ภาพปกงานวิจัย พฤกษเคมีและฤทธิ์ทางชีวภาพของสารสกัดเมล็ดลิ้นจี่ค่อมสมุทรสงคราม สู่การพัฒนาศักยภาพเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและการชะลอวัยเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุบนฐานเศรษฐกิจ BCG
หมวดหมู่ วิทยาศาสตร์
Subject พฤกษเคมี เครื่องสำอาง การชะลอวัย สารสกัด สมุทรสงคราม
วันที่ตีพิมพ์ 2567
เอกสารประกอบ ดาวน์โหลด
จำนวนเข้าชม 5

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาคุณสมบัติทางชีวภาพของสารสกัดจากเมล็ดลิ้นจี่พันธุ์ค่อมสมุทรสงคราม และประเมินศักยภาพในการประยุกต์ใช้เป็นส่วนประกอบที่มีฤทธิ์ทางเคมีและเภสัชในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางประเภทเซรัมและน้ำตบ การศึกษาสารสกัดแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ เปลือกเมล็ด เนื้อเมล็ด และทั้งเมล็ด โดยดำเนินการสกัดด้วยตัวทำละลายเอทานอลโดยวิธีการแช่หมักและการสกัดด้วยคลื่นอัลตราโซนิก สารสกัดจากเมล็ดลิ้นจี่ทำการประเมินฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระด้วยวิธี DPPH และ ABTS ฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนส ฤทธิ์ต้านการอักเสบ ฤทธิ์ต้านจุลชีพ ความปลอดภัยต่อเซลล์ผิวหนัง และวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีที่ระเหยได้ด้วยเทคนิค GC-MS สารสกัดเมล็ดลิ้นจี่อัตราส่วนที่เหมาะสมใช้เป็นส่วนผสมในการพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์เซรัมและน้ำตบร่วมกับวัตถุดิบอื่น ๆ เพื่อให้ได้เครื่องสำอางตามที่ต้องการ ทำการประเมินระดับการยอมรับโดยใช้มาตราส่วน 7 ระดับ และประเมินระดับความพอดี (JAR) ของสูตรผลิตภัณฑ์ทั้งสองประเภท ผลการวิจัยพบว่า สารสกัดในเอทานอลของแต่ละส่วนเมล็ดลิ้นจี่ ให้ผลผลิตสารสกัดใกล้เคียงกันในช่วง 8.5% ถึง 13% โดยพบว่าการสกัดทั้งสองวิธีให้ผลผลิตไม่แตกต่างกันมากนัก การทดสอบฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระโดยวิธี ABTS แสดงความไวสูงกว่าวิธี DPPH ประมาณ 2-2.5 เท่า เนื้อเมล็ดมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูงที่สุดในทั้งสองวิธี (IC50 = 200.4 mg/mL สำหรับ DPPH และ 88.63 mg/mL สำหรับ ABTS ตามลำดับ) สารสกัดทั้งเมล็ดแสดงฤทธิ์ต้านการอักเสบปานกลาง (IC50 เท่ากับ 81.55 mg/mL) และมีฤทธิ์ต้านจุลชีพ Propionibacterium acnes และ Candida albicans อย่างไรก็ตาม สารสกัดมีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนสในระดับต่ำ การประเมินความปลอดภัยแสดงให้เห็นว่าสารสกัดไม่เป็นพิษต่อเซลล์เคราติโนไซต์ในความเข้มข้นไม่เกินร้อยละ 12.5 โดยมี IC50 เท่ากับร้อยละ 39.12 การวิเคราะห์สารที่ระเหยได้ในสารสกัดเอทานอลด้วยเทคนิค GC-MS พบสารประกอบสำคัญที่เป็นกรดไขมันและอนุพันธ์ของกรดไขมัน เช่น oleic acid, hexadecanoic acid, ethyl linoleate และ glycerin ซึ่งมีคุณสมบัติทางชีวภาพที่เป็นประโยชน์ต่อผิวหนัง ผลการพัฒนาผลิตภัณฑ์พบว่าน้ำตบได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคสูงกว่าเซรัม โดยน้ำตบสูตร B ได้รับคะแนนความชอบโดยรวมสูงที่สุด (6.353±0.69) คุณลักษณะที่ได้รับการยอมรับสูงสุดคือ ความชุ่มชื้นและความเหนอะหนะ ผลการวิจัยสรุปได้ว่า สารสกัดเมล็ดลิ้นจี่พันธุ์ค่อมมีศักยภาพสูงในการนำไปใช้เป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและการดูแลผิวหนัง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ และควบคุมสิว ซึ่งจะเป็น การเพิ่มมูลค่าให้กับเศษเหลือทางการเกษตรและส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน การศึกษานี้ให้ข้อมูลพื้นฐานสำคัญสำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยต่อผู้บริโภค

APA

อำนาจ ชินพงษ์พานิช. สิริรัตน์ พานิช. จินตพัฒน์ นทีวัฒนา. วรวิทย์ จันทร์สุวรรณ. ( 2567 ). พฤกษเคมีและฤทธิ์ทางชีวภาพของสารสกัดเมล็ดลิ้นจี่ค่อมสมุทรสงคราม สู่การพัฒนาศักยภาพเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและการชะลอวัยเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุบนฐานเศรษฐกิจ BCG. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร.

Chicago

อำนาจ ชินพงษ์พานิช. สิริรัตน์ พานิช. จินตพัฒน์ นทีวัฒนา. วรวิทย์ จันทร์สุวรรณ. พฤกษเคมีและฤทธิ์ทางชีวภาพของสารสกัดเมล็ดลิ้นจี่ค่อมสมุทรสงคราม สู่การพัฒนาศักยภาพเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและการชะลอวัยเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุบนฐานเศรษฐกิจ BCG. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร, 2567.

MLA

อำนาจ ชินพงษ์พานิช. สิริรัตน์ พานิช. จินตพัฒน์ นทีวัฒนา. วรวิทย์ จันทร์สุวรรณ. พฤกษเคมีและฤทธิ์ทางชีวภาพของสารสกัดเมล็ดลิ้นจี่ค่อมสมุทรสงคราม สู่การพัฒนาศักยภาพเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและการชะลอวัยเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุบนฐานเศรษฐกิจ BCG. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร, 2567.

Vancouver

อำนาจ ชินพงษ์พานิช. สิริรัตน์ พานิช. จินตพัฒน์ นทีวัฒนา. วรวิทย์ จันทร์สุวรรณ. พฤกษเคมีและฤทธิ์ทางชีวภาพของสารสกัดเมล็ดลิ้นจี่ค่อมสมุทรสงคราม สู่การพัฒนาศักยภาพเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและการชะลอวัยเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุบนฐานเศรษฐกิจ BCG. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร; 2567.