งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาการวางแผนภาษีที่ส่งผลต่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กลุ่ม SET 100 ประชากรกลุ่มตัวอย่างคือ บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กลุ่ม SET 100 โดยเก็บข้อมูลตั้งแต่ปีพ.ศ. 2561 ถึงปี พ.ศ. 2565 จำนวน 220 ตัวอย่าง จากงบการเงิน หมายเหตุประกอบงบการเงิน แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1 หรือ แบบ 56-1 One Report ) วิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้สถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Statistics) และสถิติเชิงอนุมาน (Inferential Statistics) โดยการวิเคราะห์การถดถอยเชิงพหูคูณ (Multiple Regression Analysis) ผลการวิจัยพบว่า การวางแผนภาษี (Tax Planning) ทั้ง 3 ตัวแปร ได้แก่ อัตราส่วนภาษีเงินได้นิติบุคคลที่แท้จริง (ETR) ส่งผลต่ออัตราการเติบโตอย่างยั่งยืน (SGR) ในทิศทางลบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 อัตราส่วนภาษีเงินได้ต่อกระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน (TAX/CFO) และอัตราส่วนภาษีเงินได้ต่อสินทรัพย์รวม (TAX/ASSET) ส่งผลต่ออัตราการเติบโตอย่างยั่งยืน (SGR) ในทิศทางบวก อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05