จำนวน Repository ( 2 )
พัฒนาอิฐประสานจากวัสดุคอมโพสิทดินลูกรังผสมพลาสติกเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมก่อสร้าง
จากการทดลองวิจัยพบว่าดินลูกรัง ที่ใช้ในการททำวิจัยเป็นดินชั้นคุณภาพ A4 ประเภทของดินทรายแป้ง (Silty Soils) โดยมีอัตราส่วนผ่านตะแกรงเบอร์ 4 เทากับ 99.20% อัตราส่วนผ่านตะแกรงเบอร์ 10 เทากับ 96.20% อัตราส่วนผ่านตะแกรงเบอร์ 40 เทากับ 92.34% และอัตราส่วนผ่านตะแกรงเบอร์ 200 เทากับ 72.08% ดินลูกรังมีค่าพิกัด Atterberg พิกัดเหลว (Liquid Limit) เทากับ 17.49% พิกัดพลาสติก (Plastic Limit) เทากับ 15.08 % และดัชนีมวลดิน (Plasticity Index) เทากับ 2.41% องค์ประกอบทางเคมีของดินลูกรังพบว่าดินลูกรังมีซิลิกอน ออกไซด์ (SiO2) อลูมิน่า ออกไซด์ (Al2O3) ไอรอน ออกไซด์ (Fe2O3) เป็น 58.60 % 25.50% 13.00% ตามลำดับและพบสารประกอบ Silicon Oxide (SiO2) : Quartz ดินลูกรังมีผลการทดสอบหาความหนาแน่นปรากฏมีค่า 2.69 g/cm3 ความถ่วงจำเพาะ 2.32 ค่า Loss on Ignition 3.43 % การกระจายตัวของขนาดอนุภาค 28.42 μmขนาดรูพรุน 42.62 μm และพรุน ตัว 47.74% การขึ้นรูปตามอัตราส่วนของ ดินลูกรัง – พลาสติก ที่ดินลูกรัง 100% 90% และ80% ไม่สามารถอัดขึ้นรูปได้เนื่องจากดินมีมวลที่ละเอียดเมื่อขึ้นรูปจะไม่เกิดการยึดเกาะระหว่างมวลกับพลาสติกดังรูปในตารางและอัตราส่วนดินลูกรังตังแต่ 70%-0%สามารถขึ้นรูปได้สมบูรณ์ ตัวอย่างทดสอบดินลูกรัง-พลาสติกที่มีกำลังอัดสูงขึ้นตามเวลาที่ทำการกำ เนื่องจากวัสดุ HDPE มีความเหนียวและยืดหยุ่นทำให้วัสดุทดสอบไม่มีการแตกหักแต่จะเปลี่ยนรูปตามแรงที่กระทำ ซึ้งพบว่าดินลูกรังผสมพลาสติกเมื่อเพิ่มปริมาณพลาสติกมากขึ้นกำลังรับแรงเพิ่มตามสำดับผู้ใช้ควรเลือกใช้ตามความเหมาะสมกับงาน ปริมาณดินลูกรัง 50% ขึ้นไปตัวอย่างจบน้ำและปริมาณดินลูกรังตำกว่า 50% ก้อนตัวอย่างทดสอบลอยน้ำ ตัวอย่างสามารถดูซึมน้ำได้น้อยกว่า 30% ทุก ตัวอย่างที่สามารถขึ้นรูปได้ ซึ้งสามารถนำไปใช้ในงานก่อสร้างได้ ดินลูกรังผสมปลาสติกไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงปริมาตรหรือเกิดน้อยมาก ซึ้งเป็นคุณสมบัติที่ดีของวัสดุก่อสร้าง ผลการทดสอบด้วยกล้องขยายกำลัง 50x พบว่าดินลูกรังสามารถขึ้นรูปได้ด้วยการประสานของพลาสติกโดยยิงมีอัตราสวนของพลาสติกมากยิงทำให้มีความสามารยึดเกาะขึ้นรูปและกำลังได้ดีตามไปด้วย
ผลิตภาพแรงงานของงานฉาบปูนผนังภายในอาคาร
The purpose of this research was to study productivity rate in concrete plastering of interior brick wall by studying 2 construction projects in Bangkok. The researcher divided the methods of labor productivity into two categories: (1) direct labor production technique and (2) field rating technique. The direct labor productivity technique of project A is about 1.38 m2/person/hr. and project B is about 1.19 m2/person/hr. by field rating technique project A had 77.75 % of workers in work status project B had 73.75% of workers in work status. The error rate was 4.08 % and 4.31 % respectively at the 95% confidence level. Project A has higher productivity rate than project B because project manager A chooses ready-mixed plaster for plastering. Project B selects cement mix (silica cement) mixed with fine sand cement mixer and water which take longer to prepare than Project A resulted cost of materials increase for 28.21 %.Meanwhile the working time for wall plastering could take longer for 13.77 %. It can be concluded that the selection of material for work is another factor affecting labor productivity