ภาพปกงานวิจัย การศึกษาสมบัติด้านกายภาพของผ้าทอที่ผ่านการตกแต่งด้วย สารหน่วงไฟสำหรับการผลิตเสื้อผ้าเด็ก
เจ้าของวิทยานิพนธ์ วุฒิพงษ์ ฐิรโฆไท
หมวดหมู่ อุตสาหกรรมสิ่งทอ การออกแบบแฟชั่น
Subject อุตสาหกรรมสิ่งทอ การออกแบบแฟชั่น
ปีที่ตีพิมพ์ 2567
เอกสารประกอบ ดาวน์โหลด
จำนวนเข้าชม 7

งานวิจัยเรื่อง“การศึกษาสมบัติด้านกายภาพของผ้าทอที่ผ่านการตกแต่งด้วยสารหน่วงไฟสำหรับการผลิตเสื้อผ้าเด็ก” นี้ มีที่มาจากการที่ผู้วิจัยมีอาชีพเป็นแพทย์ และได้มีโอกาสไปใช้ชีวิตในต่างประเทศหลายปี พบว่า ชุดนอนของเด็กในต่างประเทศมีสมบัติหน่วงไฟ อันเนื่องมาจากมีข้อกำหนดทางกฎหมาย แต่สำหรับในประเทศไทยไม่มี ดังนั้นผู้วิจัยจึงมีแนวความคิดที่จะทดลองผลิตผ้าหน่วงไฟที่สามารถใช้งานในชีวิตประวันของเด็กได้จริงเพื่อใช้เป็นแนวทางสำหรับการกำหนดเป็นกฎหมายในอนาคตต่อไป โดยมีวัตถุประสงค์ในการทำวิจัย คือ 1) เพื่อศึกษาผลของความเข้มข้นของสารหน่วงไฟที่มีผลต่อผ้าฝ้ายและผ้าฝ้ายผสม 2) เพื่อศึกษาสมบัติการหน่วงไฟของผ้าก่อนและหลังการซักแห้ง 3) เพื่อทดสอบสมบัติเชิงกายภาพของผ้า ภายหลังจากการตกแต่งหน่วงไฟ และ 4) เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ต้นแบบ (ชุดนอนเด็ก) จากผ้าที่มีสมบัติหน่วงไฟ วิธีการวิจัย เริ่มด้วยการเตรียมผ้าฝ้ายทอและผ้าฝ้ายทอเส้นใยผสม 2 ชนิด คือ ผ้า ซีวีซี (CVC) และผ้าทีซี (T/C) ให้มีความพร้อมสำหรับการตกแต่ง จากนั้นนำผ้าทอทั้ง 3 ชนิด ไปทำการตกแต่งด้วยสารหน่วงไฟ ซึ่งในงานวิจัยนี้ใช้สาร Flamegard CP โดยกำหนดปริมาณการใช้สารหน่วงไฟให้มีความเข้มข้น 100, 150, 200, 250 และ 300 กรัมต่อลิตร สำหรับกรดฟอสฟอริคที่ใช้ปรับค่า pH ของสารหน่วงไฟ มีปริมาณอยู่ที่ 10, 15, 20, 25 และ 30 กรัมต่อลิตร ตามลำดับ ส่วนอุณหภูมิที่ใช้ในการผนึกสารหน่วงไฟทุกความเข้มข้น คือ 165 องศาเซลเซียส และเวลาที่ใช้ในการผนึกสารหน่วงไฟกำหนดให้เป็น 30, 45 และ 60 วินาที จากนั้นนำผ้าที่ผ่านการตกแต่งไปทดสอบการเผาไหม้ และทดสอบความทนทานในด้านต่าง ๆ โดยเปรียบเทียบกับผ้าที่ไม่ผ่านการตกแต่งด้วยสารหน่วงไฟ ผลการศึกษาพบว่า ปริมาณและสภาวะที่เหมาะสมในการตกแต่งสารหน่วงไฟลงบนผ้าทอทั้ง 3 ชนิด คือใช้สารหน่วงไฟปริมาณ 100 กรัมต่อลิตร ร่วมกับกรดฟอสฟอริคจำนวน 10 กรัมต่อลิตร ใช้อุณหภูมิในการผนึกสารหน่วงไฟที่ 165 องศาเซลเซียส และใช้เวลาในการผนึกสารหน่วงไฟ 30 วินาที ในส่วนของการทดสอบการเผาไหม้ พบว่า ผ้าทอทั้ง 3 ชนิด ที่ผ่านตกแต่งด้วยสารหน่วงไฟและนำผ้าไปทำการซักแห้งด้วยสารเปอร์คลอโรเอททิลลีน จำนวน 1 ครั้ง พบว่า ผ้ายังคงมีสมบัติหน่วงไฟได้เหมือนกับผ้าที่ไม่ผ่านการซักแห้ง และสำหรับผลการทดสอบสมบัติเชิงกายภาพของผ้าทอทั้ง 3 ชนิดหลังการตกแต่งด้วยสารหน่วงไฟ พบว่า ค่าความกระด้างของผ้า (stiffness) เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ขณะที่ค่าความแข็งแรงของผ้าต่อแรงดึงขาด (tensile strength) และค่าความแข็งแรงของผ้าต่อการขัดถู (abrasion resistance) ลดลงเล็กน้อย ส่วนค่าความแข็งแรงของผ้าต่อแรงฉีกขาด (tear strength) ลดลงค่อนข้างมาก

APA

วุฒิพงษ์ ฐิรโฆไท. ( 2567 ). การศึกษาสมบัติด้านกายภาพของผ้าทอที่ผ่านการตกแต่งด้วย สารหน่วงไฟสำหรับการผลิตเสื้อผ้าเด็ก. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร.

Chicago

วุฒิพงษ์ ฐิรโฆไท. การศึกษาสมบัติด้านกายภาพของผ้าทอที่ผ่านการตกแต่งด้วย สารหน่วงไฟสำหรับการผลิตเสื้อผ้าเด็ก. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร, 2567.

MLA

วุฒิพงษ์ ฐิรโฆไท. การศึกษาสมบัติด้านกายภาพของผ้าทอที่ผ่านการตกแต่งด้วย สารหน่วงไฟสำหรับการผลิตเสื้อผ้าเด็ก. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร, 2567.

Vancouver

วุฒิพงษ์ ฐิรโฆไท. การศึกษาสมบัติด้านกายภาพของผ้าทอที่ผ่านการตกแต่งด้วย สารหน่วงไฟสำหรับการผลิตเสื้อผ้าเด็ก. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร; 2567.