การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ยกระดับมูลค่าสินค้าด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม สำหรับผลิตภัณฑ์กาแฟและชาดอกกาแฟท้องถิ่น (2) ส่งเสริมศักยภาพการตลาดด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อขยายสเกลธุรกิจสำหรับกาแฟและชาดอกกาแฟท้องถิ่น และ (3) พัฒนากิจกรรมเพื่อส่งเสริมมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการการท่องเที่ยวเพื่อการแข่งขันสำหรับพื้นที่ตำบลโคกมน อำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นการวิจัยแบบผสานวิธี ระหว่างการวิจัยเชิงคุณภาพ การวิจัยเชิงทดลอง การวิจัยและพัฒนา การวิจัยเชิงปริมาณ และการวิจัยแบบมีส่วนร่วม โดยมีพื้นที่วิจัยที่วิสาหกิจชุมชน น้ำหนาวอาราบิก้า ตำบลโคกมน อำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ สมาชิก วิสาหกิจชุมชนน้ำหนาวอาราบิก้า ประชาชนในอำเภอน้ำหนาว และนักท่องเที่ยว สถิติที่ใช้ใน การวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ จำนวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า 1) การยกระดับมูลค่าสินค้าด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมสำหรับผลิตภัณฑ์กาแฟและ ชาดอกกาแฟท้องถิ่น วิสาหกิจชุมชนน้ำหนาวอาราบิก้า จังหวัดเพชรบูรณ์ พบว่า 1.1) ความต้องการในการยกระดับมูลค่าสินค้าด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมสำหรับผลิตภัณฑ์กาแฟและชาดอกกาแฟท้องถิ่น ได้แก่ (1) นวัตกรรมที่แปลกใหม่เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์กาแฟและชาดอกกาแฟ (2) นวัตกรรมที่มีต้นทุนการผลิตต่ำ (3) นวัตกรรมที่ผลิตได้ด้วย คนเดียว (4) จำหน่ายผลิตภัณฑ์กาแฟและชาดอกกาแฟในราคาที่สูงขึ้น (5) นำไปต่อยอดได้ (6) นำไปเป็นส่วนหนึ่งของการท่องเที่ยวได้ (7) สร้างอาชีพให้กับสมาชิกได้ และ (8) จัดโปรแกรมการท่องเที่ยว โดยชุมชน 1.2) เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าสำหรับผลิตภัณฑ์กาแฟและชาดอกกาแฟท้องถิ่น ได้แก่ นวัตกรรมเครื่องอัดกาแฟบอลแบบฟันเฟืองใช้มือโยก 1.3) การสร้างโอกาสและต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นผลิตภัณฑ์กาแฟและชาดอกกาแฟ ท้องถิ่น ได้แก่ (1) นวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสและต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นสำหรับผลิตภัณฑ์ กาแฟและชาดอกกาแฟท้องถิ่น ได้แก่ นวัตกรรมกาแฟอัดแท่งรมควัน และมีผลการประเมิน การชิมกาแฟแบบไม่รมควันโดย Q-grader ได้แก่ Fragrance=7.4, Flavor=7.4, Acidity=7.3, Body=7.1, Uniformity=10.00, Clean cup=10.0, Overall=7.1, และ Total Score=81.1 (2) ผู้รับการฝึกอบรมมีความพึงพอใจต่อกิจกรรมพัฒนาและถ่ายทอดองค์ ความรู้การเพิ่มมูลค่าสินค้าด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ด้วยการฝึกอบรมหลักสูตร การผลิตสื่อด้วย โปรแกรมออนไลน์สำหรับการโปรโมทสินค้าและผลิตภัณฑ์ชุมชน อยู่ในระดับมากที่สุด (x ̅=4.53) (3) สร้างโอกาสและขยายตลาดผลิตภัณฑ์กาแฟและชาดอกกาแฟท้องถิ่นด้วย การออกบูธ โดยผู้ร่วมงานมีความคิดเห็นต่อผลตภัณฑ์กาแฟ คือ มีกลิ่นหอม รสชาตไม่เข้มมาก และ รับรู้ว่าอำเภอน้ำหนาวมีผลิตภัณฑ์กาแฟ และมีเครือข่าววิชาการที่สนใจนำผลิตภัณฑ์ไปวิจัยต่อยอด 2) การส่งเสริมศักยภาพการตลาดด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อขยายสเกลธุรกิจสำหรับกาแฟ และชาดอกกาแฟท้องถิ่น วิสาหกิจชุมชนน้ำหนาวอาราบิก้า จังหวัดเพชรบูรณ์ สรุปได้ว่า 2.1) สภาพปัจจุบันของการใช้งานเทคโนโลยีและนวัตกรรม พบว่า (1) อินเทอร์เน็ต มีสัญญาณ มีระดับดี (2) สมาร์ตโฟนมีคุณสมบัติ มีระดับพอใช้ (3) การใช้งานโซเชียลมีเดีย ได้แก่ เพจเฟชบุ๊ก มีระดับพอใช้ (4) ความพร้อมของสมาชิกในการใช้เทคโนโลยี ได้แก่ การใช้ช่องทาง การตลาดออนไลน์ มีระดับพอใช้ และ (5) การพัฒนาตนเองด้านการใช้เทคโนโลยีของสมาชิก ได้แก่ การผลิตสื่อเพื่อประชาสัมพันธ์ มีระดับพอใช้ 2.2) ความต้องการการใช้งานเทคโนโลยีและนวัตกรรม พบว่า (1) อินเทอร์เน็ตมี สัญญาณ มีระดับดี (2) สมาร์ตโฟนมีคุณสมบัติ มีระดับดี (3) การใช้งานโซเชียลมีเดีย ได้แก่ เพจเฟ ชบุ๊ก มีระดับดี (4) ความพร้อมของสมาชิกในการใช้เทคโนโลยี ได้แก่ การใช้ช่องทางการตลาด ออนไลน์ มีระดับดี และ (5) การพัฒนาตนเองด้านการใช้เทคโนโลยีของสมาชิก ได้แก่ การผลิตสื่อเพื่อ ประชาสัมพันธ์ มีระดับดี 2.3) การพัฒนารูปแบบเทคโนโลยีดิจิทัลเพิ่มศักยภาพการแข่งขันทางการตลาดให้กับ วิสาหกิจชุมชนน้ำหนาวอาราบิก้า จังหวัดเพชรบูรณ์ มี 2 องค์ประกอบ ได้แก่ การตลาดดิจิทัล โดยใช้ เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการส่งเสริมการตลาดเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันทางการตลาดให้กับ วิสาหกิจชุมชนน้ำหนาวอาราบิก้า โดยแบ่งออกเป็น 3 ช่องทาง ได้แก่ เพจเฟชบุ๊ก แอปพลิเคชันไล น์ และโทรศัพท์ และการตลาดกิจกรรม โดยการวิสาหกิจชุมชนน้ำหนาวอาราบิก้า นำผลิตภัณฑ์กาแฟ และชาดอกกาแฟไปออกบูธในงานต่าง ๆ ได้แก่ งานประชุมวิชาการ งาน ททท. ห้างสรรพสินค้า และ กิจกรรมชุมชน 2.4) กิจกรรมถ่ายทอดองค์ความรู้การใช้เครื่องมือเพื่อส่งเสริมศักยภาพการตลาดด้วย เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อขยายสเกลธุรกิจ ด้วยการฝึกอบรมหลักสูตร การทำคลิปเพื่อประชาสัมพันธ์ ผลิตภัณฑ์และการท่องเที่ยวในการส่งเสริมศักยภาพการตลาดด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อขยายสเกล ธุรกิจ พบว่า ผู้เข้ารับการอบรมมีความพึงพอใจ อยู่ในระดับมากที่สุด (x ̅=4.60) 2.5) แนวทางการส่งเสริมกิจกรรมเพื่อขยายสเกลธุรกิจด้วยผลิตภัณฑ์ชุมชนและ การท่องเที่ยวเพื่อการแข่งขันสำหรับพื้นที่ตำบลโคกมน อำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อส่งเสริม มูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการการท่องเที่ยวเพื่อการแข่งขันสำหรับพื้นที่ตำบลโคกมน อำเภอ น้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยนำข้อมูลจากการสำรวจข้อมูล 5 ประเด็น ได้แก่ (1) แหล่งท่องเที่ยว ในตำบลโคกมน และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญโดยรอบอำเภอน้ำหนาว (2) สถานที่ทำบุญและท่องเที่ยว (3) ที่พักและคาเฟ่ (4) อัตลักษณ์และเอกลักษณ์ชุมชน และ (5) วิถีชีวิตและการประกอบอาชีพ 2.6) แผนที่เส้นทางท่องเที่ยวอนุรักษ์ ธรรมชาติในตำบลโคกมน และแหล่งท่องเที่ยว บริเวณใกล้เคียง อำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ ประกอบด้วย 1) ร้านกาแฟ และของฝาก 2) แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของตำบลโคกมน 3) แหล่งท่องเที่ยวและทำบุญ 4) ที่พักและคาเฟ่ และ แหล่งท่องเที่ยว โดยรอบในอำเภอน้ำหนาว 3) การพัฒนากิจกรรมเพื่อส่งเสริมมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการการท่องเที่ยวเพื่อ การแข่งขันสำหรับพื้นที่ตำบลโคกมน อำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ 3.1) บริบทและทรัพยากรเชิงพื้นที่ตำบลโคกมน และแหล่งท่องเที่ยวโดยรอบ อำเภอ น้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ พบว่า ด้านทรัพยากรในพื้นที่ตำบลโคกมน อำเภอน้ำหนาว จังหวัด เพชรบูรณ์ พบว่า ภูมิปัญญาท้องถิ่น ประชาชนในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลโคกมนได้อนุรักษ์ ภูมิปัญญาท้องถิ่น ได้แก่ วิธีการทำเครื่องจักสานใช้สำหรับในครัวเรือน ภาษาถิ่น ส่วนมากร้อยละ 90 พูดภาษาอีสาน ประเพณีเผาข้าวหลาม อำเภอน้ำหนาว ประชาชนในเขตองค์การบริหารส่วนตำบล โคกมนได้ผลิตของใช้พื้นเมืองขึ้นใช้ในครัวเรือนและเหลือเอาไว้จำหน่วยบ้าง ได้แก่ เครื่องจักสาน ที่ทำจากไม้ไผ่ ป่าไม้ในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลโคกมนอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาตินํ้าหนาว 3.2) กิจกรรมเพื่อส่งเสริมมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการการท่องเที่ยวเพื่อ การแข่งขันสำหรับพื้นที่ตำบลโคกมน อำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยจัดโปรแกรมท่องเที่ยวได้ ทั้งในรูปแบบ One-day Trip (เที่ยว 1 วัน) และรูปแบบ 2 Day Trip (เที่ยว 2 วัน 1 คืน) 3.3) พฤติกรรมการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวที่มีต่อแหล่งท่องเที่ยวชุมชนในตำบลโคกมน ผลการศึกษาพบว่า นักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่ตำบลโคกมนโดยมีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อการพักผ่อน ร้อยละ 60.66 รองลงมาคือ เพื่อนชวนมา ร้อยละ 12.66 โดยลักษณะการท่องเที่ยว ส่วนใหญ่ เดินทางเป็นกลุ่มหรือหมู่คณะ ร้อยละ 64.86 ซึ่งการเดินทางท่องเที่ยวจะเดินทางโดยซื้อ โปรแกรมกิจกรรมของการท่องเที่ยว ร้อยละ 49.00 และมากับกลุ่มเพื่อน ร้อยละ 35.67 โดยเลือก แหล่งท่องเที่ยวในการเดินทางตามโปรแกรมที่ความสนใจ ร้อยละ 46.00 และเลือกเดินทางในช่วง วันเสาร์-อาทิตย์หรือวันหยุด ร้อยละ 61.00 ระยะเวลาในการท่องเที่ยวส่วนใหญ่ใช้เวลา 1-2 วัน ร้อยละ 60.00 3.4) ความคิดเห็นของส่วนประสมทางการตลาดนักท่องเที่ยว พบว่า กลุ่มตัวอย่าง มีระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับปัจจัยส่วนประสมทางการตลาด ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก (x ̅=3.66, S.D.=0.65) เมื่อพิจารณารายด้านพบว่า ด้านที่อยู่ในระดับมาก คือ ด้านบุคลากร (x ̅=4.12, S.D.=0.62) ด้านผลิตภัณฑ์ (x ̅=3.86, S.D.=0.63) ด้านราคา (x ̅=3.72, S.D.=0.52) ด้านกระบวนการ (x ̅=3.74, S.D.=0.54) ด้านสถานที่ทำเลที่ตั้ง (x ̅=3.52, S.D.=0.61) และด้านที่อยู่ในระดับปานกลาง คือ ด้านการส่งเสริมการตลาด (x ̅=3.48, S.D.=0.81) และด้านการสร้างและนำเสนอลักษณะทาง กายภาพ (x ̅=3.46, S.D.=0.64) 3.5) แนวทางการสื่อสารการตลาดสำหรับส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนในตำบลโคกมน อำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ พบว่า (1) การสื่อสารการตลาดผ่านตัวบุคคล (2) การประชาสัมพันธ์ ผ่านช่องทางต่าง ๆ (3) การโฆษณา (4) การตลาดผ่านสื่อออนไลน์ซึ่งเป็นสื่อหลักสำคัญในปัจจุบัน นักท่องเที่ยวเกิดความสะดวกในการค้นหาข้อมูลข่าวสารได้รวดเร็ว (5) การตลาดทางตรง ซึ่งชุมชน การเก็บข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ และสามารถนำมาเสนอ และส่งต่อรายละเอียด ให้นักท่องเที่ยว เพื่อให้นักท่องเที่ยวสนใจและเกิดความประทับใจ (6) กิจกรรมการส่งเสริมการขาย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรให้ความช่วยเหลือ และแนะนำในการทำกิจกรรมส่งเสริมการขายแก่ชุมชน และ (7) กิจกรรมการตลาดร่วมกับหน่วยงานอื่น