จำนวน Repository ( 2 )
Graphical method and database development for computer programming to reinforced concrete slab analysis and design
This research was to apply graphical method as the input data combined with using database for developing reinforced concrete slab analysis and design. Visual Basic language was used for creating the GUI (graphic user interface) and coding and database file was used for storing data. The position of beam column and slab can define by drawing on GUI and this program will automatic translate to be the distances for using as data in process of analysis and slab design. Results from analysis and design were compared with manual calculation that they are a litter bit error because of rounding error. Moreover they can be more economically and more conveniently than results from VisStructure 4
การพัฒนาประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์จากงานจริง
การวิจัยครั้งนี้มีจุดประสงค์ 1 ) เพื่อพัฒนาการจัดกระบวนการการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์จากงานจริง ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังการเรียนด้วยกิจกรรมการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ และ 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักศึกษาที่ได้รับการพัฒนาประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์จากงานจริงกลุ่มตัวอย่างเป็นนักศึกษาสาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ชั้นปีที่ 2 คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2551 จำนวน 32 คน โดยเลือกแบบเจาะจง (Purposive sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ กิจกรรมการเรียนรู้จากประสบการณ์เกี่ยวกับการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ในหน่วยการเรียนเรื่อง คำสั่งควบคุมโปรแกรม แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และแบบประเมินความพึงพอใจของนักศึกษาที่ได้รับการพัฒนาประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์จากงานจริง สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าดัชนี ประสิทธิผล (The Effectiveness Index; EI) และ t-test on Samples Group ผลการวิจัยพบว่า 1. ประสิทธิภาพของกิจกรรมการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่พัฒนาขึ้น เท่ากับ 81.46/88.33 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่ตั้งไว้ 2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนหลังเรียนด้วยกิจกรรมการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 3. นักศึกษาที่เรียนด้วยกิจกรรมการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ นักศึกษามีระดับความพึงพอใจโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าการพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์โดออาศัยหลักการการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง ทำให้ผู้เรียนได้รับการฝึกฝนและพัมนาทักษะในการทำงานร่วมกับผู้อื่น การแก้ปัญหาการตัดสินใจ การแสวงหาความรู้ใหม่และการยอมรับซึ่งกันและกัน สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้นักเรียนเรียนรู้อย่างมีความสุขพร้อม ๆ กับการพัฒนาความดีงามและความรู้ความสามารถในการนำไปใช้งานต่อไป