จำนวน Repository ( 3 )
การพัฒนาชุดการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมกับชุมชนโดยใช้โบราณสถานพื้นที่เขตดุสิตเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์
The purposes of this research were 1) study basic information on the development of learning package with community participation using archaeological site of dusit district to encourage creative learning 2) development of learning package using archaeological site of dusit district and 3) study the experimental results using development of learning package using archaeological site of dusit district. The sample used in this study consisted of 40 tourists in dusit area by purposive sampling. The data were analyzed by using the dependent t-test. The results showed that 1. The developed learning package has 9 historic sites consisting of Thewarat Kunchorn Temple Sukhanaram Temple Benjamabopit Dusit Senaram Temple New Thong Sen Temple Rajaphatikaram Temple Doctor Porns House Suan Sunandha Palace Palace of the day and the temple of Wat Bot Samsen. Each model can be presented in the form of 3D models along with videos with descriptions of the history of each site. 2.The experiment of learning package using archaeological site of dusit district was significantly higher than before at .01 level. 3. The assessment of the satisfaction from the sample group of users learning package using archaeological site of dusit district were at a high level ( x = 4.13 S.D. = 0.49).
การศึกษาวิจัยตลาดแรงงานกับการก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 ของคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มทร.พระนคร
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนของคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ในการก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงาน 2) เพื่อศึกษาแนวโน้มอาชีพของแรงงานกับการก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 ของคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร และ 3) เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับตลาดแรงงานกับการก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 ของคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร กลุ่มตัวอย่างได้แก่ สถานประกอบที่นักศึกษาของคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมออกฝึกงานทางวิชาชีพ ในภาคเรียนที่ ฤดูร้อน ปีการศึกษา 2558 ทั้ง 5 สาขาวิชา จำนวน 30 บริษัท/โรงงาน และสถานศึกษาที่นักศึกษาออกฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2559 จำนวน 30 สถานศึกษา ซึ่งทำการสุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ แบบสอบถามความพึงพอใจของผู้บังคับบัญชา/ผู้จ้างที่มีต่อบัณฑิต และแบบสอบถามสอบความต้องการสมรรถนะที่พึงประสงค์ของสถานประกอบการ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า 1. ผลการวิเคราะห์สภาพการจัดการเรียนการสอนของคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ในการก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงาน พบว่า หลักสูตรที่เปิดการเรียนการสอนของคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม เมื่อนักศึกษาจบไปสามารถไปปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากผลการระดับความพึงพอใจของผู้บังคับบัญชา/ผู้จ้างที่มีต่อบัณฑิต ซึ่งหลักสูตรที่ผู้บังคับบัญชา/ผู้จ้างที่มีต่อบัณฑิตมีความพึงพอใจมากที่สุด ได้แก่ หลักสูตรครุศาสตร์อุตสาหกรรมบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล หลักสูตรครุศาสตร์อุตสาหกรรมบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า หลักสูตรอุตสาหกรรมศาสตร์บัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมอุตสาหการ และหลักสูตรอุตสาหกรรมศาสตร์บัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า ตามลำดับ 2. ผลการวิเคราะห์แนวโน้มอาชีพของแรงงานกับการก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 ของคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร พบว่า ยุคการก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 มีการนำระบบดิจิตอลเป็นหัวใจสาคัญ ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงจากโรบอติก เชื่อมโยงโลก ต้องการแรงงานทักษะ แต่ลดการใช้แรงงานทั่วไป ตาม 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายที่เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ เกี่ยวกับหุ่นยนต์เพื่ออุตสาหกรรม อุตสาหกรรมการขนส่งและการบิน อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ และอุตสาหกรรมดิจิทัล 3. ผลการวิเคราะห์แนวทางการพัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับตลาดแรงงานกับการก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 ของคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร พบว่า คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม ควรมีการปรับปรุงหลักสูตรที่ทันสมัย มีการนำเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาประยุกต์ใช้ในเนื้อหาวิชา เพื่อให้นักศึกษาเกิดการเรียนรู้ที่หลากหลาย และเน้น Soft Skill เพื่อทันต่อสังคมในปัจจุบัน เน้นคุณธรรมจริยธรรม มีการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างทันท่วงที
ความพึงพอใจของนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ที่มีต่อการจัดกิจกรรมนักศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
การวิจัยเรื่องความพึงพอใจของนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ที่มีต่อการจัดกิจกรรมนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ที่มีต่อการจัดกิจกรรมนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร และศึกษาความต้องการของนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ที่มีต่อการจัดกิจกรรมนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร กลุ่มตัวอย่างได้แก่ นักศึกษาชั้นปีที่่ 1 ที่มีต่อการจัดกิจกรรมนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร กลุ่มตัวอย่างได้แก่ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ทั้ง 9 คณะ ที่เข้าร่วมกิจกรรมปีการศึกษา 2557 จำนวน 355 คน ซึ่งกำหนดขนาดตัวอย่างตาราง Krejcie&Morgan และทำการสุ่มแบบตามความสะดวก เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ แบบสอบถามความพึงพอใจของนักศึกษาที่มีต่อการจัดกิจกรรมนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานผลการวิจัยพบว่า 1.1 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง คิดเป็นร้อยละ 61.01 ศึกษาอยู่ในคณะบริหารธุรกิจ คิดเป็นร้อยละ 37.42 การจัดอันดับประเภทของกิจกรรมที่เคยเข้าร่วมทั้ง 5 กิจกรรม พบว่า ส่วนใหญ่เข้าร่วมกิจกรรมด้านวิชาการและวิชาชีพเป็นอันดับที่ 1 คิด เป็นร้อยละ 27.20 อันที่่ 2 ได้แก่ กิจกรรมด้านกีฬาและส่งเสริมสุขภาพ คิดเป็นร้อยละ 22.61 อันดับที่4 ได้แก่ กิจกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม คิดเป็นร้อยละ 17.24 และอันดับที่ 5 ได้แก่ กิจกรรมด้านศิลปวัฒนธรรม คิดเป็นร้อยละ 9.58 และเมื่อพิจารณาถึงเหตุผล การเข้าร่วมกิจกรรม พบว่า ส่วนใหญ่มีความสนใจการเข้าร่วมกิจกรรม คิดเป็นร้อยละ 72.64 1.2 ผลการวิเคราะห์ระดับความพึงพอใจของนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ที่มีต่อการจัดกิจกรรมนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร นักศึกษาชั้นปีที่ 1 มีความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนครโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (=3.92S.D.=0.84) เมื่่อพิจารณาการจัดกิจกรรมแต่ละด้าน พบว่า การจัดกิจกรรมทุกด้านมีระดับความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ดังนี้ ด้านคุณภาพของกิจกรรมนักศึกษา (=4.00S.D.=0.81) รองลงมาได้แก่ ด้านกระบวนการจัดกิจกรรมนักศึกษา (=3.82S.D.=0.85) ด้านเจ้าหน้าที่ / วิทยากร (=3.96S.D.=0.88) และด้านสิ่งอำนวยความสะดวก (=3.91S.D.=0.81) 1.3 ผลการวิเคราะห์ความต้องการของนักศึกษาชั้นปีที่1 ที่มีต่อการจัดกิจกรรมนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร นักศึกษาชั้นปีที่ 1 มีความต้องการต่อการจัดกิจกรรมนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนครโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (=3.98S.D.=0.85) เมื่อพิจารณาการจัดกิจกรรมแต่ละด้าน พบว่า การจัดกิจกรรมทุกด้านมีระดับความต้องการอยู่ในระดับมาก (เรียงตามลำดับมากไปหาน้อย) ดังนี้ ด้านเจ้าหน้าที่/วิทยากร (=4.30S.D.=0.87) รองลงมาได้แก่ ด้านคุณภาพของกิจกรรมนักศึกษา (=4.02 S.D.= 0.82) ด้านสิ่งอำนวยความสะดวก (=3.99S.D.=0.85) และด้านกระบวนการจัดกิจกรรมนักศึกษา (=3.88S.D.=0.88)