จำนวน Repository ( 5 )
A study an optimum casting condition for manufacturing jewelry setting of low silver alloys 58.33 wt% AgCuSn
การวิจัยนี้เป็นการศึกษาวิเคราะห์หาสภาวะที่เหมาะสมสาหรับการหล่อขึ้นรูปตัวเรือนเครื่องประดับโลหะเงินเจือต่า 58.33 wt% AgCuSn โดยทาการเปรียบเทียบกับสมบัติของโลหะเงินสเตอร์ลิง 925 และโลหะเงินเจือต่า 58.33% เพื่อศึกษาสภาวะที่ดีที่สุดจากการปรับปรุงคุณสมบัติทางเคมีที่ส่งผลต่ออิทธิพลของคุณภาพระดับของโลหะเงินเจือต่าที่เป็นไปตามมาตราานผลิตเครื่องประดับ ผลจากการศึกษาโลหะเงินเจือต่า 58.33 % ที่อัตราส่วนผสม 58.33Ag + 41.16Cu + 0.51Sn จากการวิเคราะห์ค่าระดับสีและค่าความแตกต่างของสีและมีพฤติกรรมความต้านทานการหมองของโลหะเงินเจือต่ามากที่สุด จึงทาให้อัตราส่วนผสมนี้มีความเหมาะสมสาหรับการหล่อขึ้นรูปตัวเรือนเครื่องประดับโลหะเงินเจือต่า และพบปัญหารูพรุนจากงานหล่อของเครื่องประดับโลหะเงินเจือต่า 58.33Ag + 41.16Cu + 0.51Sn ไม่พบรูพรุนในการหล่อที่อุณหภูมิ 1000 ºC เป็นอุณหภูมิที่เหมาะสมในการหล่อได้งานที่มีคุณภาพดี โลหะมีสุดหลอมเดือดที่เหมาะสม ส่วนอุณหภูมิที่ 1040 ºC จะทาให้อุณหภูมิมีจุดหลอมละลายมาก ทาให้งานมีรอยแตกร้าวบางจุด ส่วนอุณหภูมิที่ 1080 ºC เป็นอุณหภูมิที่สูงมากเกินไป จึงทาให้ชิ้นงานมีรอยแตกมาก ส่วนปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในกระบวนการหล่อสามารถทาการวิเคราะห์หาสาเหตุและกาหนดแนวทางการแก้ไขได้อย่างเหมาะสมเพื่อลดความสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้นในผลิตภัณฑ์เครื่องประดับโลหะเงินเจือต่า 58.33 wt% AgCuSn ผลจากการทดลองและวิเคราะห์หาค่าคุณสมบัติเชิงกายภาพและวิเคราะห์ปัญหาของชิ้นงานทดสอบที่ได้จากการทดลองในสภาวะที่ดีที่สุดมีค่าที่เป็นไปตามมาตราานของเครื่องประดับเงินตามมาตราานอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องประดับทั้งของในประเทศและต่างประเทศ
การศึกษาวิเคราะห์พฤติกรรมการอบชุบด้วยกระบวนการทางความร้อนของโลหะเงินเจือต่ำ 58.33 wt% AgCuSn
การวิจัยนี้เป็นการศึกษาพฤติกรรมการอบชุบด้วยกระบวนการทางความร้อนของโลหะเงิน เจือต่ำ58.45wt%Ag +41.55wt%Cu โดยทำการเปรียบเทียบกับสมบัติของโลหะเงินสเตอร์ลิง 925 และโลหะเงินเจือต่ำ 58.33% เพื่อศึกษาสภาวะที่เหมาะในหาการปรับปรุงคุณสมบัติเชิงกลและโครงสร้าง จุลภาคของโลหะเงินเจือต่ำที่เป็นไปตามมาตรฐานผลิตเครื่องประดับ ผลจากการศึกษาโลหะเงิน 58.33 % ที่อัตราส่วนผสม 58.33Ag+36.66Cu+5.01Sn ซึ่งมี ค่าคุณสมบัติเชิงกลจากการทดสอบเบื้องต้นมีค่าเหมาะสมที่สุด จากนั้นท่าการศึกษาค่าความแข็งแรงดึง สูงสุดแบบเส้นลวดพบว่ามีค่าความต้านทานแรงดึงสูงสุดเท่ากับ 0.36 MPa ค่าเปอร์เซ็นต์การยืดตัว 0.11% เมื่อท่าการอบที่อุณหภูมิ 650 °C เวลาในการอบ 10 นาที ซึ่งปล่อยให้ชิ้นงานเย็นตัวในอากาศที่ อุณหภูมิห้องปกติ และค่าความแข็งจากการทดสอบมีค่าสูงสุดเท่ากับ 105.12 HV อบที่อุณหภูมิ 600 °C เวลาในการอบ 10 นาที ซึ่งปล่อยให้ชิ้นงานเย็นตัวในอากาศที่อุณหภูมิห้องปกติ ศึกษาโครงสร้างจุลภาค ของโลหะเงินเจือต่ำ 58.33Ag+41.57Cu+0.10Sn เมื่อท่าการอบปรับปรุงคุณสมบัติทางความร้อนและการ ชุบแข็งแบต่างๆ พบว่าโครงสร้างจุลภาคของชิ้นงานทดสอบหลังปล่อยให้เย็นตัวในอากาศ เกิดการ เปลี่ยนแปลงจาก β phase ที่มีขนาดเล็กลงเป็นโครงสร้าง Eutectic phase ที่มี α -phase และ β - phase ขนาดเล็กและละเอียด ซึ่งมีลักษณะสอดคล้องกับโครงสร้างจุลภาคของเฟสไดอะแกรมสมดุลโลหะ เงิน-ทองแดง ผลจากการทดลองและวิเคราะห์หาค่าคุณสมบัติเชิงกลของชิ้นงานทดสอบและโครงสร้างจุลภาค ที่ได้จากการทดลองในสภาวะต่างๆ มีค่าที่เป็นไปตามมาตรฐานของเครื่องประดับเงินตามมาตรฐาน อุตสาหกรรมการผลิตเครื่องประดับ ทั้งของในประเทศและต่างประเทศ
การศึกษาวิเคราะห์อิทธิพลของธาตุเจือทองแดงและดีบุกที่มีผลต่อสมบัติทางกายภาพ (ความแตกต่างของค่าระดับสี) และพฤติกรรมความด้านทานการหมองของโลหะเงินเจือต่ำ 58.33 wt% AgCuSn
การวิจัยนี้เป็นการศึกษาสมบัติของโลหะเงินเจือต่ำ 58.33% ที่มีธาตุทองแดง (Cu) และดีบุก (Sn) เป็นธาตุผสม ซึ่งมีปริมาณการผสมอยู่ในช่วงระหว่าง 36.66-41.57%Cu และ 0.10-5.01%Sn ตามล่าดับ โดยท่าการเปรียบเทียบกับสมบัติของโลหะเงินสเตอร์ลิง 925 และโลหะเงินเจือต่ำ 58.33%เพื่อ ศึกษาวิเคราะห์อิทธิพลของธาตุเจือทองแดงและดีบุกที่มีผลต่อสมบัติเคมีและสมบัติทางกายภาพที่ เหมาะสมในการผลิตเครื่องประดับเงินเจือต่ำ 58.33% ผลจากการศึกษาโลหะเงินเจือต่ำ 58.33 % ที่ประกอบด้วยเงิน (Ag) และทองแดง (Cu) เมื่อน่ามา เปรียบเทียบกับโลหะเงินสเตอร์ลิง 925 จากการศึกษาเปรียบเทียบพบว่าโลหะเงินผสมเจือต่ำ ต่ำ 58.33Ag + 41.16Cu +0.51Sn มีค่า มีค่า L* = 92.18 a* = 4.64 b* = 10.71 และ ΔE = 28.32 เป็น ส่วนผสมที่เหมาะที่สุดจากการวิเคราะห์ค่าระดับสีและค่าความแตกต่างของสี และมีพฤติกรรมความ ต้านทานการหมองของโลหะเงินเจือต่ำมากที่สุด เนื่องจากอิทธิพลของธาตุดีบุก (Sn) ที่ผสมเข้าไปใน อัตราส่วนที่เหมาะสม ผลจากการวิเคราะห์ส่วนผสมทางเคมีของโลหะเงินเจือต่ำ 58.33% พบว่าส่วนผสมทางเคมีของ โลหะเงินเจือต่ำในแต่ละอัตราส่วนผสมมีสัดส่วนของธาตุใกล้เคียงกับอัตราส่วนผสมจริง จึงท่าให้โลหะเงิน เจือต่ำที่ได้ท่าการทดลองมีค่าระดับสีและพฤติกรรมความต้านทานการหมองที่สูงไม่แตกต่างกันมากนัก เป็นไปตามมาตรฐานของเครื่องประดับเงินตามมาตรฐานอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องประดับทั้งของใน ประเทศและต่างประเทศ
การศึกษาวิเคราะห์อิทธิพลของธาตุเจือทองแดงและดีบุกที่มีผลต่อสมบัติทางกลและโค่รงสร้างจุลภาคของโลหะเงินเจือต่ำ 58.33 wt%AgCuSn
การวิจัยนี้เป็นการศึกษาสมบัติของโลหะเงินเจือต่า 58.33% ที่มีธาตุทองแดง (Cu) และดีบุก (Sn) เป็นธาตุผสม ซึ่งมีปริมาณการผสมอยู่ในช่วงระหว่าง 36.66 - 41.57% และ 0.10-5.01% ตามล่าดับ โดยท่าการเปรียบเทียบกับสมบัติของโลหะเงินสเตอร์ลิง 925 และโลหะเงินเจือต่า 58.33% เพื่อศึกษา วิเคราะห์อิทธิพลของธาตุเจือทองแดงและดีบุกที่มีผลต่อสมบัติทางกลและโครงสร้างจุลภาของโลหะเงินเจือ ต่า 58.33 wt% AgCuSn และหาปริมาณของธาตุเจือทองแดงและดีบุกที่เหมาะสมในการผลิต เครื่องประดับเงินเจือต่า 58.33% ผลจากการศึกษาโลหะเงินเจือต่า 58.33 % ที่ประกอบด้วยเงิน (Ag) และทองแดง (Cu) เมื่อ น่ามาเปรียบเทียบกับโลหะเงินสเตอร์ลิง 925 จากการศึกษาเปรียบเทียบพบว่าโลหะเงินผสมเจือต่า 58.33Ag + 36.66Cu +5.01Sn มีค่า Yield Strength 195.2 Mpa Ultimate tensile strength 345.25 MPa Breaking point 301 MPa และ Elongation 61.58 % ซึ่งเป็นอัตราส่วนผสมของแต่ละ ธาตุที่เหมาะสมที่สุด ค่าความแข็งของโลหะเงินเจือต่า 58.33Ag + 41.57Cu + 0.10Sn มีค่าความแข็ง น้อยที่สุด เท่ากับ 93.03 HV ซึ่งปริมาณดีบุก (Sn) ที่ผสมเข้าไปในอัตราส่วน 0.10Sn จะท่าให้โครงสร้าง ของเงินเจือต่า เป็น β-phase เกิดการเปลี่ยนแปลงจาก β phase ที่มีขนาดเล็กลงเป็นโครงสร้าง Eutectic phase ที่มี α-phase และ β-phase ขนาดเล็กและละเอียด ผลจากการวิเคราะห์ส่วนผสมทางเคมีของโลหะเงินเจือต่า 58.33% พบว่าส่วนผสมทางเคมี ของโลหะเงินเจือต่าในแต่ละอัตราส่วนผสมมีสัดส่วนของธาตุใกล้เคียงกับอัตราส่วนผสมจริง จึงท่าให้โลหะ เงินเจือต่าที่ได้ท่าการทดลองมีค่าที่เป็นไปตามมาตรฐานของเครื่องประดับเงินตามมาตรฐานอุตสาหกรรม การผลิตเครื่องประดับทั้งของในประเทศและต่างประเทศ
The Study on Microstructure and Mechanical Properties of Silver alloy 58.4% for Jewelry Manufacturing
The research involved the characterization of the properties of silver alloys -bearing copper and zinc. The alloys composed of 58.4% silver 20.85-41.76% copper and 0-20.83% zinc respectively. When comparing the characteristics of this alloy and sterling silver 925 the alloy specimen had mechanical properties better than the sterling silver 925. The alloy tests presenting the mechanical values of the hardness shear bond strength elasticity of the specimen were in a range of 54.6-95.3 HV1 209.5-379.3 MPa. 100.6-193.8 MPa. and 32.1-51.7% respectively. While the mechanical values of sterling silver 925 were 52.8 HV1 193.5MPa. 96.0 MPa. and 29.8% respectively. Besides these the microstructure of the alloy specimen showed the dendrite structure. We found that this structure decreased when the concentration copper in the specimen increased. After adding zinc into the alloys the high amount of zinc caused the zinc-rich (alpha) phase changed to Eutectic phase together with the significantly increased area of alpha phase. These effects therefore brought up the better various mechanical properties of the alloys. At the same time the another test specimen composed 58.67% Ag 39.20% Cu and 2.14% zinc. The color level of this specimen was close typically to the sterling silver 925 with the difference of Da at 0.236 and Db only at 5.268. Additionally the higher copper concentration in the alloy provided a value tentatively increased but b value decreased. However more remarkable results were that the zinc showed opposite effects from the copper.