จำนวนวิทยานิพนธ์ ( 6 )
ทุนวัฒนธรรมการย้อมสีธรรมชาติจากเปลือกตะบูนขาวสู่การออกแบบชุดสตรีสไตล์เรโทร
การศึกษาเรื่อง ทุนวัฒนธรรมการย้อมสีธรรมชาติจากเปลือกตะบูนขาวสู่การออกแบบชุดสตรีสไตล์เรโทร มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ทุนวัฒนธรรมการย้อมสีธรรมชาติจากเปลือกตะบูนขาวของจังหวัดสมุทรสงคราม 2) การออกแบบลวดลายผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติจากเปลือกตะบูนขาว 3) การออกแบบตัดชุดสตรีสไตล์เรโทร และ4) ความพึงพอใจที่มีต่อชุดสตรีสไตล์เรโทรโดยใช้ทุนวัฒนธรรมการย้อมสีจากเปลือกตะบูนขาว โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสานทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้วิธีการสังเกต การทดลอง และการสัมภาษณ์เชิงลึก ประเมินโดยผู้เชียวชาญและกลุ่มประชากร กลุ่มเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนในจังหวัดสมุทรสงคราม จำนวน 34 คน ผลการศึกษาพบว่า ทุนวัฒนธรรมการย้อมสีธรรมชาติจากเปลือกตะบูนขาวของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเปลือกไม้เขายี่สาร จังหวัดสมุทรสงคราม ให้สีน้ำตาลร่วมกับการใช้น้ำขี้เถ้าเป็นส่วนสำคัญในการเป็นสารช่วยติดสี การต้มสกัดสี และย้อมสี จึงทำให้ผ้ามัดย้อมจากเปลือกตะบูนขาวมีความคงทนของสีต่อการซัก ความคงทนของสีต่อน้ำ และความคงทนของสีต่อแสง ด้านการออกแบบลวดลายผ้ามัดย้อมได้การมัดย้อมแบบซิโบริลายใบและดอกตะบูน ด้านการออกแบบตัดชุดสตรีสไตล์เรโทร ได้ชุดติดกันแบบกระโปรงวงกลม รูปแบบที่ 1 ชุดติดกันแบบ A-Line รูปแบบที่ 2 และเสื้อ กระโปรงรูปแบบที่ 1 ด้านลวดลายได้ผลการประเมิน มีระดับความพึงพอใจมากที่สุด ที่ค่าเฉลี่ยที่ 4.60 ด้านการออกแบบชุดสตรีสไตล์เรโทร พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจต่อการออกแบบชุดสตรีสไตล์เรโทร ชุดติดกันแบบกระโปรงวงกลม มีระดับความพึงพอใจมากที่สุด ที่ค่าเฉลี่ย 4.71
อัตลักษณ์ลวดลายผ้าบาติกด้วยสีครามธรรมชาติ สู่การออกแบบผลิตภัณฑ์ของที่ระลึก จังหวัดสงขลา
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาอัตลักษณ์เมืองเก่าสงขลาในการออกแบบลวดลายผ้าบาติก 2) ศึกษากระบวนการสร้างลวดลายบนผืนผ้าบาติกด้วยสีครามธรรมชาติ 3) ออกแบบผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกให้เป็นสินค้าที่ทันสมัยโดยใช้แนวคิดการออกแบบอย่างยั่งยืน ด้วยการวิจัยเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่างที่กำหนดเพื่อเป็นแหล่งข้อมูลที่จาเป็นตามวัตถุประสงค์ได้แก่ ผู้ที่อาศัยในชุมชนย่านเมืองเก่า อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา และนักวิชาการที่เชี่ยวชาญด้านสถาปัตยกรรมเมืองเก่า จำนวน 5 คน เพื่อศึกษาอัตลักษณ์เมืองเก่าสงขลาในการออกแบบลวดลายผ้าบาติก ผู้เชี่ยวชาญด้านเส้นใยและการออกแบบทั้งภาครัฐและเอกชน จำนวน 5 คนเพื่อศึกษากระบวนการสร้างลวดลายบนผืนผ้าบาติกด้วยสีครามธรรมชาติ และนักท่องเที่ยวพื้นที่ย่าน เมืองเก่า อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา จำนวน 150 คน เพื่อประเมินความพึงพอใจในการออกแบบผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกให้เป็นสินค้าที่ทันสมัยโดยใช้แนวคิดการออกแบบอย่างยั่งยืน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แบบสัมภาษณ์เชิงลึก แบบสอบถาม และแบบประเมินความพึงพอใจวิธีดำเนินการวิจัย ทำการศึกษาอัตลักษณ์เมืองเก่าสงขลาในการออกแบบลวดลายผ้าบาติก โดยการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญเชิงลึก จากนั้นนำมาวิเคราะห์เพื่อออกแบบลวดลายและสร้างสรรค์เป็นลวดลายบาติกด้วยการย้อมสีครามธรรมชาติ เพื่อออกแบบผลิตภัณฑ์ของที่ระลึก จำนวน 1 คอลเลคชั่นประเมินความพึงพอใจจากนักท่องเที่ยว วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และ ส่วน เบี่ยงเบนมาตรฐานผลการศึกษา ด้านอัตลักษณ์เมืองเก่าสงขลาในการออกแบบลวดลายผ้าบาติก พบว่าเมืองเก่าสงขลาเป็นเมืองสำคัญที่มีมรดกวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าทางด้านประวัติศาสตร์ศิลปวัฒนธรรม และเป็นแหล่งผสมผสานทางวัฒนธรรมอันหลากหลายของกลุ่มคนสามศาสนาคือชาวไทยพุทธ ไทยจีน และไทยมุสลิม ที่สะท้อนออกมาในรูปแบบวิถีชีวิตชุมชนที่มีเอกลักษณ์และ รูปแบบของสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น มีรูปแบบงานศิลปกรรมจากลวดลายธรรมชาติผสมผสานลวดลายสถาปัตยกรรม ผู้วิจัยนาความหมายที่มีร่วมกันของรูปแบบลวดลาย รวมถึงทฤษฎีการออกแบบและความคล้ายคลึงกัน โดยมีองค์ประกอบของสี โครงร่างเงา รายละเอียดตกแต่ง และวัสดุทำให้เกิดเป็นลวดลายใหม่ที่สวยงามและแฝงด้วยเรื่องราวของอัตลักษณ์เมืองเก่าสงขลา ด้านผลการศึกษากระบวนการสร้างลวดลายบนผืนผ้าบาติกด้วยสีครามธรรมชาติ พบว่า ลวดลายที่ได้รับการคัดเลือกจากผู้เชี่ยวชาญทั้ง 5 คน คือ ลวดลายที่ 1 จากแนวคิดการออกแบบของโรงสีแดง หับ โห้ หินมัสยิดบ้านบน และประตูเมืองสงขลา มีเอกลักษณ์เฉพาะในด้านโครงสร้างตัวอาคารผสมผสานระหว่างอาคารในย่านเมืองเก่าประกอบเป็นโครงสร้างและนาลักษณะของเส้นโค้งที่ให้ความรู้สึกเคลื่อนไหวจากลวดลายช่องลมมาประกอบเป็นลวดลายที่สะท้อนความงามและอัตลักษณ์เชิงพื้นที่ จากนั้นนำไปสร้างสรรค์ลวดลายบาติกและย้อมสีครามธรรมชาติ ทาการทดสอบความคงทนของสีต่อแสง พบว่ามีความคงทน >4 ทดสอบความคงทนของสีต่อการซัก พบว่า มีความคงทนระดับ 4 ทดสอบความคงทนของสีต่อการขัดถู พบว่า มีความคงทนสภาวะแห้ง ระดับ 2 - 3 ความคงทนสภาวะเปียก ระดับ 1 - 2 และความต้านทานต่อการขัดถู พบว่า มีความต้านทาน >10,000 ครั้ง และประเมินความพึงพอใจจากนักท่องเที่ยวต่อผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกจังหวัดสงขลาประเภทเสื้อผ้า มีค่าคะแนนสูงสุด (𝑥̅=4.34) รองลงมาผ้าโพกศีรษะและรองเท้าเท่ากัน (𝑥̅=4.30) กระเป๋า (𝑥̅=4.28) และหมวก(𝑥̅=4.27) ตามลำดับ โดยรวมมีค่าเฉลี่ยได้รับความพึงพอใจในระดับมาก (𝑥̅= 4.30)
สมบัติการย้อมสีและความคงทนของสีบนผ้าไหมย้อมด้วยเปลือกของฝักมะขาม
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการย้อมสีผ้าไหมด้วยสารสกัดจากเปลือกฝักมะขาม ซึ่งเป็นวัตถุดิบธรรมชาติที่มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นสีย้อมธรรมชาติที่ยั่งยืนสำหรับอุตสาหกรรมสิ่งทอ โดยการวิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อกระบวนการย้อมสี ได้แก่ อุณหภูมิ เวลา ค่า pH ความเข้มข้นของสารละลายสีย้อม อิทธิพลของสารมอร์แดนท์ต่อความเข้มของสีบนผ้าไหมรวมถึงความคงทนของสีต่อการซักล้าง น้ำ เหงื่อ ขัดถู และแสงแดด ผลการวิจัยพบว่าอุณหภูมิที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการย้อมคือ 90 องศาเซลเซียส เวลา 60 นาที ค่า pH 7 โดยผ้าไหมมีเฉดสีน้ำตาลแดงเข้ม และมีค่าความเข้มสี (K/S) สูงสุด สำหรับผลของความเข้มข้นของสารละลายสีย้อมพบว่าช่วงความเข้มข้น 70–80% o.w.f. เป็นช่วงที่ให้ค่าความเข้มของสีสูงสุด การใช้สารมอร์แดนท์ประเภทสารส้ม และจุนสีจะให้เฉดสีน้ำตาลออกแดง ในขณะที่สแตนนัสคลอไรด์จะให้เฉดสีครีมออกเหลืองจนถึงสีน้ำตาลอ่อนอย่างไรก็ตามถ้าใช้สารมอร์ แดนท์ประเภทสนิมเหล็กผ้าไหมมีเฉดสีน้ำตาลเทาดำ ผ้าไหมที่ย้อมด้วยสารสกัดจากเปลือกของ ฝักมะขามโดยใช้และไม่ใช้สารมอร์แดนท์มีค่าความคงทนของสีต่อการซักล้าง น้ำเหงื่อ อยู่ในระดับปานกลางถึงดี ค่าความคงทนของสีต่อการขัดถูมีค่าอยู่ในระดับปานกลางถึงดี ยกเว้นเมื่อใช้สนิมเหล็กและ สแตนนัสคลอไรด์เป็นสารมอร์แดนท์ในสภาวะการทำมอร์แดนท์พร้อมการย้อมสีพบว่าค่าความคงทนของสีอยู่ในระดับต่ำถึงพอใช้ ในส่วนค่าความคงทนของสีต่อแสงมีค่าอยู่ในระดับต่ำถึงพอใช้ จากผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่าสารสกัดจากเปลือกของฝักมะขามมีศักยภาพสูงในการพัฒนาเป็นสีย้อมธรรมชาติที่มีคุณภาพ เหมาะสำหรับการนำไปประยุกต์ใช้ในวิสาหกิจชุมชนขนาดกลางและขนาดย่อมสำหรับย้อมผ้าไหมอย่างยั่งยืน
การย้อมสีเส้นด้ายผสมระหว่างกัญชงและฝ้ายด้วยผลคอคอเด๊าะ และการประยุกต์ใช้สาหรับผ้าปักมือ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาวิธีการเตรียมเส้นด้ายผสมระหว่างกัญชงและฝ้าย สำหรับการย้อมจากผลคอคอเด๊าะที่เหมาะสม 2) ศึกษาวิธีการเตรียมน้ำสีย้อมและวิธีการย้อมสี เส้นด้ายผสมระหว่าง กัญชงและฝ้ายจากผลคอคอเด๊าะที่เหมาะสม 3) ประเมินค่าความคงทนของสีย้อมบนเส้นด้ายผสมระหว่างกัญชงและฝ้ายที่ถูกย้อมสีด้วยผลคอคอเด๊าะ และ 4) สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ผ้าปักมือจากเส้นด้ายผสมระหว่างกัญชงและฝ้ายที่ย้อมสีจากผลคอคอเด๊าะวิธีการวิจัยเริ่มต้นด้วยการชุบมันเส้นด้ายก่อนแล้วจึงนำเส้นด้ายไปทำความสะอาดและฟอกขาว จากนั้นแบ่งเส้นด้ายส่วนหนึ่งไปทำการปรับประจุบวกเพื่อเตรียมไว้สำหรับการย้อมสีการเตรียมน้ำย้อมจากผลคอคอเด๊าะ ทำโดยการทำความสะอาดผลแล้วต้มในถุงกรองผ้าใยสังเคราะห์และต้องระวังอย่าทำให้เมล็ดภายในผลคอคอเด๊าะแตก ทำการย้อมสีเส้นด้ายในขณะต้มผลคอคอเด๊าะได้โดยไม่ต้องแยกน้ำสีออก แล้วนำเส้นด้ายทั้งที่ผ่านการปรับประจุและไม่ผ่านการปรับประจุลงไปย้อมพร้อม ๆ กัน จากนั้นเส้นด้ายที่ผ่านการย้อมสีไปวิเคราะห์ผลการย้อมสี และทดสอบความคงทนของสีย้อมบนเส้นด้าย และนำเส้นด้ายไปสร้างสรรค์เป็นผ้าปักมือต่อไปผลการศึกษาพบว่าเส้นด้ายผสมระหว่างกัญชงและฝ้ายที่ผ่านการปรับประจุบวกจะได้ค่าความเข้มสี (K/S) มากเป็น 2.8 เท่าของเส้นด้ายที่ไม่ผ่านการปรับประจุบวก ส่วนผลการทดสอบค่าความคงทนของสีย้อมในเส้นด้ายผสมระหว่างกัญชงและฝ้ายที่ย้อมด้วยสีจากผลคอคอเด๊าะ พบว่า ความคงทนของสีต่อการซักล้าง ความคงทนของสีต่อการขัดถู ความคงทนของสีต่อเหงื่อ และความคงทนของสีต่อน้ำอยู่ในระดับ ดี ถึง ดีมาก ขณะที่ความคงทนของสีต่อแสงอยู่ในระดับที่ต่ำ ถึง ต่ำมาก สำหรับการนำเส้นด้ายผสมระหว่างกัญชงและฝ้ายที่ผ่านการย้อมสีจากผลคอคอเด๊าะไปปักลายลงบนผ้าด้วยมือผู้วิจัยได้ดำเนินการปักลายเป็นภาพ พระธาตุดอยสุเทพ วัดพระธาตุดอยสุเทพวรวิหาร จังหวัดเชียงใหม่โดยทำเป็นกรอบภาพเพื่อการแขวนประดับตกแต่ง
การพิมพ์ผ้าไนลอน 66 ด้วยสีผงธรรมชาติจากฝักสะตอและการประยุกต์ใช้ สำหรับทำกระเป๋าเป้สะพายหลัง
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศษผ้าไนลอน 66 ที่เหลือจากกระบวนการ ผลิตถุงลมนิรภัยในอุตสาหกรรมยานยนต์มาผ่านกระบวนการพิมพ์ด้วยสีผงจากฝักสะตอ อีกทั้งพัฒนา สูตรแป้งพิมพ์ และสภาวะที่เหมาะสมสาหรับการพิมพ์สีผงธรรมชาติจากฝักสะตอ ลงบนผ้าไนลอน 66 พร้อมทั้งศึกษาคุณสมบัติทางกายภาพ และความคงทนของสีพิมพ์ รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบ เป็นกระเป๋าเป้สะพายหลัง ผลการศึกษาพบว่าผ้าไนลอน 66 ที่ผ่านการพิมพ์ด้วยสีผงจากฝักสะตอให้เฉดสีน้าตาลออก เหลือง และเมื่อใช้สารมอร์แดนท์ชนิดสนิมเหล็กให้เฉดสีเทา-ดา ขณะที่ใช้สารส้มให้เฉดสีน้าตาล-เหลือง และยังช่วยเพิ่มความสว่างของเฉดสี และเมื่อใช้สารมอร์แดนท์จุนสีให้เฉดสีน้าตาล ทั้งนี้นอกจากสาร มอร์แดนท์จะทาให้เฉดสีบนผ้าพิมพ์มีสีที่ความแตกต่างกันแล้ว ยังมีบทบาทสาคัญในการเพิ่ม ประสิทธิภาพในส่วนของความคงทนของสีต่อการการซักล้าง การขัดถู เหงื่อ น้า และแสงแดดเทียม อีกด้วย โดยเฉพาะสนิมเหล็กที่ให้ผลลัพธ์ในด้านความคงทนที่ดีมาก ในขณะที่ผ้าพิมพ์ที่ได้มีความ กระด้างของผ้าเล็กน้อย เนื่องจากการพิมพ์สีพิกเม้นท์ มีส่วนประกอบของ ไบเดอร์ สารข้น และเม็ดสี ยังคงยึดเกาะอยู่บนเส้นใย จึงมีผลทาให้ผ้าเกิดวามแข็งกระด้างเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับผ้าก่อนการพิมพ์ผลิตภัณฑ์ต้นแบบได้รับการพัฒนาด้วยเทคนิคการสร้างแบบตัดแบบไม่สมมาตร และการ ตัดเย็บด้วยวัสดุเศษผ้าไนลอน 66 ที่เหลือจากกระบวนการผลิตถุงลมนิรภัย กระเป๋าเป้สะพายหลังที่ พัฒนาแล้วมีคุณภาพการใช้งานที่หลากหลาย สอดคล้องกับมาตรฐานอุตสาหกรรม และสนับสนุนการ พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน ทั้งยังเป็นการนาเสนอแนวทางใหม่ในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้วัสดุเหลือใช้ ผ่านการผสมผสานการออกแบบผลิตภัณฑ์ และการใช้สีผงธรรมชาติจากฝักสะตอ