จำนวน Repository ( 3 )
ปัจจัยที่มีผลต่อการใช้ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์อย่างมีประสิทธิภาพของ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
การวิจัยเรื่อง ปัจจัยที่มีผลต่อการใช้ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์อย่างมีประสิทธิภาพ ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร วัตถุประสงค์ของโครงการวิจัย เพื่อศึกษาพฤติกรรมการใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ของบุคลากร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร เพื่อศึกษาประสิทธิภาพการใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี ราชมงคลพระนคร และเปรียบเทียบประสิทธิภาพการใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ บุคลากร สังกัดมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร จำนวน 1270 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถาม ผลการศึกษาพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็น เพศหญิง คิดเป็นร้อยละ 71.30 อายุ 31–40 ปี คิดเป็นร้อยละ 37.20 มีการศึกษาในระดับปริญญาโท คิดเป็นร้อยละ 42.70 สถานภาพการทำงานส่วนใหญ่เป็นบุคลากรสายสนับสนุน คิดเป็นร้อยละ 52.50 หน่วยงานในสังกัดเป็นคณะวิศวกรรมศาสตร์ ร้อยละ 15 ประสบการณ์ในหน่วยงานทำงานอยู่ที่ 2–5 ปี ร้อยละ 36 ส่วนใหญ่ทราบว่ามหาวิทยาลัยมีการใช้ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ในการรับ–ส่ง เอกสารภายในมหาวิทยาลัย คิดเป็นร้อยละ 96.40 ส่วนใหญ่เข้าใช้ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ทุกวัน คิดเป็น ร้อยละ 37.90 และส่วนใหญ่ผู้ตอบแบบสอบถามเปิดใช้งานระบบในช่วงเวลา 8.30–12.00 น. สำหรับประเด็นความพึงพอใจเกี่ยวกับประสิทธิภาพการใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนใหญ่ผู้ตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจในระดับมาก ยกเว้นปัจจัยด้านความผิดพลาดในการรับ-ส่งเอกสาร มีความพึงพอใจในระดับปานกลาง
การวิเคราะห์ประสิทธิภาพการใช้อาคารเรียน คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์
โครงการวิจัย เรื่อง การวิเคราะห์ประสิทธิภาพการใช้อาคารเรียน คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและวิเคราะห์การใช้พื้นที่อาคารเรียน โดยเฉพาะห้องเรียน ทฤษฎีและห้องปฏิบัติการ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนการใช้ ห้องเรียน ให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมทั้งแก้ปัญหาห้องเรียนไม่เพียงพอต่อการใช้งาน โดยศึกษาข้อมูล การใช้ประโยชน์ห้องเรียนทฤษฎีและห้องปฏิบัติการ ในอาคารเรียน 3 หลัง คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ และพื้นที่ขอความอนุเคราะห์อาคารคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม วิเคราะห์ผลเปรียบเทียบตามเกณฑ์ มาตรฐานประสิทธิภาพการใช้ห้องเรียน ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องแนวทางการเพิ่ม ประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์อาคารของสถาบันอุดมศึกษา 3 ด้าน จากการวิเคราะห์ข้อมูลการใช้ประโยชน์ พบว่า 1. ด้านการใช้ประโยชน์ตามความจุของห้องเรียน พบว่า การใช้ห้องเรียนทฤษฎีและ ห้องปฏิบัติการ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ ยังไม่เป็นตามเกณฑ์มาตรฐานประสิทธิภาพการใช้ ห้องเรียน (ห้องเรียนทฤษฎี 17 ห้อง ห้องปฏิบัติการ 28 ห้อง) 2. ด้านการใช้ประโยชน์ตามเวลา พบว่า การใช้ห้องเรียนทฤษฎี อาคารเรือนปัญญา มี อัตราการใช้ประโยชน์ตามเวลา (ร้อยละ 82.34) และการใช้ห้องปฏิบัติการในอาคารทั้ง 3 หลัง สอดคล้องตามตามเกณฑ์มาตรฐานประสิทธิภาพการใช้ห้องเรียน คือ อาคารเรือนปัญญา (ร้อยละ 100.29) อาคาร 5 (ร้อยละ 86.76) และ อาคาร 5 (ร้อยละ 82.21) 3. ด้านประสิทธิภาพการใช้ห้องเรียน พบว่า การใช้ห้องเรียนทฤษฎี เฉพาะอาคารเรือน ปัญญา (ร้อยละ 67.75) และห้องปฏิบัติการ ในอาคาร 5 (ร้อยละ 60.79) มีอัตราการใช้ห้องตาม เกณฑ์มาตรฐานประสิทธิภาพการใช้ห้องเรียน ผลการศึกษาครั้งนี้ พบว่าการใช้ประโยชน์ห้องเรียนของคณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ ยังไม่เป็นไปตามเกณฑ์ด้านความจุของห้องเรียนในทุกอาคาร แสดงถึงความไม่สัมพันธ์กันของจำนวน ความจุของห้องเรียนและจำนวนนักศึกษาที่จัดตารางเรียนตารางสอนจริง นอกจากนั้นในด้านการใช้ ประโยชน์ตามเวลา ห้องเรียนทฤษฎี ในอาคาร 5 และอาคารคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม ยังไม่เป็นไป ตามเกณฑ์การใช้ประโยชน์ตามเวลา เนื่องจากปัญหาความพร้อมและทันสมัยของสื่อเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของนักศึกษาระดับปริญญาตรี ประเภทโควตาและ การสอบคัดเลือกของ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร กรณีศึกษาคณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์
การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของนักศึกษาระดับปริญญาตรี ประเภทโควตาและ การสอบคัดเลือกของ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร กรณีศึกษา คณะเทคโนโลยีคหกรรม ศาสตร์ วัตถุประสงค์ของโครงการวิจัย เพื่อเปรียบเทียบผลการเรียนระหว่างนักศึกษาประเภทโควตา และการสอบคัดเลือกของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร เพื่อเปรียบเทียบพัฒนาการ ทางการเรียนระหว่างนักศึกษาประเภทโควตา และการสอบคัดเลือกของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี ราชมงคลพระนคร ขอบเขตของโครงการวิจัยการศึกษาครั้งนี้เก็บรวบรวมข้อมูลโดยการใช้ แบบสอบถาม (Questionnaire) กลุ่มตัวอย่างในการศึกษาคือ นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะเทคโนโลยี คหกรรมศาสตร์ ระยะเวลาในการศึกษา ปีการศึกษา 2555 ประเภทโควต้า และรับตรง จำนวน 292 คน เป็นนักศึกษาโควต้า จำนวน 203 คน นักศึกษารับตรง 89 คน ผลการศึกษา พบว่า ๑. การศึกษาเปรียบเทียบผลการเรียนระหว่างนักศึกษาประเภโควตาและการสอบคัดเลือก ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ผลปรากฏว่านักศึกษาส่วนใหญ่มีผลการเรียนอยู่ที่ ระหว่าง ๓.๐๑ - ๓.๕๐ จำนวน ๑๒๙ คน รองลงอยู่ระหว่าง ๒.๕๑ – ๓.๐๐ จำนวน ๑๐๐ คน ทั้ง นักศึกษาประเภทโควตาและสอบคัดเลือกของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ทำให้ผลการ เปรียบเทียบของนักศึกษาทั้งสองประเภทไม่มีความแตกต่างกันทางนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ ทั้งการเปรียบเทียบในสาขาเดียวกันและการเปรียบเทียบในภาพรวม ๒. ผลการเปรียบเทียบพัฒนาการทางการเรียนระหว่างนักศึกษาโควตาและการสอบ คัดเลือกของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ ผลปรากฏว่าไม่แตกต่างกันเพราะนักศึกษาส่วน ใหญ่เป็นนักศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ ๖ จำนวน ๒๔๔ คน ซึ่งยังไม่มีทักษะทางด้านคหกรรม ศาสตร์มาก่อน มาได้รับความรู้จากการเรียนในห้องเรียนพร้อมกัน จึงมีพัฒนาการทางการเรียนรู้ใน ทุก ๆ ด้านใกล้เคียงกัน