ข้าวเป็นอาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรตที่ประชากรมากกว่าครึ่งโลกรับประทานเป็นอาหารหลัก ข้าวหอมมะลิเป็นข้าวที่มีค่าน้ำตาลสูงและวิธีการหุงข้าวเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อปริมาณคาร์โบไฮเดรตในข้าว ข้าวจึงเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อระดับน้ำตาลในเลือด ส่วนประกอบหลักใหญ่ๆ ของข้าว คือ สตาร์ซ ซึ่งประกอบด้วย อะไมโลส และอะไมโลเพกติน ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อปริมาณน้ำตาลในเลือด จึงทำการศึกษากระบวนการหุงข้าวหอมมะลิเพื่อลดปริมาณน้ำตาล ด้วยวิธีการ DNS Method พบว่า การแช่ข้าวหอมมะลิเป็นเวลา 20 นาที ก่อนนำไปหุง จากการหุงข้าวหอมมะลิทั้ง 5 วิธี พบว่า การหุงข้าวหอมมะลิด้วยวิธีแช่ก่อนหุง ทำให้ปริมาณกลูโครสในข้าวหอมมะลิหุงสุกมีปริมาณน้อยที่สุดจากทั้งหมด 5 วิธี มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p≤0.05) พบว่า การหุงข้าวกรรมวิธี ที่ 2 แช่ก่อนหุงเป็นการหุงข้าวหอมมะลิที่ทำให้ปริมาณกลูโครสในข้าวหอมมะลิหุงสุกมีปริมาณน้อยที่สุดที่ 0.04 %จากทั้งหมด 5 วิธี เปรียบเทียบกับหม้อหุงข้าวลดปริมาณน้ำตาลที่มีปริมาณมากที่สุด และระยะเวลาในการหุงข้าวที่แตกต่างกัน จะมีค่าความแข็งลดลง และค่ามีความเหนียวเพิ่มขึ้น ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p>0.05) เพราะการแช่ก่อนหุงมีค่าความแข็ง 19.71±0.73 (N) ค่าความเหนียว 92.14±14.22 (N.s) เมื่อนำมาทำการเปรียบเทียบกับ หม้อหุงข้าวปกติ (ร้อน) มีค่าความแข็ง 23.73±2.60 (N) ค่าความเหนียว 88.61±18.48 (N.s) จึงมีความไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p>0.05) และจากการวิเคราะห์คุณสมบัติทางประสาทสัมผัสพบว่า ผู้ทดสอบชิมข้าวหอมมะลิลดปริมาณน้ำตาล ให้คะแนนและการยอมรับกรรมวิธีแช่ก่อนหุงมากว่ากรรมวิธีหม้อหุงข้าวปกติ (ร้อน) มากที่สุดในทุกด้าน