การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาปัจจัยส่วนบุคคลของกลุ่มวัยกลางคนที่มีความสัมพันธ์กับการเปิดรับสื่อรณรงค์เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยเกษียณ 2) เพื่อศึกษาความถี่ในการเปิดรับสื่อรณรงค์เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยเกษียณของกลุ่มวัยกลางคนที่มีความสัมพันธ์กับวิธีการเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยเกษียณของกลุ่มวัยกลางคน และ 3) เพื่อศึกษาการเปิดรับสื่อรณรงค์เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยเกษียณของกลุ่มวัยกลางคนที่มีความสัมพันธ์กับวิธีการเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยเกษียณของกลุ่มวัยกลางคน ผลการวิจัยพบว่า สมมุติฐานที่ 1 ปัจจัยส่วนบุคคลของกลุ่มวัยกลางคนมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับสื่อรณรงค์เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยเกษียณ ได้แก่ เพศ สถานภาพสมรส อายุ ระดับการศึกษา ระดับรายได้ อาชีพ ที่อยู่อาศัยปัจจุบัน ทรัพย์สิน การอยู่อาศัยร่วมบ้าน/ที่พักอาศัยปัจจุบัน สมมุติฐานที่ 2 ความถี่ในการเปิดรับสื่อรณรงค์เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยเกษียณของกลุ่มวัยกลางคนมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับระดับการรับรู้ข้อมูลการเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยเกษียณของกลุ่มวัยกลางคน ได้แก่ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ สื่อบุคคล สื่อสิ่งพิมพ์ เว็บไซต์ ไลน์ ติ๊กต่อก เอ็กซ์ สื่ออินเทอร์เน็ตประเภทพ็อดแคส ยูทูบ ทั้งนี้ เมื่อผู้รับสารมีความถี่ในการเปิดรับสื่อรณรงค์มากย่อมมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับความสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ประโยชน์ได้ สมมุติฐานที่ 3 การเปิดรับสื่อรณรงค์เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยเกษียณของกลุ่มวัยกลางคนมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับการเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยเกษียณ โดยแบ่งการเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยเกษียณของกลุ่มวัยกลางคนเป็นจำนวน 4 ด้าน ได้แก่ ความพร้อมทางด้านสุขภาพ ความพร้อมทางด้านสังคม ความพร้อมทางด้านเศรษฐกิจ และความพร้อมด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ซึ่งการเปิดรับสื่อเพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยเกษียณของกลุ่มวัยกลางคนมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับการเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยเกษียณในทุกด้าน