งานวิจัยนี้นำเสนอการประเมินระบบป้องกันฟ้าผ่าสำหรับระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาของโรงงาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์และปรับปรุงคุณภาพของระบบป้องกันฟ้าผ่าให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น การประเมินระบบป้องกันฟ้าผ่าดังกล่าวใช้เทคนิค Failure Mode, Effects, and Criticality Analysis (FMECA) ควบคู่กับแนวทางการออกแบบและติดตั้งที่เป็นไปตามมาตรฐานของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย โดยระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ศึกษาเป็นระบบแบบผสมผสาน ซึ่งมีกำลังการผลิตแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนอาคารสำนักงาน ขนาด 25.68 kWp และส่วนอาคารโรงงาน ขนาด 149.80 kWp การประเมินระบบป้องกันฟ้าผ่าพิจารณาจาก 4 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ประสิทธิภาพ, ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม, ความปลอดภัยหรือความน่าเชื่อถือ, และด้านการเงิน โดยมีการเก็บรวบรวมข้อมูลตามเกณฑ์ดังกล่าว และบันทึกลงในโปรแกรม Microsoft Excel จากนั้นนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ด้วยเทคนิค FMECA ผลการวิเคราะห์พบว่า เทคนิค FMECA สามารถช่วยระบุจุดที่มีความเสี่ยงสูงสุดในระบบป้องกันฟ้าผ่าผ่าน 3 ปัจจัยแรก ขณะที่ปัจจัยด้านการเงินสามารถประเมินได้จากสีที่ปรากฏในเมทริกซ์ของเทคนิคดังกล่าว ซึ่งบ่งชี้ว่าค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาอยู่ในระดับที่สามารถยอมรับได้หรือไม่ ผลการศึกษานี้ ยืนยันว่าเทคนิค FMECA เป็นเครื่องมือ ที่มีประสิทธิภาพในการประเมินระบบป้องกันฟ้าผ่าโดยครอบคลุมทุกปัจจัยที่เกี่ยวข้อง