จำนวน Repository ( 4 )

ความต้องการจำเป็นในการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาการเรียนรู้ของนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ความต้องการจำเป็นในการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาการเรียนรู้ของนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร

The purposes of this research were to study to rank the needs and find solutions of RMUTP environment management on undergraduate students’learning development of RMUTP environment management on undergraduate students’learning development. This study is a survey research and the samples were 385 students. The research tool was questionnaire. The data were analyzed through percentage (%) mean ( ) standard deviation (S.D.) t-test modified priority needs index: PNI modified. The results demonstrated that : (1) The overall mean scores of the reality and expectation of RMUTP environment on students’learning are statistically different at 0.01.(2) The physical environment needs for supporting students’ quality of life was ranked the first. The second was university facilities to enhance their learning and the third was help and information service. The curriculum management was ranked the fourth. The last one was instructors

2563
การประเมินความต้องการจำเป็นในการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาการเรียนรู้ของนักศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
การประเมินความต้องการจำเป็นในการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาการเรียนรู้ของนักศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร

The purposes of this research were (1) to study and (2) to rank the needs of RMUTP environment management on undergraduate students’ learning development as well as (3) to present a proposed guideline to improve RMUTP environment. 343 students enrolling in the first semester of the academic year 2015 were selected with simple random sampling. The research tool was questionnaire. The data were analyzed through percentage (%) mean ( ) standard deviation (S.D) t-test modified priority needs index: PNI modified and content analysis. The results demonstrated that: (1) The overall mean scores of the reality and expectation of RMUTP environment on students’ learning are statistically different at 0.01. (2) The physical environment needs for supporting students’ quality of life was ranked the first. The second was university facilities to enhance their learning and the third was help and information service. The curriculum management was ranked the fourth. The last one was instructors. (3) A students’ proposed guideline: 3.1 As for physical environment needs for supporting students’ quality of life the highest was more relaxing space. 3.2 As for university facilities to enhance their learning the highest was that learning equipments should be adequate for them. 3.3 As for help and information service public relation and university information for students should be improved at a high level. 3.4 As for curriculum management the study suggested students’ needs for curriculum development to meet current employment demand and to implement effectively at the workplaces. 3.5 As for instructors the highest rank was that instructors ought to understand and listen to students’ needs. They should let students express their opinions.

2560
แนวทางการบริหารจัดการสภาพแวดล้อมทางกายภาพ ของพื้นที่ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมและการท่องเที่ยว: เปรียบเทียบระหว่างกรณีศึกษาของประเทศพัฒนาแล้ว และประเทศกำลังพัฒนา
แนวทางการบริหารจัดการสภาพแวดล้อมทางกายภาพ ของพื้นที่ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมและการท่องเที่ยว: เปรียบเทียบระหว่างกรณีศึกษาของประเทศพัฒนาแล้ว และประเทศกำลังพัฒนา

ในปัจจุบัน พื้นที่หรือชุมชนที่มีความสาคัญและคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ที่ สมควรดารงรักษาคุณค่าไว้อย่างยิ่งนั้นกาลังจะสูญสลาย อันเนื่องมาจากการพัฒนาเมือง ปัญหาด้าน กรรมสิทธิ์ที่ดิน และการขาดทรัพยากรในการที่จะดารงรักษาสิ่งที่มีคุณค่าในชุมชน รวมถึงโครงสร้าง ครัวเรือนที่เปลี่ยนแปลงไป หรือในกรณีที่พื้นที่หรือชุมชนมีการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว ทว่าการ พัฒนาและบริหารจัดการบางอย่างยังขาดซึ่งองค์ความรู้ที่จะทาให้พื้นที่นั้นยังรักษาคุณค่าเอาไว้มิให้ถูก ทาลายลงจากการพัฒนาแบบผิดๆ ซึ่งในท้ายที่สุดพื้นที่นั้นก็จะหมดคุณค่าและไม่สามารถพัฒนาเป็น แหล่งท่องเที่ยวได้อีก ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่มาของงานวิจัยนี้ ซึ่งมุ่งหาคาตอบว่าจะทาการบริหารจัดการสภาพแวดล้อมทางกายภาพในพื้นที่ดังกล่าวอย่างไร ที่จะรักษาคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม รวมถึงการท่องเที่ยวไว้ โดยมีจุดยืนอยู่บนแนวคิดของการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นแนวคิดของการพัฒนาที่เป็นที่ยอมรับในวงกว้าง โดยสมมติฐานของงานวิจัยนี้ได้แก่สภาวะเศรษฐกิจสังคม โครงสร้างครัวเรือน และการรับรู้ถึงคุณค่าต่อสถาปัตยกรรมและสภาพแวดล้อม รวมถึงลักษณะของสภาพทางกายภาพของสถาปัตยกรรมและสภาพแวดล้อมในพื้นที่นั้นๆ น่าจะมีอิทธิพลก่อให้เกิดโอกาสในการพัฒนาเพื่อก่อรายได้จากสถาปัตยกรรม รวมถึงความน่าจะเป็นในการอนุรักษ์ โดยที่ระเบียบวิธีวิจัยจะประกอบด้วย อันดับแรกคือการศึกษาลักษณะเฉพาะของพื้นที่ ซึ่งได้แก่ สภาพทางกายภาพของสถาปัตยกรรมและสภาพแวดล้อม สภาวะเศรษฐกิจสังคมและโครงสร้างครัวเรือน ที่จะส่งผลต่อปัญหาและความน่าจะเป็นในการอนุรักษ์ อันดับต่อมาคือการศึกษาการรับรู้ต่อคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของพื้นที่ดังกล่าว ของผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่และนักท่องเที่ยวรวมถึงสถาปนิกนักออกแบบชุมชนเมืองหรือนักผังเมือง ในประเด็นของเอกลักษณ์ของพื้นที่และศักยภาพในการตอบสนองต่อความต้องการของนักท่องเที่ยว จากนั้นจึงทาการศึกษาหาความเชื่อมโยงระหว่างบริบทต่างๆของพื้นที่ศึกษาข้างต้น กับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการอนุรักษ์และการพัฒนาของพื้นที่ศึกษานั้นๆ และทาการศึกษาเปรียบเทียบระหว่างพื้นที่หลายพื้นที่ที่มีความแตกต่างกันซึ่งในท้ายที่สุด งานวิจัยนี้คาดว่าจากการศึกษาข้างต้น จะสามารถค้นพบรูปแบบ (Pattern) ของความสัมพันธ์ระหว่างบริบทต่างๆของพื้นที่หรือชุมชนนั้นๆ กับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจาการพัฒนา รวมถึงสาเหตุของรูปแบบดังกล่าว เพื่อในที่สุดจะสามารถนาสิ่งที่ค้นพบจากการวิจัยนี้ มาสรุปและเสนอแนะเป็นแนวทาง (Guideline) ในการอนุรักษ์สภาพแวดล้อมทางกายภาพที่ส่งเสริมเศรษฐกิจสังคมและวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน รวมถึงเสนอแนะนโยบายภาครัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนกิจกรรมของการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน

2563