การศึกษาเรื่อง “ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จของการดำเนินงานประกันคุณภาพการศึกษาภายในคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร” มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยด้านบุคลากร และปัจจัยด้านองค์กร ที่มีผลต่อความสำเร็จในงานประกันคุณภาพภายในของคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร จากกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 159 คนจำแนกตาม เพศ อายุ ตำแหน่ง ระดับการศึกษา สายงาน และอายุการทำงาน โดยเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลการวิจัยในครั้งนี้ เป็นแบบสอบถามปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จของการดำเนินงานประกันคุณภาพการศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร จำแนกเป็น ปัจจัยด้านส่วนบุคคล และด้านสนับสนุนจากองค์กร ซึ่งมีลักษณะเป็นมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยค่าความถี่ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบทีแบบอิสระ (t-test independent) ด้วยสถิติทดสอบความแปรปรวนทางเดียว (One - Way ANOVA) ผลการวิจัยพบว่า บุคลากรคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร จากการศึกษาแล้วพบว่า ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จของการดำเนินงานประกันคุณภาพการศึกษาภายใน ด้านลักษณะงานที่รับผิดชอบ พบว่ามีค่าเฉลี่ยสูงสุด บุคลากรมีความเข้าใจในบทบาทหน้าที่และความสำคัญของการประกันคุณภาพการศึกษาเป็นอย่างดี ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของ Herzberg (1968) ที่กล่าวว่า ลักษณะของงานที่ท้าทายและมีความหมายจะส่งผลต่อแรงจูงใจในการทำงาน การที่บุคลากรเข้าใจถึงความสำคัญและกระบวนการทำงานจะทำให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และด้านการบริหาร นโยบายและแผนงานประกันคุณภาพการศึกษามีความสำคัญเท่ากับด้านลักษณะงาน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของผู้บริหารในการสร้างทิศทางและกรอบการทำงานที่ชัดเจน สอดคล้องกับทฤษฎีการบริหารเชิงกลยุทธ์ที่เน้นความสำคัญของการวางแผน การกำหนดโครงสร้าง และการติดตามประเมินผล และในส่วนที่รองลงมาจะเป็นเรื่องด้านการได้ยอมรับนับถือ สะท้อนถึงความสำคัญของการสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการทำงานและการยอมรับซึ่งกันและกัน ซึ่งสอดคล้องกับ Maslow's Hierarchy of Needs ในระดับความต้องการได้รับการยอมรับและเคารพ โดยแต่ละส่วน คือปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จของการดำเนินงานประกันคุณภาพการศึกษาภายในคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร