จำนวน Repository ( 14 )
องค์ประกอบที่มีผลต่อการใช้งานระบบ E-Learning ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
การวิจัยเรื่ององค์ประกอบที่มีผลต่อการใช้งานระบบ E-Learning ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบที่มีผลต่อการใช้งานระบบ E-Learning ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร และศึกษาลักษณะของตัวประกอบสำคัญที่มีต่อการใช้งานระบบ E-Learning ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร กลุ่มตัวอย่างเป็นอาจารย์และนักศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ทั้ง 9 คณะ โดยแบ่งเป็นอาจารย์ จำนวน 226 คน และนักศึกษา จำนวน 300 คน ซึ่งกำหนดขนาดตัวอย่างตาราง Krejcie&Morgan ผลการวิจัยพบว่า 1. การประเมินตัวแปรรายข้อเกี่ยวกับองค์ประกอบที่มีผลต่อการใช้งานระบบ E-Learning ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ตัวแปรทั้งหมด 20 ตัวแปร มีค่าเฉลี่ยระหว่าง 6.10 – 6.04 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานระหว่าง 0.67 – 0.66 แสดงว่าตัวแปรมีผลต่อการใช้งานระบบ E-Learning ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนครอยู่ในระดับมาก และแต่ละตัวแปรมีการกระจายของข้อมูล ที่แตกต่างกันมาก 2. การวิเคราะห์ตัวแปรที่สำคัญเกี่ยวกับองค์ประกอบที่มีผลต่อการใช้งานระบบ E-Learning ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร 1. คุณลักษณะเฉพาะของระบบ 2. การบริหารจัดการการเรียน 3. การส่งเสริมความรู้ 4. เนื้อหาของบทเรียน 5. ความสามารถของคอมพิวเตอร์ 6. การติดต่อสื่อสาร 7. การพัฒนาสื่อมัลติมีเดีย ผลของการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า ตัวแปรอิสระหรือตัวพยากรณ์ทั้ง 7 องค์ประกอบดังกล่าว มีความสัมพันธ์ต่อการใช้งานระบบ E-Learning ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ระหว่าง 2.69–1.33 ซึ่งมีค่าสัมพันธ์กันในระดับสูง โดยทั้ง 7 องค์ประกอบ มีอำนาจการพยากรณ์ร่วมกันได้ร้อยละ 44 และมีความคลาดเคลื่อนของการพยากรณ์ (Error) เท่ากับ 11.11 จากนั้นนำค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ที่ได้จากการวิเคราะห์องค์ประกอบนี้ไปสร้างเป็นสมการขององค์ประกอบมาตรฐานทั้ง 7 องค์ประกอบ
การพัฒนาชุดการเรียนสำหรับผู้ขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูเพื่อเพิ่มสมรรถนะด้านการจัดการเรียนรู้กับความเป็นครู
การวิจัยเรื่องการพัฒนาชุดการเรียนรู้สำหรับผู้ขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู เพื่อเพิ่มสมรรถนะด้านการจัดการเรียนรู้กับความเป็นครู มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาชุดการเรียนรู้สำหรับผู้ขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู เพื่อเพิ่มสมรรถนะด้านการจัดการเรียนรู้กับความเป็นครู กลุ่มตัวอย่างเป็นนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร (ทั้งนี้เนื่องจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ได้รับการรับรองหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู จากคุรุสภาเป็นแห่งแรก) จำนวน 45 คน โดยใช้วิธีเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) ผลการวิจัยพบว่า 1. ประสิทธิภาพของชุดการเรียนรู้สำหรับผู้ขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู เพื่อเพิ่มสมรรถนะด้านการจัดการเรียนรู้กับความเป็นครู มีประสิทธิภาพ เท่ากับ 88.97/88.43 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่ตั้งไว้ 2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาหลังเรียนด้วยการใช้ชุดการเรียนรู้สำหรับผู้ขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู เพื่อเพิ่มสมรรถนะด้านการจัดการเรียนรู้กับความเป็นครู สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3. ระดับความพึงพอใจของนักศึกษาที่มีต่อการใช้ชุดการเรียนรู้สำหรับผู้ขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู เพื่อเพิ่มสมรรถนะด้านการจัดการเรียนรู้กับความเป็นครู มีค่าเฉลี่ยโดยรวมทุกด้านอยู่ในระดับมาก (𝑥̅=4.30S.D.=0.69)
แนวทางการพัฒนาวินัยนักศึกษาตามความคิดเห็นของบุคลากรสายวิชาการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
การวิจัยเรื่องแนวทางการพัฒนาวินัยนักศึกษาตามความคิดเห็นของบุคลากรสายวิชาการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาวินัยนักศึกษาตามความคิดเห็นของบุคลากรสายวิชาการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร กลุ่มตัวอย่างเป็นอาจารย์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร 9 คณะ ที่ปฏิบัติงานในปี 2555 จานวน 230 คน ได้มาจากตารางกาหนดขนาดตัวอย่างตาราง Krejcie&Morgan เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลในการวิจัยครั้งนี้ คือ แบบสอบถามความคิดเห็นของบุคลากรสายวิชาการเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาวินัยของนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร 4 ด้าน ได้แก่ ด้านการแต่งกาย ด้านการตรงต่อเวลา ด้านความสะอาด ด้านการแสดงความเคารพ และด้านการปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของ มทร.พระนคร สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ (Mean) และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ผลการวิจัยพบว่า แนวทางการพัฒนาวินัยของนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร 4 ด้านได้แก่ ด้านการแต่งกาย ด้านการตรงต่อเวลา ด้านความสะอาด ด้านการแสดงความเคารพ และด้านการปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของ มทร.พระนคร ตามความคิดเห็นของบุคลากรสายวิฃาการโดยภาพรวมควรมีการพัฒนาวินัยของนักศึกษาในทุกด้าน มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายด้านพบว่า ด้านที่ควรมีการพัฒนาวินัยของนักศึกษามากที่สุด คือ ด้านความสะอาด รองลงมา คือ ด้านการปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของ มทร.พระนคร ด้านการตรงต่อเวลา ด้านการแสดงความเคารพ และด้านที่ควรมีการพัฒนาวินัยของนักศึกษาต่ำที่สุด คือ ด้านการแต่งกาย ตามลำดับ