคุณภาพโครงการด้วยการประเมินตามสภาพจริง (Authentic Assessment) จากผู้เชี่ยวชาญสามคนและทุกโครงการได้ผลคะแนนคุณภาพอยู่ในระดับ “ดี” 3. การทดสอบเพื่อวัดเจตคติของนักศึกษาต่อการพัฒนาโครงการสารสนเทศหลังจากอบรมเทคโนโลยี IoT ด้วยสะเต็มศึกษา ผลปรากฎว่า นักศึกษา “เห็นด้วย” ในการจัดกิจกรรมดังกล่าวโดยมีค่าระดับคะแนนที่ 4.21 จากผลการวิจัยดังกล่าว ผู้วิจัยได้พัฒนา “โมเดลการพัฒนาโครงการสารสนเทศด้วยเทคโนโลยี IoT ผ่านการจัดการเรียนการสอนแบบสะเต็มศึกษา” ซึ่งบูรณาการมาจากการเรียนรู้แบบสะเต็ม เทคโนโลยีสารสนเทศและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง และการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานอีกด้วย

2561
การศึกษาวิจัยตลาดแรงงานกับการก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 ของคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มทร.พระนคร
การศึกษาวิจัยตลาดแรงงานกับการก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 ของคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มทร.พระนคร

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนของคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ในการก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงาน 2) เพื่อศึกษาแนวโน้มอาชีพของแรงงานกับการก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 ของคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร และ 3) เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับตลาดแรงงานกับการก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 ของคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร กลุ่มตัวอย่างได้แก่ สถานประกอบที่นักศึกษาของคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมออกฝึกงานทางวิชาชีพ ในภาคเรียนที่ ฤดูร้อน ปีการศึกษา 2558 ทั้ง 5 สาขาวิชา จำนวน 30 บริษัท/โรงงาน และสถานศึกษาที่นักศึกษาออกฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2559 จำนวน 30 สถานศึกษา ซึ่งทำการสุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ แบบสอบถามความพึงพอใจของผู้บังคับบัญชา/ผู้จ้างที่มีต่อบัณฑิต และแบบสอบถามสอบความต้องการสมรรถนะที่พึงประสงค์ของสถานประกอบการ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า 1. ผลการวิเคราะห์สภาพการจัดการเรียนการสอนของคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ในการก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงาน พบว่า หลักสูตรที่เปิดการเรียนการสอนของคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม เมื่อนักศึกษาจบไปสามารถไปปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากผลการระดับความพึงพอใจของผู้บังคับบัญชา/ผู้จ้างที่มีต่อบัณฑิต ซึ่งหลักสูตรที่ผู้บังคับบัญชา/ผู้จ้างที่มีต่อบัณฑิตมีความพึงพอใจมากที่สุด ได้แก่ หลักสูตรครุศาสตร์อุตสาหกรรมบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล หลักสูตรครุศาสตร์อุตสาหกรรมบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า หลักสูตรอุตสาหกรรมศาสตร์บัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมอุตสาหการ และหลักสูตรอุตสาหกรรมศาสตร์บัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า ตามลำดับ 2. ผลการวิเคราะห์แนวโน้มอาชีพของแรงงานกับการก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 ของคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร พบว่า ยุคการก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 มีการนำระบบดิจิตอลเป็นหัวใจสาคัญ ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงจากโรบอติก เชื่อมโยงโลก ต้องการแรงงานทักษะ แต่ลดการใช้แรงงานทั่วไป ตาม 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายที่เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ เกี่ยวกับหุ่นยนต์เพื่ออุตสาหกรรม อุตสาหกรรมการขนส่งและการบิน อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ และอุตสาหกรรมดิจิทัล 3. ผลการวิเคราะห์แนวทางการพัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับตลาดแรงงานกับการก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 ของคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร พบว่า คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม ควรมีการปรับปรุงหลักสูตรที่ทันสมัย มีการนำเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาประยุกต์ใช้ในเนื้อหาวิชา เพื่อให้นักศึกษาเกิดการเรียนรู้ที่หลากหลาย และเน้น Soft Skill เพื่อทันต่อสังคมในปัจจุบัน เน้นคุณธรรมจริยธรรม มีการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างทันท่วงที

2560
การพัฒนาโปรแกรมจำลองการวิเคราะห์ค่าพารามิเตอร์ที่สำคัญของสายอากาศสำหรับประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนด้านวิศวกรรมโทรคมนาคม
การพัฒนาโปรแกรมจำลองการวิเคราะห์ค่าพารามิเตอร์ที่สำคัญของสายอากาศสำหรับประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนด้านวิศวกรรมโทรคมนาคม

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาโปรแกรมจำลองการวิเคราะห์ค่าพารามิเตอร์ที่สำคัญของสายอากาศสำหรับประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนด้านวิศวกรรมโทรคมนาคม 2) หาประสิทธิภาพของโปรแกรมจำลองการวิเคราะห์ค่าพารามิเตอร์ที่สำคัญของสายอากาศสำหรับประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนด้านวิศวกรรมโทรคมนาคม และ3) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเกี่ยวกับการคำนวณหาค่าพารามิเตอร์ที่สำคัญของสายอากาศระหว่างการสอนที่ใช้โปรแกรมจำลองกับการสอนแบบปกติ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักศึกษาสาขาวิชาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคม ชั้นปีที่ 3 ที่เรียนวิชาวิศวกรรมสายอากาศ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2557 จำนวน 15 คน และนักศึกษาสาขาวิชาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคม ชั้นปีที่ 4 ที่เรียนวิชาวิศวกรรมสายอากาศ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2557จำนวน 13 คน ใช้วิธีการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม ดังนี้ กลุ่มทดลองได้รับการสอนโดยใช้โปรแกรมที่พัฒนาขึ้น คือ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 และกลุ่มควบคุม คือ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 ได้รับการสอนแบบปกติ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ประกอบด้วยโปรแกรมจำลองการวิเคราะห์ค่าพารามิเตอร์ที่สำคัญของสายอากาศ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเกี่ยวกับการคำนวณหาค่าพารามิเตอร์ที่สำคัญของสายอากาศและแบบสอบถามความพึงพอใจของนักศึกษาที่มีต่อการใช้โปรแกรมจำลองการวิเคราะห์ค่าพารามิเตอร์ที่สำคัญของสายอากาศ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ ค่าสถิติ t-test ผลการวิจัยพบว่า 1. ผลการพัฒนาโปรแกรมจำลองการวิเคราะห์ค่าพารามิเตอร์ที่สำคัญของสายอากาศสำหรับประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนด้านวิศวกรรมโทรคมนาคม พบว่า โปรแกรมจำลองการวิเคราะห์ค่าพารามิเตอร์ที่สำคัญของสายอากาศที่พัฒนาขึ้น ประกอบด้วย ส่วนของการป้อนและการแสดงผลของโปรแกรม ทฤษฎีพารามิเตอร์ต่าง ๆ ของสายอากาศ 2. ผลการประสิทธิภาพของโปรแกรมจำลองการวิเคราะห์ค่าพารามิเตอร์ที่สำคัญของสายอากาศสำหรับประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนด้านวิศวกรรมโทรคมนาคม พบว่า โปรแกรมจำลองการวิเคราะห์ค่าพารามิเตอร์ที่สำคัญของสายอากาศสำหรับประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนด้านวิศวกรรมโทรคมนาคมที่พัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพ เท่ากับ 83.13/82.67 3. ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเกี่ยวกับการคำนวณหาค่าพารามิเตอร์ที่สำคัญของสายอากาศระหว่างการสอนที่ใช้โปรแกรมจำลองกับการสอนแบบปกติ พบว่า นักศึกษากลุ่มทดลองที่เรียนจากโปรแกรมจำลองการวิเคราะห์ค่าพารามิเตอร์ที่สำคัญของสายอากาศที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นมีผลสัมฤทธิ์เกี่ยวกับการคำนวณหาค่าพารามิเตอร์ที่สำคัญของสายอากาศสูงกว่ากลุ่มควบคุมที่ใช้การสอนแบบปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

2560
การศึกษาอัตลักษณ์และการออกแบบสื่อประชาสัมพันธ์แบบ 2 มิติ และ 3 มิติ ผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพรจากธรรมชาติกรณีศึกษาของสถาบันการแพทย์แผนไทย
การศึกษาอัตลักษณ์และการออกแบบสื่อประชาสัมพันธ์แบบ 2 มิติ และ 3 มิติ ผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพรจากธรรมชาติกรณีศึกษาของสถาบันการแพทย์แผนไทย

The research project is The Education media relations identity and design in 2D and 3D for natural herbal products A case study of Thailand Institute of Medicine. To design and develop a curry puff pastry product packaging. Saraburi up The concept presented by local identity of offense to the principles of packaging design. According to a study by the packaging. Can be divided into two categories: The study found that : Case Studies of the Institute of Medicine Thailand. (Association of Traditional Medicine Thailand Saraburi) to make the design in 2D and 3D signage products from natural herbs. Based on the purpose and role in the action. Medicine Association of Thailand. Saraburi 1) Pharmaceutical Thailand 2) Massage Thailand 3) Medical Thailand can be divided into two types. 1) Packaging Design Based on the needs / or from sales in the market are also ranked fourth herb relieves disease high blood pressure Herbal Herbal steam. And herbal powder mask 2) Design Media Relations Based on the demand side the use of traditional medicine associations Thailand. The offense has four such promotions counterroll up Leaflets posters. The findings The results of the questionnaire to preliminary data for evaluating the satisfaction of the audience below The first shows the status of the respondents of the target groups. Most people who use the services of the association. (63.00 percent) sex is mostly female (70.00 percent) between the ages of 45-54 years (40.00 percent) professional groups are employed (31.00 percent) and education level is lower than a bachelors degree. (53.00 percent) The second assessed their satisfaction with the new forms of media groups that assessed satisfaction with the format of the new media groups. The most satisfying is the first package design is appropriate with a 4.73 average satisfaction level is the second most designs. Promotion Counter is appropriate with a 4.72 average satisfaction level is the third most research is interesting. And social benefits to the community as well with an average of 4.67 is the highest level of satisfaction. The overall result of this research is 4.63 the average satisfaction levels are highest.

2560
ทิศทางการการศึกษาด้านสิ่งทอและออกแบบแฟชั่น แนวคิดการจัดการศึกษาที่มีผลต่อตลาดแรงงาน (Target market) กับการเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 เพื่อความยั่งยืน
ทิศทางการการศึกษาด้านสิ่งทอและออกแบบแฟชั่น แนวคิดการจัดการศึกษาที่มีผลต่อตลาดแรงงาน (Target market) กับการเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 เพื่อความยั่งยืน

The purpose of this research was to study the direction of education management in textile and fashion design: education management concepts which effect to labor market (Target Market) with toward industry 4.0 for sustainability which was studied by industrial textile and fashion design faculty Rajamangala Phra-nakhon University of Technology. The sample of this result was used of graduate students manufacturing entrepreneur and lecturer. The research tools were used questionnaires assessment and data analysis by SPSS for window and Microsoft Excel frequency percentage mean and standard deviation were used to analyze the obtained data. The results of the study showed about direction of education management in textile and fashion design: education management concepts which effect to labor market (Target Market) with toward industry 4.0 for sustainability that most of the respondents were graduate students had concerned about the relationship and responsibility as priority which the opinion scored as highest as X ̅ = 4.19 and their Ethics scored as X ̅ = 4.03 The manufacturing and entrepreneur scored high for almost topic; cognitive skills domain scored as( X) ̅ = 4.00 psychomotor domain scored as X ̅= 3.92 knowledge domain scored as( X) ̅ = 3.63 and relationship and responsibility domain scored as X ̅ = 3.59. But the scored of numerical analysis communication and information as medium as X ̅ = 2.83 the lecturer were most concentration about psychomotor domain as scored as X ̅= 4.03 which was the most popular the others domain was high scored; Ethics domain was scored asX ̅ =3.88 knowledge domain was scored as X ̅= 3.80 Relationship and responsibility domain scored as (X ̅ = 3.70) cognitive skills domain scored as (X ̅ = 3.54).

2560