การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ1) ศึกษาการมีส่วนร่วมในงานประกันคุณภาพการศึกษาของบุคลากรคณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร 2) เปรียบเทียบลักษณะทางประชากรกับการมีส่วนร่วมในงานประกันคุณภาพการศึกษาของบุคลากรคณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร และ 3) ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการมีส่วนร่วมในงานประกันคุณภาพการศึกษาของบุคลากรคณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนครโดยใช้กลุ่มตัวอย่าง คือ บุคลากรสายวิชาการและ สายสนับสนุนที่มีส่วนร่วมในการประกันคุณภาพการศึกษาของคณะ จานวน 47 คน ได้มาด้วยวิธีการวิธีการเปิดตารางของเครจซี่และมอร์แกน โดยใช้แบบสอบถามในการเก็บรวบรวมข้อมูล สถิติที่ใช้ ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการศึกษาพบว่า 1) การมีส่วนร่วมของบุคลากรโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง มีค่าเฉลี่ย (x ̅) 3.41 โดยประเด็นที่มีค่าเฉลี่ยสูง ได้แก่ ท่านได้นาผลการประเมินและข้อเสนอแนะมาปรับปรุงและพัฒนาการปฏิบัติงานของตน มีค่าเฉลี่ย (x ̅) 3.77 การนาผลการประเมินมาเป็นแนวทางในการวางแผนการปฏิบัติงาน ด้านการประกันคุณภาพการศึกษาในครั้งต่อไป มีค่าเฉลี่ย (x ̅) 3.73 และการเข้าร่วมการอบรมหรือสัมมนาที่เกี่ยวข้องกับการประกันคุณภาพการศึกษา มีค่าเฉลี่ย(x ̅) 3.71 2) การเปรียบเทียบลักษณะทางประชากรกับการมีส่วนร่วมในงานประกันคุณภาพการศึกษา ผลการวิเคราะห์พบว่า เพศ อายุ ประเภทบุคลากร สถานะ และอายุงานในตาแหน่งปัจจุบัน ต่างกันม่ส่งผลให้การมีส่วนร่วมแตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติ ขณะที่ ตาแหน่งงานต่างกัน ส่งผลให้การมีส่วนร่วมแตกต่างกัน อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยเฉพาะระหว่างกลุ่มหัวหน้างานกับกลุ่มไม่มีตาแหน่งบริหาร และ 3) ปัจจัยที่ส่งผลต่อการมีส่วนร่วมในงานประกันคุณภาพการศึกษา คือ ทัศนคติ การรับรู้ และแรงจูงใจ พบว่า แรงจูงใจเพียงปัจจัยเดียวที่ส่งผลเชิงบวกต่อการมีส่วนร่วมในงานประกันคุณภาพการศึกษาอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยปัจจัยด้านแรงจูงใจเพิ่มขึ้น 1 หน่วยก็จะส่งผลให้การมีส่วนร่วมในงานประกันคุณภาพการศึกษาของบุคลากรคณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนครเพิ่มขึ้น .443 หน่วย หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 44.30