งานวิจัยนี้ประสบความสำเร็จในการพัฒนาวิธีการสังเคราะห์คาร์บอนดอทจากเปลือกกล้วยด้วยวิธีการไมโครเวฟโดยใช้น้ำเป็นสารละลาย และสามารถสังเคราะห์คาร์บอนดอทจากเปลือกกล้วยที่ความสุกต่างกัน สามระดับ ออกมาเป็นสารละลายคาร์บอนดอท CD1, CD2 และ CD3 ซึ่งเป็นสารละลายใสสีน้ำตาล แสดงสมบัติ เรืองแสงที่สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่าในที่มืดเมื่อกระตุ้นด้วยแสง UV ที่ความยาวคลื่น 395 nm ออกมาเป็น สีฟ้า สีฟ้าอมเขียว และสีเขียว ตามลำดับ ผลการวิเคราะห์ขนาดด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องกราด TEM พบว่า คาร์บอนดอท ในงานวิจัยนี้มีเส้นผ่านศูนย์กลางอยู่ในช่วง 1.5 - 4.5 nm ผลการวิเคราะห์ขนาดของคาร์บอนดอทด้วยเทคนิค DLS พบว่าคาร์บอนดอทในสารละลายมีเส้นผ่านศูนย์กลางจากเฉลี่ยในช่วง 90 - 183 nm เพื่อศึกษาสมบัติทางเคมี ผู้วิจัยได้ทำการทดสอบคาร์บอนดอทที่สังเคราะห์ ด้วย Raman, FTIR, UV-Vis และ NMR ผลการวิเคราะห์ FTIR เพื่อศึกษาสมบัติทางไฟฟ้าพบหมู่ฟังก์ชั่น C=C, C=O, C-H และ O-H ในทั้งสามตัวอย่างคาร์บอนดอท ผลการวิเคราะห์ UV-Vis ยืนยันการมีของหมู่ฟังก์ชั่น C=C และ C=O ในทั้งสามตัวอย่างคาร์บอนดอท ผลการวิเคราะห์ขนาดและทางเคมียืนยันความเป็นคาร์บอนดอทของตัวอย่างที่สังเคราะห์ได้ทั้งสามที่มีขนาดต่างกัน มีองค์ประกอบทางเคมีที่ใกล้เคียงกันแต่ไม่เหมือนกัน ความเข้มข้นของน้ำตาลในเปลือกกล้วยต่างระดับความสุกกันอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความแตกต่างของตัวอย่างคาร์บอนดอททั้งสามชนิด นอกจากนี้ผู้วิจัยได้ทำการทดสอบตัวอย่างคาร์บอนดอทด้วยเทคนิค C-AFM และ CV รวมถึงมีการทำ simulation เพื่อศึกษาสมบัติทางไฟฟ้า ผลการวิเคราะห์ C-AFM พบว่า คาร์บอนดอททั้งสามตัวอย่างนำไฟฟ้าได้น้อยกว่า Rh/Au junction โดย Rh/CD1/Au นำไฟฟ้าได้ดีที่สุดใน molecular junction จากสามตัวอย่างคาร์บอนดอท ผลการวิเคราะห์ CV พบว่าการตอบสนองของความเข้มกระแสต่อความต่างศักย์ เพิ่มขึ้นจาก CD1, CD2 และ CD3 ตามลำดับ ท้ายที่สุดผู้วิจัยได้ทำการจำลองทางคอมพิวเตอร์ด้วยเทคนิค Density Functional Theory (DFT) ของคาร์บอนดอทระหว่างอะตอมโลหะสองอะตอมในรูปแบบที่แตกต่างกัน ผลการจำลองแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงค่า band gap ของคาร์บอนดอทเมื่ออะตอมของโลหะเปลี่ยนแปลงไปเป็นการยืนยันถึงแนวทางในการควบคุมสมบัติทางไฟฟ้าของโมเลกุลคาร์บอนดอทได้โดยการเปลี่ยนขั้วไฟฟ้า