จำนวน Repository ( 3 )

การพัฒนาโปรแกรมจำลองปฏิบัติการระบบสื่อสารโดยใช้ GUI MATLAB
การพัฒนาโปรแกรมจำลองปฏิบัติการระบบสื่อสารโดยใช้ GUI MATLAB

With the objective 1) to develop communication system operating simulation program using GUI MATLAB 2) To find the efficiency of communication system simulation program using GUI MATLAB and 3) To compare the calculation results from the developed program with the calculation results The parameters of the high frequency transmission line which were developed to be programmed Classified by type of transmission lines in the air depending on the frequency and use including two-wire transmission cables. Twin-plane transmission cables And coax signal transmission lines The program components are divided into 3 screens namely the main screen the main program screen And parameter calculation screen Systematic quality and efficiency checks by 5 experts That has specialized expertise The tools used in the research were the quality inspection evaluation form which is divided into 2 parts which are part 1 program testing and part 2 testing the statistical system used for data analysis including mean percentage and standard deviation. The research found that 1. The result of the development of communication system simulation program using GUI MATLAB with the structure of the program design Dividing operations into 3 main parts Namely the calculation of two signal transmission lines. The calculation of the twin plane transmission line program And the calculation of the coax transmission line program n each part of the program calculation there is a working principle of the program. Each part of the calculation of the program has a working principle of the program. Divided into the terms of the scope of the transmission line Calculate capacity Calculate the conductivity Calculate inductance Calculate resistance And calculate the impedance value In which all calculations can show calculation results Select the calculation of various transmission lines. The program that the research team developed The signal transmission line is divided according to the type of usage and frequency. There are 3 signal transmission lines which are two-wire transmission lines. Twin-plane transmission cables And coax signal transmission lines 2. The result of finding the efficiency of the communication system simulation program using GUI MATLAB is divided into 2 parts. Part 1 Result of the language order and ability test for all 5 sub-processes Is correct No errors in the process In which each working process is linked as designed Overall the system development can work without errors. And when evaluating system acceptance It was found that the developed program could be used as a research tool. When considering each aspect found that Design. Design standards Design quality And the structure that is not complicated design is accepted by experts As a percentage between 82% - 85% Working process sorting work process Understanding of working language is accepted by experts. As a percentage between 82% - 87% And in front of work how to work in each work Compliance with user needs is accepted by experts. As a percentage between 80% - 95% And part 2 finding the performance of the communication system simulation program using GUI MATLAB developed found that the developed program has a high level of performance (x ̅ = 4.16 S.D. = 0.35) 3. Comparison between the calculated results from the developed program and the calculated results With matching calculation results Therefore shows that The developed program can be used in place of efficient calculation by hand.

2564
การพัฒนาโปรแกรมจำลองค่าพารามิเตอร์สายส่งความถี่สูงโดยใช้ Matlab/Simulink
การพัฒนาโปรแกรมจำลองค่าพารามิเตอร์สายส่งความถี่สูงโดยใช้ Matlab/Simulink

มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาโปรแกรมจาลองค่าพารามิเตอร์สายส่งความถี่สูงโดยใช้ Matlab/Simulink 2) เพื่อหาประสิทธิภาพโปรแกรมจาลองค่าพารามิเตอร์สายส่งความถี่สูงโดยใช้ Matlab/ Simulink และ 3) เพื่อเปรียบเทียบผลการคานวณจากโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นกับผลจากการคิดคานวณ ค่าพารามิเตอร์สายส่งความถี่สูงที่นามาพัฒนาเป็นโปรแกรมนั้น แบ่งตามประเภทของสายส่งในอากาศซึ่งขึ้นอยู่กับความถี่และการใช้งาน ได้แก่ สายส่งสัญญาณแบบสองสาย สายส่งสัญญาณแบบระนาบคู่ และสายส่งสัญญาณแบบโคแอกซ์ ส่วนประกอบของโปรแกรม แบ่งเป็น 3 หน้าจอ ได้แก่ หน้าจอหลัก หน้าจอแสดงโปรแกรมหลัก และหน้าจอคานวณค่าพารามิเตอร์ การตรวจสอบหาคุณภาพและประสิทธิภาพของระบบโดยผู้เชี่ยวชาญจานวน 5 ท่านที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบประเมินการตรวจสอบคุณภาพ แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 การทดสอบโปรแกรม และส่วนที่ 2 การทดสอบระบบ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า 1. ผลการพัฒนาโปรแกรมจาลองค่าพารามิเตอร์สายส่งความถี่สูงโดยใช้ Matlab/Simulink มีโครงสร้างของการออกแบบโปรแกรม แบ่งการทางานออกเป็น 3 ส่วนหลัก ๆ ได้แก่ ส่วนการคานวณโปรแกรมสายส่งสัญญาณสองสาย ส่วนการคานวณโปรแกรมสายส่งสัญญาณระนาบคู่ และส่วนการคานวณโปรแกรมสายส่งสัญญาณโคแอกซ์ ซึ่งในการคานวณโปรแกรมแต่ละส่วนมีหลักการทางานของโปรแกรม ซึ่งการคานวณโปรแกรมแต่ละส่วนมีหลักการทางานของโปรแกรม แบ่งออกเป็น กาหนดเงื่อนไขของขอบเขตของสายส่ง คานวณค่าความจุ คานวณค่าความนา คานวณค่าความเหนี่ยวนา คานวณค่าความต้านทาน และคานวณค่าอิมพีแดนซ์ ซึ่งการคานวณทุกส่วนสามารถแสดงผลการคานวณ เลือกการคานวณสายส่งสัญญาณแบบต่าง ๆ ซึ่งโปรแกรมที่คณะผู้วิจัยทาการพัฒนานี้ แบ่งสายส่งสัญญาณตามประเภทการใช้งานและความถี่ จานวน 3 สายส่งสัญญาณ ได้แก่ สายส่งสัญญาณแบบสองสาย สายส่งสัญญาณแบบระนาบคู่ และสายส่งสัญญาณแบบโคแอกซ์ 2. ผลการหาประสิทธิภาพโปรแกรมจาลองค่าพารามิเตอร์สายส่งความถี่สูงโดยใช้ Matlab/ Simulink แบ่งออกเป็น 2 ส่วน พบว่า ส่วนที่ 1 ผลการทดสอบความถูกต้องทางด้านภาษาคาสั่งและความสามารถในการทางาน ส่วนย่อยทั้ง 5 กระบวนการทางาน มีความถูกต้อง ไม่มีข้อผิดพลาดในกระบวนการ ซึ่งกระบวนการทางานแต่ละกระบวนการทางานมีความเชื่อมโยงกันตามที่ได้ออกแบบไว้ โดยภาพรวมการพัฒนาระบบสามารถทางานได้ไม่เกิดข้อผิดพลาด และเมื่อทาการประเมินการยอมรับระบบ พบว่าโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นสามารถนาไปใช้เป็นเครื่องมือวิจัยได้ เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ด้านการออกแบบ เรื่องมาตรฐานการออกแบบ คุณภาพการออกแบบ และโครงสร้างที่ออกแบบไม่ซับซ้อนเป็นที่ยอมรับ ข จากผู้เชี่ยวชาญ คิดเป็นเปอร์เซ็นต์อยู่ระหว่าง 80% - 83% ด้านกระบวนการทางานเรื่องการเรียงลาดับกระบวนการทางาน การเข้าใจในภาษาที่ใช้ในการทางานเป็นที่ยอมรับจากผู้เชี่ยวชาญ คิดเป็นเปอร์เซ็นต์อยู่ระหว่าง 84% - 80% และด้านหน้าที่การทางานเรื่องวิธีการทางานในแต่ละการทางาน ความสอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้งานเป็นที่ยอมรับจากผู้เชี่ยวชาญ คิดเป็นเปอร์เซ็นต์อยู่ระหว่าง 89% - 79% และส่วนที่ 2 การหาประสิทธิภาพการทางานของโปรแกรมจาลองค่าพารามิเตอร์สายส่งความถี่สูงโดยใช้ Matlab/Simulink ที่พัฒนาขึ้น พบว่า โปรแกรมจาลองที่พัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพการทางานอยู่ในระดับมาก (𝑥̅=4.04𝑆.𝐷.=0.36) 3. ผลการเปรียบเทียบระหว่างผลการคานวณจากโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นกับผลจากการคิดคานวณ มีผลการคานวณที่ตรงกัน จึงแสดงให้เห็นว่า โปรแกรมที่พัฒนาขึ้นสามารถนาไปใช้แทนการคานวณด้วยมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2561
การพัฒนาชุดสื่อประสมเรื่องสายอากาศไมโครสตริปสำหรับการเรียนการสอนทางด้านวิศวกรรมโทรคมนาคม
การพัฒนาชุดสื่อประสมเรื่องสายอากาศไมโครสตริปสำหรับการเรียนการสอนทางด้านวิศวกรรมโทรคมนาคม

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1) เพื่อพัฒนาและหาประสิทธิภาพชุดสื่อประสมเรื่องสายอากาศไมโครสตริปสำหรับการเรียนการสอนทางด้านวิศวกรรมโทรคมนาคม 2) เพื่อเปรียบเทียบผลการเรียนของผู้เรียนก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยชุดสื่อประสมเรื่องสายอากาศไมโครสตริปที่พัฒนาขึ้น และ 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อชุดสื่อประสมเรื่องสายอากาศไมโคร สตริปที่พัฒนาขึ้น กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ ผู้เรียนระดับปริญญาตรี ชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ศูนย์เทเวศร์ ที่ลงทะเบียนเรียนรายวิชาวิศวกรรมไมโครเวฟ ภาคการเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2558 จำนวน 15 คน ทำการสุ่มแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ประกอบด้วยชุดสื่อประสมเรื่องสายอากาศไมโครสตริป แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และแบบสอบถามความพึงพอใจของผู้เรียน ผลการวิจัยพบว่า 1. ผลการพัฒนาและหาประสิทธิภาพชุดสื่อประสมเรื่องสายอากาศไมโครสตริปสำหรับการเรียนการสอนทางด้านวิศวกรรมโทรคมนาคม พบว่า ชุดสื่อประสมเรื่องสายอากาศไมโครสตริปที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นมีทั้งหมด 3 บทเรียน ประกอบด้วย วัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม จำนวน 13 ข้อ ใบเนื้อหา จำนวน 91 หน้า การนำเสนอเนื้อหาด้วยเพาเวอร์พอยต์ จำนวน 178 เฟรม การนำเสนอเนื้อหาด้วยชุดสาธิต จำนวน 3 ชุด แบบทดสอบท้ายบทเรียน จำนวน 45 ข้อ และแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จำนวน 30 ข้อ ผลการหาประสิทธิภาพชุดสื่อประสมที่พัฒนาขึ้น พบว่า ผู้เรียนสามารถทำคะแนนแบบทดสอบท้ายบทเรียนเฉลี่ย 12.07 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 80.44 ซึ่งเท่ากับเกณฑ์มาตรฐานที่ตั้งไว้ร้อยละ 80 และการทำคะแนนแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 24.00 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 80.00 ซึ่งเท่ากับเกณฑ์มาตรฐานที่ตั้งไว้ร้อยละ 80 จึงสามารถสรุปได้ว่าชุดสื่อประสมเรื่องสายอากาศไมโครสตริปที่พัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพเท่ากับ 80.44/80.00 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่ตั้งไว้ร้อยละ 80/80 2. ผลเปรียบเทียบผลการเรียนของผู้เรียนก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยชุดสื่อประสมเรื่องสายอากาศไมโครสตริปที่พัฒนาขึ้น พบว่า ผู้เรียนสามารถทำคะแนนเฉลี่ยจากแบบทดสอบหลังเรียน คิดเป็นร้อยละ 80.00 สูงกว่าคะแนนเฉลี่ยจากแบบทดสอบก่อนเรียนคิดเป็นร้อยละ 20.89 จึงสามารถสรุปได้ว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนสูงขึ้นหลังจากได้เรียนกับชุดสื่อประสมที่พัฒนาขึ้น 3. ผลศึกษาความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อชุดสื่อประสมเรื่องสายอากาศไมโครสตริปที่พัฒนาขึ้น พบว่า ผู้เรียนมีความคิดเห็นต่อชุดสื่อประสมเรื่องสายอากาศไมโครสตริปด้านต่าง ๆ มีค่าเฉลี่ยของระดับความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก (X ̅=3.93 S.D.=0.84)

2560