จำนวน Repository ( 6 )
การศึกษาสภาวะที่เหมาะสมสำหรับการหล่อขึ้นรูปตัวเรือนเครื่องประดับโลหะเงินเจือสีชมพู 54%
The results of the experiments were found that the temperature of the castings was higher than that of the silver alloys. The workpiece temperature is 500C the workpiece is good 26%. The workpiece is 74%. The temperature is 550C. The workpiece is 26%. The workpiece is 74%. The temperature is 600C. The workpiece is 40%. The workpiece is 60%. The workpiece is a fin. There are many factors that cause fins on the workpiece. Use of low-strength mortar In addition the use of excessive compression or heat transfer resulting in the expansion and shrinkage is not equal. This causes the cracking of the metal water to expand at a temperature of 650 ° C. The fine specimen 56% of the workpiece loses 44%. This temperature results in the smallest workpiece caused by the uneven surface. Cause of the cooling rate in each part of the casting is not equal. And at 700 degrees Celsius it is best to cast silver ornaments with pink color because the results show that the work is minimal. There are 70% good work piece 30%
การวิจัยและพัฒนาโลหะเงินเจือสีชมพูเพื่อผลิตตัวเรือนเครื่องประดับด้วยการหล่อระบบเหวี่ยง
This paper discusses the mixed alloy silver pink by spending innocent Alloy capital ratio of 58.00% and check the analysis of color against Silver 925 under the metal content of about 58.40% alloy 41.60% result. According to the study the researchers used to hold above ingredients prototype to develop a mixture of silver to feature pink by analyzing the color (Color Analysis) tested the color of silver mixed pink capital ratio of 116.80 alloy. 83.20 wt.% has a shiny bright color space the L 67.17 a = 9.60 b = 2.04 a compound that can be used to produce silver mixed pink. In the manufacturing industry has for the user.
การศึกษาวิเคราะห์พฤติกรรมการอบชุบด้วยกระบวนการทางความร้อนของโลหะเงินเจือต่ำ 58.33 wt% AgCuSn
การวิจัยนี้เป็นการศึกษาพฤติกรรมการอบชุบด้วยกระบวนการทางความร้อนของโลหะเงิน เจือต่ำ58.45wt%Ag +41.55wt%Cu โดยทำการเปรียบเทียบกับสมบัติของโลหะเงินสเตอร์ลิง 925 และโลหะเงินเจือต่ำ 58.33% เพื่อศึกษาสภาวะที่เหมาะในหาการปรับปรุงคุณสมบัติเชิงกลและโครงสร้าง จุลภาคของโลหะเงินเจือต่ำที่เป็นไปตามมาตรฐานผลิตเครื่องประดับ ผลจากการศึกษาโลหะเงิน 58.33 % ที่อัตราส่วนผสม 58.33Ag+36.66Cu+5.01Sn ซึ่งมี ค่าคุณสมบัติเชิงกลจากการทดสอบเบื้องต้นมีค่าเหมาะสมที่สุด จากนั้นท่าการศึกษาค่าความแข็งแรงดึง สูงสุดแบบเส้นลวดพบว่ามีค่าความต้านทานแรงดึงสูงสุดเท่ากับ 0.36 MPa ค่าเปอร์เซ็นต์การยืดตัว 0.11% เมื่อท่าการอบที่อุณหภูมิ 650 °C เวลาในการอบ 10 นาที ซึ่งปล่อยให้ชิ้นงานเย็นตัวในอากาศที่ อุณหภูมิห้องปกติ และค่าความแข็งจากการทดสอบมีค่าสูงสุดเท่ากับ 105.12 HV อบที่อุณหภูมิ 600 °C เวลาในการอบ 10 นาที ซึ่งปล่อยให้ชิ้นงานเย็นตัวในอากาศที่อุณหภูมิห้องปกติ ศึกษาโครงสร้างจุลภาค ของโลหะเงินเจือต่ำ 58.33Ag+41.57Cu+0.10Sn เมื่อท่าการอบปรับปรุงคุณสมบัติทางความร้อนและการ ชุบแข็งแบต่างๆ พบว่าโครงสร้างจุลภาคของชิ้นงานทดสอบหลังปล่อยให้เย็นตัวในอากาศ เกิดการ เปลี่ยนแปลงจาก β phase ที่มีขนาดเล็กลงเป็นโครงสร้าง Eutectic phase ที่มี α -phase และ β - phase ขนาดเล็กและละเอียด ซึ่งมีลักษณะสอดคล้องกับโครงสร้างจุลภาคของเฟสไดอะแกรมสมดุลโลหะ เงิน-ทองแดง ผลจากการทดลองและวิเคราะห์หาค่าคุณสมบัติเชิงกลของชิ้นงานทดสอบและโครงสร้างจุลภาค ที่ได้จากการทดลองในสภาวะต่างๆ มีค่าที่เป็นไปตามมาตรฐานของเครื่องประดับเงินตามมาตรฐาน อุตสาหกรรมการผลิตเครื่องประดับ ทั้งของในประเทศและต่างประเทศ
การศึกษาวิเคราะห์อิทธิพลของธาตุเจือทองแดงและดีบุกที่มีผลต่อสมบัติทางกายภาพ (ความแตกต่างของค่าระดับสี) และพฤติกรรมความด้านทานการหมองของโลหะเงินเจือต่ำ 58.33 wt% AgCuSn
การวิจัยนี้เป็นการศึกษาสมบัติของโลหะเงินเจือต่ำ 58.33% ที่มีธาตุทองแดง (Cu) และดีบุก (Sn) เป็นธาตุผสม ซึ่งมีปริมาณการผสมอยู่ในช่วงระหว่าง 36.66-41.57%Cu และ 0.10-5.01%Sn ตามล่าดับ โดยท่าการเปรียบเทียบกับสมบัติของโลหะเงินสเตอร์ลิง 925 และโลหะเงินเจือต่ำ 58.33%เพื่อ ศึกษาวิเคราะห์อิทธิพลของธาตุเจือทองแดงและดีบุกที่มีผลต่อสมบัติเคมีและสมบัติทางกายภาพที่ เหมาะสมในการผลิตเครื่องประดับเงินเจือต่ำ 58.33% ผลจากการศึกษาโลหะเงินเจือต่ำ 58.33 % ที่ประกอบด้วยเงิน (Ag) และทองแดง (Cu) เมื่อน่ามา เปรียบเทียบกับโลหะเงินสเตอร์ลิง 925 จากการศึกษาเปรียบเทียบพบว่าโลหะเงินผสมเจือต่ำ ต่ำ 58.33Ag + 41.16Cu +0.51Sn มีค่า มีค่า L* = 92.18 a* = 4.64 b* = 10.71 และ ΔE = 28.32 เป็น ส่วนผสมที่เหมาะที่สุดจากการวิเคราะห์ค่าระดับสีและค่าความแตกต่างของสี และมีพฤติกรรมความ ต้านทานการหมองของโลหะเงินเจือต่ำมากที่สุด เนื่องจากอิทธิพลของธาตุดีบุก (Sn) ที่ผสมเข้าไปใน อัตราส่วนที่เหมาะสม ผลจากการวิเคราะห์ส่วนผสมทางเคมีของโลหะเงินเจือต่ำ 58.33% พบว่าส่วนผสมทางเคมีของ โลหะเงินเจือต่ำในแต่ละอัตราส่วนผสมมีสัดส่วนของธาตุใกล้เคียงกับอัตราส่วนผสมจริง จึงท่าให้โลหะเงิน เจือต่ำที่ได้ท่าการทดลองมีค่าระดับสีและพฤติกรรมความต้านทานการหมองที่สูงไม่แตกต่างกันมากนัก เป็นไปตามมาตรฐานของเครื่องประดับเงินตามมาตรฐานอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องประดับทั้งของใน ประเทศและต่างประเทศ
การศึกษาวิเคราะห์อิทธิพลของธาตุเจือทองแดงและดีบุกที่มีผลต่อสมบัติทางกลและโค่รงสร้างจุลภาคของโลหะเงินเจือต่ำ 58.33 wt%AgCuSn
การวิจัยนี้เป็นการศึกษาสมบัติของโลหะเงินเจือต่า 58.33% ที่มีธาตุทองแดง (Cu) และดีบุก (Sn) เป็นธาตุผสม ซึ่งมีปริมาณการผสมอยู่ในช่วงระหว่าง 36.66 - 41.57% และ 0.10-5.01% ตามล่าดับ โดยท่าการเปรียบเทียบกับสมบัติของโลหะเงินสเตอร์ลิง 925 และโลหะเงินเจือต่า 58.33% เพื่อศึกษา วิเคราะห์อิทธิพลของธาตุเจือทองแดงและดีบุกที่มีผลต่อสมบัติทางกลและโครงสร้างจุลภาของโลหะเงินเจือ ต่า 58.33 wt% AgCuSn และหาปริมาณของธาตุเจือทองแดงและดีบุกที่เหมาะสมในการผลิต เครื่องประดับเงินเจือต่า 58.33% ผลจากการศึกษาโลหะเงินเจือต่า 58.33 % ที่ประกอบด้วยเงิน (Ag) และทองแดง (Cu) เมื่อ น่ามาเปรียบเทียบกับโลหะเงินสเตอร์ลิง 925 จากการศึกษาเปรียบเทียบพบว่าโลหะเงินผสมเจือต่า 58.33Ag + 36.66Cu +5.01Sn มีค่า Yield Strength 195.2 Mpa Ultimate tensile strength 345.25 MPa Breaking point 301 MPa และ Elongation 61.58 % ซึ่งเป็นอัตราส่วนผสมของแต่ละ ธาตุที่เหมาะสมที่สุด ค่าความแข็งของโลหะเงินเจือต่า 58.33Ag + 41.57Cu + 0.10Sn มีค่าความแข็ง น้อยที่สุด เท่ากับ 93.03 HV ซึ่งปริมาณดีบุก (Sn) ที่ผสมเข้าไปในอัตราส่วน 0.10Sn จะท่าให้โครงสร้าง ของเงินเจือต่า เป็น β-phase เกิดการเปลี่ยนแปลงจาก β phase ที่มีขนาดเล็กลงเป็นโครงสร้าง Eutectic phase ที่มี α-phase และ β-phase ขนาดเล็กและละเอียด ผลจากการวิเคราะห์ส่วนผสมทางเคมีของโลหะเงินเจือต่า 58.33% พบว่าส่วนผสมทางเคมี ของโลหะเงินเจือต่าในแต่ละอัตราส่วนผสมมีสัดส่วนของธาตุใกล้เคียงกับอัตราส่วนผสมจริง จึงท่าให้โลหะ เงินเจือต่าที่ได้ท่าการทดลองมีค่าที่เป็นไปตามมาตรฐานของเครื่องประดับเงินตามมาตรฐานอุตสาหกรรม การผลิตเครื่องประดับทั้งของในประเทศและต่างประเทศ