ภาพปกงานวิจัย การศึกษาการเพิ่มประสิทธิภาพดัชนีความยากจนหลายมิติด้วยค่าสัมประสิทธิ์ที่เหมาะสมโดยใช้กระบวนการลำดับชั้นเชิงวิเคราะห์
เจ้าของวิทยานิพนธ์ สุดารัตน์ ดวงประทุม
หมวดหมู่ วิศวกรรมศาสตร์
Subject กระบวนการลำดับชั้นเชิงวิเคราะห์
ปีที่ตีพิมพ์ 2567
เอกสารประกอบ ดาวน์โหลด
จำนวนเข้าชม 3

งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาค่าน้ำหนักดัชนีความยากจนหลายมิติ ในระบบบริหารจัดการข้อมูล การพัฒนาคนแบบชี้เป้า (Thai People Map and Analytics Platform: TPMAP) โดยระบบดังกล่าวสำนักงานเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติร่วมมือกับ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ พัฒนาขึ้นเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูล และระบุปัญหาความยากจนของคนในประเทศมุ่งเน้น ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ตามนโยบายยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยมีปัจจัยที่นำมาใช้ ในการคำนวณหาค่าดัชนีความยากจนหลายมิติ 5 ด้าน คือ ด้านสุขภาพ ด้านความเป็นอยู่ ด้านการศึกษา ด้านการเงิน และด้านการเข้าถึงบริการรัฐ มีน้ำหนักเท่ากัน การศึกษานี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา หาน้ำหนักหรืออิทธิพลของปัจจัยในแต่ละมิติ ด้วยกระบวนการลำดับชั้นเชิงวิเคราะห์ (Analytical Hierarchy Process: AHP) จากการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 7 ท่าน จากหลายหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง จากการวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้พบว่า ด้านสุขภาพ มีความสำคัญสูงสุดคิดเป็นร้อยละ 25.85 ด้านการศึกษาคิดเป็นร้อยละ 25.62 ด้านการเงินคิดเป็นร้อยละ 18.12 ด้านการเข้าถึงบริการรัฐคิดเป็นร้อยละ 16.61 ตามลำดับ และด้านความเป็นอยู่ มีความสำคัญน้อยที่สุดคิดเป็นร้อยละ 13.80

APA

สุดารัตน์ ดวงประทุม. ( 2567 ). การศึกษาการเพิ่มประสิทธิภาพดัชนีความยากจนหลายมิติด้วยค่าสัมประสิทธิ์ที่เหมาะสมโดยใช้กระบวนการลำดับชั้นเชิงวิเคราะห์. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร.

Chicago

สุดารัตน์ ดวงประทุม. การศึกษาการเพิ่มประสิทธิภาพดัชนีความยากจนหลายมิติด้วยค่าสัมประสิทธิ์ที่เหมาะสมโดยใช้กระบวนการลำดับชั้นเชิงวิเคราะห์. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร, 2567.

MLA

สุดารัตน์ ดวงประทุม. การศึกษาการเพิ่มประสิทธิภาพดัชนีความยากจนหลายมิติด้วยค่าสัมประสิทธิ์ที่เหมาะสมโดยใช้กระบวนการลำดับชั้นเชิงวิเคราะห์. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร, 2567.

Vancouver

สุดารัตน์ ดวงประทุม. การศึกษาการเพิ่มประสิทธิภาพดัชนีความยากจนหลายมิติด้วยค่าสัมประสิทธิ์ที่เหมาะสมโดยใช้กระบวนการลำดับชั้นเชิงวิเคราะห์. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร; 2567.