จำนวนวิทยานิพนธ์ ( 23 )
การวิเคราะห์รูปแบบต่าง ๆ ของการต่อร่วมกันระหว่างมอสเฟตและไอจีบีที
วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มุ่งเน้นการศึกษาและประเมินประสิทธิภาพของสวิตช์ประเภทต่างๆ ในวงจรฟอร์เวิร์ดคอนเวอร์เตอร์ โดยการวิเคราะห์และเปรียบเทียบกำลังสูญเสียของสวิตช์ซึ่งประกอบด้วยมอสเฟตหรือไอจีบีทีในลักษณะการทำงานเพียงตัวเดียว รวมถึงการนำมาต่อร่วมกันเพื่อเป็นสวิตช์ผสมทั้งแบบขนานและอนุกรม การทดลองนี้ถูกดำเนินการในสองลักษณะ ได้แก่ การปรับความถี่ของสวิตช์ในขณะที่วัฏจักรงานคงที่ และการปรับวัฏจักรงานในขณะที่ความถี่ของสวิตช์คงที่โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ และการสร้างชุดทดลองเพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพจริง ผลลัพธ์ที่ได้รับแสดงให้เห็นว่าสวิตช์ผสมแบบอนุกรมมีกำลังสูญเสียน้อยกว่าสวิตช์รูปแบบอื่นๆ ที่ทำการทดสอบโดยเห็นได้ชัดเมื่อเปรียบเทียบกับสวิตช์ผสมแบบขนานที่มีจำนวนสวิตช์เท่ากัน อย่างไรก็ตามเมื่อเปรียบเทียบกับการใช้มอสเฟตหรือไอจีบีทีเพียงตัวเดียว สวิตช์ผสมแบบอนุกรมจะแสดงให้เห็นข้อดีในด้านกำลัง สูญเสียเท่านั้น แต่มีข้อเสียคือใช้จำนวนสวิตช์มากกว่าสองเท่า ดังนั้นวิทยานิพนธ์ฉบับนี้สามารถใช้เป็นฐานข้อมูลในการพิจารณาเพื่อเลือกสวิตช์ที่เหมาะสมสำหรับการใช้งานในฟอร์เวิร์ดคอนเวอร์เตอร์ได้
การประเมินระบบป้องกันฟ้าผ่าสำหรับระบบผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์บนหลังคาโรงงาน
งานวิจัยนี้นำเสนอการประเมินระบบป้องกันฟ้าผ่าสำหรับระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาของโรงงาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์และปรับปรุงคุณภาพของระบบป้องกันฟ้าผ่าให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น การประเมินระบบป้องกันฟ้าผ่าดังกล่าวใช้เทคนิค Failure Mode, Effects, and Criticality Analysis (FMECA) ควบคู่กับแนวทางการออกแบบและติดตั้งที่เป็นไปตามมาตรฐานของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย โดยระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ศึกษาเป็นระบบแบบผสมผสาน ซึ่งมีกำลังการผลิตแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนอาคารสำนักงาน ขนาด 25.68 kWp และส่วนอาคารโรงงาน ขนาด 149.80 kWp การประเมินระบบป้องกันฟ้าผ่าพิจารณาจาก 4 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ประสิทธิภาพ, ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม, ความปลอดภัยหรือความน่าเชื่อถือ, และด้านการเงิน โดยมีการเก็บรวบรวมข้อมูลตามเกณฑ์ดังกล่าว และบันทึกลงในโปรแกรม Microsoft Excel จากนั้นนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ด้วยเทคนิค FMECA ผลการวิเคราะห์พบว่า เทคนิค FMECA สามารถช่วยระบุจุดที่มีความเสี่ยงสูงสุดในระบบป้องกันฟ้าผ่าผ่าน 3 ปัจจัยแรก ขณะที่ปัจจัยด้านการเงินสามารถประเมินได้จากสีที่ปรากฏในเมทริกซ์ของเทคนิคดังกล่าว ซึ่งบ่งชี้ว่าค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาอยู่ในระดับที่สามารถยอมรับได้หรือไม่ ผลการศึกษานี้ ยืนยันว่าเทคนิค FMECA เป็นเครื่องมือ ที่มีประสิทธิภาพในการประเมินระบบป้องกันฟ้าผ่าโดยครอบคลุมทุกปัจจัยที่เกี่ยวข้อง
การวางแผนปรับปรุงระบบจำหน่ายไฟฟ้าโดยพิจารณาความสูญเสียทางด้านการเงินเนื่องจากความผิดพร่องในระบบไฟฟ้ากำลัง
วิทยานิพนธ์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางการเลือกรูปแบบการปรับปรุงระบบจาหน่ายไฟฟ้าโดยวิเคราะห์การสูญเสียทางการเงินที่เกิดจากความผิดพร่องในระบบไฟฟ้ากาลัง การสูญเสียเหล่านี้สามารถประมาณได้เป็นสองส่วน ส่วนแรกเกิดจากไฟฟ้าดับซึ่งทาให้สูญเสียโอกาสในการขายไฟฟ้าและค่าใช้จ่ายในการแก้ไขไฟฟ้าดับ ส่วนที่สองเกิดจากแรงดันไฟฟ้าตกชั่วขณะซึ่งส่งผลกระทบต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีความไวต่อการเปลี่ยนแปลงของแรงดันไฟฟ้า วิธีการนี้จะเป็นการจาลองความผิดพร่องที่จุดต่าง ๆ ในระบบจาหน่ายไฟฟ้าและประเมินผลกระทบต่อผู้บริโภคไฟฟ้าในภาคอุตสาหกรรม ธุรกิจ และที่อยู่อาศัย โดยรูปแบบของการปรับปรุงระบบจาหน่ายไฟฟ้าที่ศึกษา ได้แก่ การเปลี่ยนชนิดของสายไฟฟ้า การเปลี่ยนชนิดของลูกถ้วยไฟฟ้า และการเปลี่ยนทั้งสองแบบร่วมกัน ซึ่งผลลัพธ์แสดงให้เห็นว่าผลรวมของการสูญเสียทางการเงินทั้งหมดจากทั้งสองส่วนเมื่อทาการเปรียบเทียบการสูญเสียเหล่านี้ของทั้งก่อนและหลังการปรับปรุง ทาให้ได้รับข้อมูลเพื่อใช้ในการตัดสินใจวางแผนการปรับปรุงระบบจาหน่ายไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่าทางด้านเศรษฐศาสตร์