จำนวน Repository ( 6 )
การพัฒนาระบบการจัดการอินเทอร์เน็ตในรูปแบบของการเขียนโปรแกรมผ่าน API : กรณีศึกษาโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านทิไล่ป้า
This project was made in topic “The Development of Internet Management System in The Form of Programming Via API Internet : A Case Study of BanTiLiaPa Border Patrol Police School” aims to develop the internet system management to be efficient and facilitate the internet system management easier. This system is working through Mikrotik internet network that developed by using PHP to design website to improve the users. For using Bootrap for to design website as well as design the system by using Atom program to edit coding in the internet system management website page. The study found that This system can work to cover the educational objectives that have been laid. Can be used to develop the internet management system very well And also helps to facilitate the management of the internet system
การพัฒนาประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์จากงานจริง
การวิจัยครั้งนี้มีจุดประสงค์ 1 ) เพื่อพัฒนาการจัดกระบวนการการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์จากงานจริง ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังการเรียนด้วยกิจกรรมการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ และ 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักศึกษาที่ได้รับการพัฒนาประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์จากงานจริงกลุ่มตัวอย่างเป็นนักศึกษาสาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ชั้นปีที่ 2 คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2551 จำนวน 32 คน โดยเลือกแบบเจาะจง (Purposive sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ กิจกรรมการเรียนรู้จากประสบการณ์เกี่ยวกับการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ในหน่วยการเรียนเรื่อง คำสั่งควบคุมโปรแกรม แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และแบบประเมินความพึงพอใจของนักศึกษาที่ได้รับการพัฒนาประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์จากงานจริง สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าดัชนี ประสิทธิผล (The Effectiveness Index; EI) และ t-test on Samples Group ผลการวิจัยพบว่า 1. ประสิทธิภาพของกิจกรรมการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่พัฒนาขึ้น เท่ากับ 81.46/88.33 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่ตั้งไว้ 2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนหลังเรียนด้วยกิจกรรมการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 3. นักศึกษาที่เรียนด้วยกิจกรรมการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ นักศึกษามีระดับความพึงพอใจโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าการพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์โดออาศัยหลักการการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง ทำให้ผู้เรียนได้รับการฝึกฝนและพัมนาทักษะในการทำงานร่วมกับผู้อื่น การแก้ปัญหาการตัดสินใจ การแสวงหาความรู้ใหม่และการยอมรับซึ่งกันและกัน สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้นักเรียนเรียนรู้อย่างมีความสุขพร้อม ๆ กับการพัฒนาความดีงามและความรู้ความสามารถในการนำไปใช้งานต่อไป
การสร้างและหาประสิทธิภาพบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง ลักษณะและรูปแบบการเขียนโปรแกรมสำหรับเครื่องกัดอัตโนมัติ (CNC MILLING)
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง ลักษณะและรูปแบบการเขียนโปรแกรมสำหรับเครื่องกัดอัตโนมัติ (CNC MILLING) ให้ได้ตามเกณฑ์มาตรฐาน 90/90 และวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาหลังจากเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย เป็นนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง สาขาวิชาช่างกลโรงงาน – เครื่องจักรกลอัตโนมัติ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร วิทยาเขตพระนครเหนือ จำนวน 20 คน ผู้วิจัยได้ทำการทดลองโดยให้กลุ่มตัวอย่างทำแบบทดสอบก่อนเรียน แล้วให้ทำการเรียนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่องลักษณะและรูปแบบการเขียนโปรแกรมสำหรับเครื่องกัดอัตโนมัติ (CNC MILLING) ที่ผู้วิจัยจัดทำขึ้นประกอบด้วย 9 หน่วยเรียน คือ บทนำ ลักษณะและรูปแบบการเขียนโปรแกรมสำหรับเครื่องกัดอัตโนมัติ คำสั่งเคลื่อนที่เร็ว คำสั่งเคลื่อนที่ตัดชิ้นงานแนวเส้นตรง คำสั่งเคลื่อนที่ตัดงานแนวเส้นโค้ง คำสั่งการเจาะรู คำสั่งการกัดหลุมสี่เหลี่ยม คำสั่งการกัดหลุมแบบวงกลมและคำสั่งการกัดร่อง หลังจากนั้นให้ทำแบบทดสอบหลังเรียน แล้วนำมาคำนวณหาประสิทธิภาพของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนและวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หลังจากเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ผลการวิจัยครั้งนี้ปรากฏว่า ประสิทธิภาพของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นมีประสิทธิภาพได้ตามเกณฑ์มาตรฐาน 90/90 และหลังจากเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน นักศึกษามีความรู้เพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01
การสร้างและหาประสิทธิภาพบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง การเขียนโปรแกรมและปฏิบัติการกัดงานรูปทรงพื้นฐานบนเครื่องกัดอัตโนมัติ (CNC MILLING)
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่องการเขียนโปรแกรมและปฏิบัติการกัดงานรูปทรงพื้นฐานบนเครื่องกัดอัตโนมัติ (CNC MILLING) ให้ได้ตามเกณฑ์มาตรฐาน 90/90 และวิเคราะห์สัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาหลังจากเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย เป็นนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง สาขาวิชาเทคโนโลยีอุตสาหการ – เครื่องจักรกลอัตโนมัติ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร จำนวน 20 คน ผู้วิจัยได้ทำการทดลองโดยให้กลุ่มตัวอย่างทำแบบทดสอบก่อนเรียน แล้วให้ทำการเรียนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง การเขียนโปรแกรมและปฏิบัติการกัดงานรูปทรงพื้นฐานบนเครื่องกัดอัตโนมัติ (CNC MILLING) ที่ผู้วิจัยจัดทำขึ้นประกอบด้วย 6 หน่วยเรียน จากนั้นให้ทำแบบทดสอบหลังเรียน แล้วนำมาคำนวณหาประสิทธิภาพของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนและวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียน หลังจากเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ผลการวิจัยครั้งนี้ปรากฏว่า ประสิทธิของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นมีประสิทธิภาพได้ตามเกณฑ์มาตรฐาน 90/90 และหลังจากเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน นักศึกษามีความรู้เพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01