จำนวนบทความ ( 82 )

การย้อมสีจากใบมะม่วงมันหนองแซง(จากธรรมชาติ) จังหวัดสระบุรี
การย้อมสีจากใบมะม่วงมันหนองแซง(จากธรรมชาติ) จังหวัดสระบุรี

ใบมะม่วงมันหนองแซงมีปริมาณแทนนิน (Tannin) ค่อนข้างสูง โดยเฉพาะในใบแก่ ซึ่งเป็นสารที่ให้เฉดสีน้ำตาล–เหลือง และสามารถทำหน้าที่ยึดติดสี (mordant) ได้ดีในตัว จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการย้อมเส้นใยธรรมชาติ เช่น ฝ้าย ป่าน หรือไหม วัสดุใบมะม่วงเหล่านี้สามารถเก็บได้ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะช่วงปลายฤดูฝนถึงต้นฤดูหนาวที่ใบมีสารสีเข้มข้นที่สุด

2567
ทักษะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของนักบัญชีในสำนักงานบัญชีคุณภาพ
ทักษะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของนักบัญชีในสำนักงานบัญชีคุณภาพ

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาทักษะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน ของนักบัญชีในสำนักงานบัญชีคุณภาพ และตรวจสอบตัวแปรแทรกทัศนคติต่อการใช้งานและทักษะการบริหารจัดการตนเอง ซึ่งเป็นตัวแปรที่มีอิทธิพลต่อความสัมพันธ์ของทักษะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพ การทำงานของนักบัญชีในสำนักงานบัญชีคุณภาพ โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง คือ นักบัญชีในสำนักงานบัญชีคุณภาพ ในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 439 ราย ใช้สถิติเชิงพรรณนาในการวิเคราะห์ ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน วิเคราะห์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และการถดถอยเชิงพหุ ผลการวิจัยพบว่าทักษะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของนักบัญชีในสำนักงานบัญชีคุณภาพ โดยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ การใช้อินเทอร์เน็ต การใช้โปรแกรมสำเร็จรูปทางการบัญชี และการจัดการความก้าวหน้า ทางเทคโนโลยี ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของนักบัญชีในสำนักงานบัญชีคุณภาพ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .001 โดยตัวแปรแทรกทัศนคติต่อการใช้งานไม่มีอิทธิพลเชิงบวกต่อความสัมพันธ์ระหว่างทักษะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศกับประสิทธิภาพการทำงานของนักบัญชีในสำนักงานบัญชีคุณภาพ แต่ตัวแปรแทรกทักษะการบริหารจัดการตนเองมีอิทธิพลเชิงลบต่อความสัมพันธ์ระหว่างทักษะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศด้านการใช้อินเทอร์เน็ต กับประสิทธิภาพการทำงานของนักบัญชีในสำนักงานบัญชีคุณภาพ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ในขณะที่ทักษะการบริหารจัดการตนเองไม่มีอิทธิพลเชิงบวกต่อความสัมพันธ์ระหว่างทักษะด้านเทคโนโลยี การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี การใช้โปรแกรมสำเร็จรูปทางการบัญชี และการจัดการความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีกับประสิทธิภาพการทำงานของนักบัญชีในสำนักงานบัญชีคุณภาพ

2567
การสร้างสื่อเสมือนจริงเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะพะงัน
การสร้างสื่อเสมือนจริงเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะพะงัน

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ในการวิจัยเพื่อพัฒนาสื่อเสมือนจริงในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะพะงัน และศึกษาความพึงพอใจในการใช้สื่อเสมือนจริงในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะพะงัน โดยใช้การวิจัยเชิงปริมาณ เรียงลำดับในการรวบรวมข้อมูลตั้งแต่การเก็บรวมรวม สืบค้นจากเอกสาร ศึกษาผลการส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะพะงันจากการใช้สื่อเสมือนจริง (Virtual Reality) เพื่อทำการรวบรวมข้อมูลโดยใช้เครื่องมือ ได้แก่ การสอบถามแบบ มีโครงสร้าง จากกลุ่มตัวอย่างนักท่องเที่ยว ชายและหญิง ที่เคยเดินทาง และยังไม่เคยเดินทางไปท่องเที่ยวเกาะพะงัน ช่วงอายุ 15-45 ปี อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานคร จำนวน 400 คน ด้วยการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Sampling) ผลการวิจัยพบว่า 1. ผลการพัฒนาสื่อเสมือนจริงในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะพะงัน ด้วยการนำเสนอการท่องเที่ยวรอบเกาะพงัน และสร้างวีดิทัศน์เพื่อเผยแพร่ตามแหล่งสถานที่เที่ยวสำคัญของเกาะพะงัน เสนอวิธีการเก็บภาพด้วยการตั้งกล้องแช่และเคลื่อนกล้อง โดยเก็บภาพความจริงเสมือนที่มีความแตกต่าง และ 2. ความพึงพอใจ ในการใช้สื่อเสมือนจริงในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะพะงัน อยู่ในระดับมากที่สุดทุกด้าน ได้แก่ ด้านเนื้อหา (𝑥̅=4.73) ด้านการใช้งาน (𝑥̅=4.61) ด้านการออกแบบ (𝑥̅=4.68) ด้านองค์ประกอบโดยรวมของระบบ (𝑥̅=4.83) และด้านประโยชน์ที่ได้รับ (𝑥̅=4.80) โดยภาพรวมนักท่องเที่ยวรู้สึกว่า สื่อมีความน่าสนใจ รับชมง่าย สามารถใช้โทรศัพท์สมาร์ทโฟนในการรับชมได้ และมีความสนใจที่อยากไปดูภาพเสมือนจริงแบบ 360 องศาในสถานที่อื่น ๆ เพิ่มเติม หากได้ชมสถานที่ในต่างประเทศด้วยก็น่าจะดีสำหรับคนที่ไม่มีโอกาสเดินทางไป เพราะดูแล้วรู้สึกเหมือนได้เข้าไปอยู่ในสถานที่นั้นจริง ๆ

2567
ทัศนคติที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการบริโภคผักของเด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านเจ๊ะยอ จังหวัดนราธิวาส
ทัศนคติที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการบริโภคผักของเด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านเจ๊ะยอ จังหวัดนราธิวาส

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. ศึกษาทัศนคติต่อการบริโภคผักของนักเรียน 2. ศึกษาพฤติกรรม การบริโภคผักของนักเรียน 3. เปรียบเทียบลักษณะประชากรกับทัศนคติต่อการบริโภคผักของนักเรียน 4. เปรียบเทียบลักษณะประชากรกับพฤติกรรมการบริโภคผักของนักเรียน และ 5. ศึกษาทัศนคติที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการบริโภคผักของนักเรียนโรงเรียนบ้านเจ๊ะยอ จังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นงานวิจัยเชิงปริมาณ โดยใช้แบบสอบถามในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างที่เป็นนักเรียนระดับ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 โรงเรียนบ้านเจ๊ะยอ จังหวัดนราธิวาส จำนวน 104 คน โดยใช้การคำนวณด้วยโปรแกรม G*power ในการคำนวนตัวอย่างแบบ Linear Multiple Regression: Fixed Model, Single Regression Coefficient และเลือกตัวอย่างแบบเจาะจง สถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่า t-Test การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว และการวิเคราะห์ถดถอยอย่างง่าย (Simple Linear Regression) ผลการวิจัยพบว่า 1. ทัศนคติต่อการบริโภคผักของนักเรียน อยู่ในระดับปานกลาง (𝑥̅=3.37) 2. พฤติกรรมการบริโภคผักของนักเรียน อยู่ในระดับปานกลาง (𝑥̅=3.39) ผลการทดสอบสมมติฐานพบว่า 3. ผลการเปรียบเทียบลักษณะประชากรกับทัศนคติต่อการบริโภคผักของนักเรียน พบว่า เพศต่างกันมีทัศนคติต่อการบริโภคผักไม่แตกต่างกัน และระดับชั้นที่กำลังศึกษาต่างกันมีทัศนคติต่อการบริโภคผักแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 4. ผลการเปรียบเทียบลักษณะประชากรกับพฤติกรรมการบริโภคผักของนักเรียน พบว่า เพศต่างกันมีพฤติกรรมการบริโภคผักไม่แตกต่างกัน และระดับชั้นที่กำลังศึกษามีพฤติกรรมการบริโภคผักแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ 5. ทัศนคติส่งผลทางบวกต่อพฤติกรรมการบริโภคผัก อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .05

2567
การวิเคราะห์ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่ออายุงานในองค์กรของช่างเทคนิคชำนาญการ : กรณีศึกษาของศูนย์รถยนต์ขนาดใหญ่ในประเทศ
การวิเคราะห์ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่ออายุงานในองค์กรของช่างเทคนิคชำนาญการ : กรณีศึกษาของศูนย์รถยนต์ขนาดใหญ่ในประเทศ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่ออายุงานในองค์กรของช่างเทคนิคชำนาญการศูนย์รถยนต์ขนาดใหญ่ในประเทศ ซึ่งอายุงานในองค์กรมีความสำคัญเนื่องจากเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สามารถใช้ระบุเรื่องของความพึงพอใจในการทำงาน ความสุขในการทำงาน และแน่นอนว่าถ้าอายุงานในองค์กรของพนักงานยิ่งยาว เสถียรภาพในการบริหารงานและการปฏิบัติงานก็จะคงที่ และสามารถคาดการณ์ได้รวมถึงยังลดค่าใช้จ่ายในการจ้างงานตำแหน่งใหม่เพื่อทดแทนได้อีกด้วย ทำให้ลดการลาออกจากงาน และศึกษาอิทธิพลที่ส่งผลต่ออายุงานในองค์กรของช่างเทคนิคชำนาญการ ศึกษาจากกลุ่มตัวอย่าง 245 คน เก็บข้อมูลด้วยวิธีสำรวจโดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างมาทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงปริมาณอธิบาย ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และใช้สถิติเชิงอ้างอิง ได้แก่ การวิเคราะห์ความแปรปรวน (One Way ANOVA) ในการทดสอบปัจจัยส่วนบุคคล และใช้สถิติวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ (Multiple Regression Analysis) เพื่อวิเคราะห์อิทธิพลของปัจจัยผลักดันและปัจจัยดึงดูดที่ส่งผลต่ออายุงานในองค์กร ผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยส่วนบุคคลด้านเงินเดือนและด้านอายุที่ต่างกันมีผลต่ออายุงานในองค์กรของช่างเทคนิคชำนาญการแตกต่างกัน สำหรับปัจจัยส่วนบุคคลด้านระดับการศึกษาที่ต่างกันมีผลต่ออายุงานในองค์กรของช่างเทคนิคชำนาญการไม่แตกต่างกัน ในส่วนของปัจจัยผลักดัน และปัจจัยดึงดูด พบว่ามีอิทธิพลต่ออายุงานในองค์กรของช่างเทคนิคชำนาญการ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 สรุปได้ว่าปัจจัยดึงดูดมีอิทธิพลต่ออายุงานในองค์กรของช่างเทคนิคชำนาญการมากกว่าปัจจัยผลักดัน

2567