จำนวน Repository ( 3 )

การพัฒนาคุณภาพการให้บริการงานทะเบียน คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์
การพัฒนาคุณภาพการให้บริการงานทะเบียน คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์

การวิจัย เรื่อง การพัฒนาคุณภาพการให้บริการงานทะเบียน คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัญหาการลงทะเบียนไม่ทันตามปฏิทินการศึกษาช่วงเวลาการลงทะเบียน ของนักศึกษา คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ ใช้เป็นข้อมูลในการพัฒนาคุณภาพการให้บริการงาน ทะเบียนให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด โดยศึกษาข้อมูลทั่วไป สาเหตุที่ทำให้นักศึกษาลงทะเบียน ออนไลน์ไม่ทันตามช่วงเวลา ความพึงพอใจต่อการใช้บริการงานทะเบียนสำหรับนักศึกษา ประชากร ในทางการวิจัยครั้งนี้เป็นนักศึกษาที่เข้าศึกษาในปีการศึกษา 2558 จำนวน 472 คน วิเคราะห์ข้อมูล ทางสถิติโดยการแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิเคราะห์ข้อมูล พบว่า 1. ด้านข้อมูลทั่วไป ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ร้อยละ 72.03 มีอายุ ระหว่าง 19-20 ปี ร้อยละ 78.81 สาขาวิชาอาหารและโภชนาการ ร้อยละ 35.17 โดยส่วนใหญ่ใช้ ระบบอินเทอร์เน็ตผ่านเครือข่ายผู้ให้บริการโทรศัพท์ ร้อยละ 70.97 และมีการเข้าใช้ระบบทะเบียน ออนไลน์มากกว่า 1 ครั้งต่อเทอม ร้อยละ 86.86 สำหรับเมนูในระบบทะเบียนออนไลน์ที่นักศึกษาเข้า ใช้มากที่สุดคือ เมนูการลงทะเบียน ตารางเรียน/สอบ และผลการศึกษา ร้อยละ 100 และสาเหตุหลัก ที่ทำให้นักศึกษาลงทะเบียนไม่ทันตามช่วงเวลา คือ จำรหัสผู้ใช้และรหัสผ่านไม่ได้ หรือรหัสผ่านไม่ ถูกต้อง ร้อยละ 47.46 2. ด้านความพึงพอใจต่อการใช้บริการงานทะเบียนสำหรับนักศึกษา ผลการวิเคราะห์ ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีความเห็นว่าการใช้บริการงานทะเบียน ได้รับความพึงพอใจในระดับมาก ใน ทุกประเด็นโดยรวม (X =3.59 S.D.=0.16) โดยมีระดับความพึงพอใจสูงสุดในระดับมาก ด้านการ ตอบสนอง ความเอาใจใส่ต่อผู้รับบริการ ประเด็นเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้ ความเข้าใจและแม่นยำใน ระเบียบกฎเกณฑ์เป็นอย่างดี ( X =4.32 S.D.=0.78) ผลการศึกษาครั้งนี้ พบว่าระดับความพึงพอใจต่อการใช้บริการงานทะเบียนที่มี ประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่มีความเอาใจใส่ต่อผู้รับบริการ เอกสารคำร้องมีความชัดเจนเข้าใจ ง่าย ทั้งนี้ควรมีอุปกรณ์สารสนเทศให้บริการอย่างเพียงพอ มีขั้นตอนการรับบริการอย่างชัดเจน นอกจากนั้นการพัฒนาระบบทะเบียนออนไลน์ให้มีความสะดวก ความรวดเร็วในการเข้าสู่ระบบ การ จัดหมวดหมู่ และข่าวสารที่เป็นประโยชน์ ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพการให้บริการงานทะเบียนอย่าง มีประสิทธิภาพต่อไป

2560
ปัจจัยที่มีผลต่อการใช้ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์อย่างมีประสิทธิภาพของ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ปัจจัยที่มีผลต่อการใช้ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์อย่างมีประสิทธิภาพของ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร

การวิจัยเรื่อง ปัจจัยที่มีผลต่อการใช้ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์อย่างมีประสิทธิภาพ ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร วัตถุประสงค์ของโครงการวิจัย เพื่อศึกษาพฤติกรรมการใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ของบุคลากร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร เพื่อศึกษาประสิทธิภาพการใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี ราชมงคลพระนคร และเปรียบเทียบประสิทธิภาพการใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ บุคลากร สังกัดมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร จำนวน 1270 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถาม ผลการศึกษาพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็น เพศหญิง คิดเป็นร้อยละ 71.30 อายุ 31–40 ปี คิดเป็นร้อยละ 37.20 มีการศึกษาในระดับปริญญาโท คิดเป็นร้อยละ 42.70 สถานภาพการทำงานส่วนใหญ่เป็นบุคลากรสายสนับสนุน คิดเป็นร้อยละ 52.50 หน่วยงานในสังกัดเป็นคณะวิศวกรรมศาสตร์ ร้อยละ 15 ประสบการณ์ในหน่วยงานทำงานอยู่ที่ 2–5 ปี ร้อยละ 36 ส่วนใหญ่ทราบว่ามหาวิทยาลัยมีการใช้ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ในการรับ–ส่ง เอกสารภายในมหาวิทยาลัย คิดเป็นร้อยละ 96.40 ส่วนใหญ่เข้าใช้ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ทุกวัน คิดเป็น ร้อยละ 37.90 และส่วนใหญ่ผู้ตอบแบบสอบถามเปิดใช้งานระบบในช่วงเวลา 8.30–12.00 น. สำหรับประเด็นความพึงพอใจเกี่ยวกับประสิทธิภาพการใช้งานระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนใหญ่ผู้ตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจในระดับมาก ยกเว้นปัจจัยด้านความผิดพลาดในการรับ-ส่งเอกสาร มีความพึงพอใจในระดับปานกลาง

2559
การวิเคราะห์ประสิทธิภาพการใช้อาคารเรียน คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์
การวิเคราะห์ประสิทธิภาพการใช้อาคารเรียน คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์

โครงการวิจัย เรื่อง การวิเคราะห์ประสิทธิภาพการใช้อาคารเรียน คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและวิเคราะห์การใช้พื้นที่อาคารเรียน โดยเฉพาะห้องเรียน ทฤษฎีและห้องปฏิบัติการ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนการใช้ ห้องเรียน ให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมทั้งแก้ปัญหาห้องเรียนไม่เพียงพอต่อการใช้งาน โดยศึกษาข้อมูล การใช้ประโยชน์ห้องเรียนทฤษฎีและห้องปฏิบัติการ ในอาคารเรียน 3 หลัง คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ และพื้นที่ขอความอนุเคราะห์อาคารคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม วิเคราะห์ผลเปรียบเทียบตามเกณฑ์ มาตรฐานประสิทธิภาพการใช้ห้องเรียน ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องแนวทางการเพิ่ม ประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์อาคารของสถาบันอุดมศึกษา 3 ด้าน จากการวิเคราะห์ข้อมูลการใช้ประโยชน์ พบว่า 1. ด้านการใช้ประโยชน์ตามความจุของห้องเรียน พบว่า การใช้ห้องเรียนทฤษฎีและ ห้องปฏิบัติการ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ ยังไม่เป็นตามเกณฑ์มาตรฐานประสิทธิภาพการใช้ ห้องเรียน (ห้องเรียนทฤษฎี 17 ห้อง ห้องปฏิบัติการ 28 ห้อง) 2. ด้านการใช้ประโยชน์ตามเวลา พบว่า การใช้ห้องเรียนทฤษฎี อาคารเรือนปัญญา มี อัตราการใช้ประโยชน์ตามเวลา (ร้อยละ 82.34) และการใช้ห้องปฏิบัติการในอาคารทั้ง 3 หลัง สอดคล้องตามตามเกณฑ์มาตรฐานประสิทธิภาพการใช้ห้องเรียน คือ อาคารเรือนปัญญา (ร้อยละ 100.29) อาคาร 5 (ร้อยละ 86.76) และ อาคาร 5 (ร้อยละ 82.21) 3. ด้านประสิทธิภาพการใช้ห้องเรียน พบว่า การใช้ห้องเรียนทฤษฎี เฉพาะอาคารเรือน ปัญญา (ร้อยละ 67.75) และห้องปฏิบัติการ ในอาคาร 5 (ร้อยละ 60.79) มีอัตราการใช้ห้องตาม เกณฑ์มาตรฐานประสิทธิภาพการใช้ห้องเรียน ผลการศึกษาครั้งนี้ พบว่าการใช้ประโยชน์ห้องเรียนของคณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ ยังไม่เป็นไปตามเกณฑ์ด้านความจุของห้องเรียนในทุกอาคาร แสดงถึงความไม่สัมพันธ์กันของจำนวน ความจุของห้องเรียนและจำนวนนักศึกษาที่จัดตารางเรียนตารางสอนจริง นอกจากนั้นในด้านการใช้ ประโยชน์ตามเวลา ห้องเรียนทฤษฎี ในอาคาร 5 และอาคารคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม ยังไม่เป็นไป ตามเกณฑ์การใช้ประโยชน์ตามเวลา เนื่องจากปัญหาความพร้อมและทันสมัยของสื่อเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา

2559