การวิจัยนี้ศึกษาการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ส่วนประสมทางการตลาดของสินค้าอุปโภค และบริโภค (FMCG) ใช้วิธีการวิจัยผสมวิธี (Mixed Method) แบบเชิงคู่ขนาน โดยการเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึกกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ และวิเคราะห์เชิงเนื้อหา สำหรับข้อมูลเชิงปริมาณเก็บจากผู้บริโภคด้วยแบบสอบถามและวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพหุคูณถดถอย และนำมาเปรียบเทียบประสิทธิผลของการวางแผนกลยุทธ์ส่วนประสมทางการตลาด เพื่อหากลยุทธ์ ส่วนประสมทางการตลาดในด้านที่สำคัญหลังการระบาดของโรคโควิด-19 ผลการวิจัยจากการเปรียบเทียบพบว่า กลยุทธ์ส่วนประสมทางการตลาดที่สำคัญ ได้แก่ ด้านการส่งเสริมการขาย (Promotion) โดยการใช้ผู้ทรงอิทธิพล (Influencer) ส่งผลต่อพฤติกรรม การซื้อสินค้า FMCG ของผู้บริโภค ต่อมาคือด้านช่องทางการจัดจำหน่าย เนื่องจากผู้บริโภคมีแนวโน้มที่จะซื้อสินค้าจากร้านค้าใกล้บ้าน ซื้อตุนสินค้า และซื้อสินค้าจากช่องทางออนไลน์มากขึ้น ดังนั้นการให้ความสำคัญกับตัวแทนจำหน่ายและพันธมิตรทางธุรกิจ เพิ่มโอกาสในการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายให้หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ข้อเสนอแนะจากการวิจัยนี้ผู้ประกอบการควรเลือกใช้กลยุทธ์ส่วนประสมทางการตลาด จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับผู้ทรงอิทธิพลในการนำเสนอสินค้า เพื่อเพิ่มยอดขาย และสร้างความภักดีต่อตราสินค้า (Branding) นอกจากนี้การพัฒนาวิธีการจัดจำหน่ายทางออนไลน์ และการรักษาความสัมพันธ์และเพิ่มการมีส่วนร่วมกับตัวแทนจำหน่าย สามารถตอบสนองพฤติกรรม การซื้อของผู้บริโภคสินค้า FMCG ได้ และจากงานวิจัยนี้พบประเด็นความสัมพันธ์ระหว่าง กลุ่มผู้บริโภคกับผู้ทรงอิทธิพลที่มีวิธีการนำเสนอสินค้าหลากหลายรูปแบบจึงเป็นช่องทางในการวิจัยต่อไปในอนาคต