งานวิจัยนี้เป็นการประยุกต์ใช้เปลือกปลีกล้วยน้ำว้าที่เหลือใช้ทางการเกษตรนำมาย้อมผ้า ไนลอน 6 โดยการการวิเคราะห์สภาวะที่เหมาะสมในการย้อมสี ซึ่งได้แก่ อุณหภูมิ เวลา ค่าความเป็น กรด-ด่าง (pH) อัตราส่วนของวัสดุต่อน้ำย้อม ความเข้นข้นของสารละลายสีย้อม ตลอดจนศีกษาผลการ ใช้สารมอร์แดนท์สำหรับการย้อมสี และศึกษาค่าความคงทนของสี จากผลการวิจัยพบว่าสภาวะที่ให้ ความเข้มสีสูงสุดโดยใช้อุณหภูมิการย้อมที่ 90 องศาเซลเซียส เวลาย้อม 60 นาที ค่า pH 3 ความ เข้มข้นสารละลายสีย้อม 50%. o.w.f อัตราส่วนวัสดุต่อน้ำย้อมเท่ากับ 1:100 การวิจัยครั้งนี้ใช้สารมอร์ แดนท์ 4 ชนิด ได้แก่ สารส้ม จุนสี สนิมเหล็ก และสแตนนัสคลอไรด์ ผลการวิจัยพบว่าผ้าไนลอน 6 ย้อมด้วยเปลือกปลีกล้วยน้ำว้าโดยไม่ใช้สารมอร์แดน์และใช้สารมอร์แดนท์ประเภท สารส้ม จุนสีและส แตนนัสคลอไรด์ ให้เฉดสีน้ำตาลออกแดง อย่างไรก็ตามถ้าใช้มอร์แดนท์ประเภทสนิมเหล็กให้เฉดสี น้ำตาลออกเทา ผลการวิจัยยังพบอีกว่าค่าความเข้มข้นของสารละลายสีย้อมเพิ่มขึ้นส่งผลให้ค่าความเข้ม สีบนผ้าไนลอนเพิ่มขึ้น ค่าการป้องกันรังสียูวี (UPF) ของผ้าไนลอน 6 ก่อนการย้อมสีไม่สามารถป้องกัน รังสียูวีได้และเมื่อนำไปย้อมสีด้วยเปลือกปลีกล้วยน้ำว้าโดยใช้และไม่ใช้สารมอร์แดนท์พบว่าผ้าไนลอนมี ประสิทธิภาพการป้องกันรังสียูวี (UPF) ได้ในระดับดีเยี่ยม (UPF ≥ 40) ค่าความคงทนของสีต่อการซัก ล้างอยู่ในระดับปานถึงดี ค่าความคงทนของสีต่อน้ำและความคงทนของสีต่อการขัดถูอยู่ในระดับดีถึงดี มาก ความคงทนของสีต่อเหงื่อเทียมอยู่ในระดับปานกลางถึงดีในขณะที่ค่าความคงทนของสีต่อแสงอยู่ ในดับต่ำถึงพอใช้งานวิจัยนี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของการใช้ประโยชน์เปลือกปลีกล้วยน้ำว้าในฐานะ วัสดุย้อมสีธรรมชาติที่สามารถลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและเพิ่มมูลค่าของวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ได้ต่อผู้บริโภคที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ