จำนวนงานวิจัย ( 5 )
สีบาติกไทยโทนเพื่อการสร้างมูลค่างานแกะสลักเชิงพาณิชย์ของกลุ่มผู้เรียนระดับอุดมศึกษา ในศตวรรษที่ 21
โครงการวิจัยเรื่อง สีบาติกไทยโทนเพื่อการสร้างมูลค่างานแกะสลักเชิงพาณิชย์ของกลุ่มผู้เรียนระดับอุดมศึกษาในศตวรรษที่ 21 มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสีบาติกไทยโทนเพื่อการสร้างมูลค่างานแกะสลักเชิงพาณิชย์ และความพึงพอใจการใช้สีบาติกไทยโทนเพื่อการสร้างมูลค่างานแกะสลักเชิงพาณิชย์ของกลุ่มผู้เรียนระดับอุดมศึกษาในศตวรรษที่ 21 ดำเนินการศึกษาโดยรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง นำข้อมูลที่ได้มาจัดทำชุดสีบาติกไทยโทน และสอบถามข้อมูลจากความคิดเห็นผู้เชี่ยวชาญจำนวน 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มนักวิชาการด้านการแกะสลักสบู่ จำนวน 10 คน และกลุ่มที่สองกลุ่มผู้ประกอบการด้านการแกะสลักสบู่ จำนวน 10 คน รวมจำนวนทั้งสิ้น 20 คน นำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ และสรุปผล จากนั้นนำผลงานที่ได้ไปสำรวจความพึงพอใจของกลุ่มเป้าหมายในครั้งนี้ จำนวน 20 คน นำข้อมูลที่ได้ไปวิเคราะห์โดยใช้ค่าความถี่ ค่า ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่า S.D. ผลการศึกษาพบว่า สีบาติกไทยโทนเพื่อการสร้างมูลค่างานแกะสลักเชิงพาณิชย์ของกลุ่มผู้เรียนระดับอุดมศึกษาในศตวรรษที่ 21 นำสีบาติกมาผสมให้ได้กลุ่มสีไทยโทน ได้แก่ สีเหลืองรง สีเหลืองไพล สีแดงชาด สีดำเขม่า สีส้มเสน สีน้ำตาลไหม้ สีเขียวน้ำไหล สีมอหมึกอ่อน สีม่วงดอกตะแบก สีเขียวดิน สีขาบ สีคราม สีดิน สีหงสบาท และสีม่วงผักตบ โดยการเปรียบเทียบกับสีน้ำไทยโทน และตรวจสอบโทนสีด้วยเครื่องวัดความเข้มของแสง (Spectrophotometer) ส่วนความพึงพอใจด้านสีบาติกไทยโทนเพื่อการสร้างมูลค่างานแกะสลักเชิงพาณิชย์ของกลุ่มผู้เรียนระดับอุดมศึกษาในศตวรรษที่ 21 กลุ่มนักวิชาการด้านการแกะสลักสบู่มีความพึงพอใจอยู่ระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.52 มากกว่ากลุ่มผู้ประกอบการด้านการแกะสลักสบู่มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.50 ด้านการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์งานแกะสลักสบู่ กลุ่มนักวิชาการด้านการแกะสลักสบู่มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.52 ผู้ประกอบการด้านการแกะสลักสบู่มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.62 ด้านการเพิ่ม มูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์งานแกะสลักสบู่ กลุ่มนักวิชาการด้านการแกะสลักสบู่มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.62 กลุ่มผู้ประกอบการด้านการแกะสลักสบู่มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.72 ด้านการต่อยอดเป็นธุรกิจ SMEs กลุ่มนักวิชาการด้านการแกะสลักสบู่มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.40 กลุ่มผู้ประกอบการด้านการแกะสลักสบู่มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.27
ผลการจัดกิจกรรมฝึกอบรมเรื่องศิลปะประดิษฐ์สำหรับผู้สูงอายุชุมชน วัดน้อยนอกจังหวัดนนทบุรี
งานวิจัยมีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาผลการจัดกิจกรรมฝึกอบรมเรื่องศิลปะประดิษฐ์สำหรับผู้สูงอายุชุมชน วัดน้อยนอกจังหวัดนนทบุรี ได้แก่ การทำพิมเสนน้ำ ยาดมสมุนไพร ดอกไม้จันทน์กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัย คือผู้สูงอายุชุมชนวัดน้อยนอก จังหวัดนนทบุรี จำนวนทั้งสิ้น 35 คน ได้จากการสมัครใจในการเข้าร่วมกิจกรรม เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบสังเกตพฤติกรรม แบบประเมินผลการปฏิบัติงาน แบบสอบถามความพึงพอใจ และนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ความถี่ ค่าร้อยละ และค่าเฉลี่ย มีผลการศึกษาดังนี้ การสังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติงานความสนใจ ใฝ่รู้ ความรับผิดชอบ ความประหยัด ความสะอาดเรียบร้อย และความสามัคคีอยู่ในเกณฑ์ดี ผลการปฏิบัติงานขั้นเตรียม ขั้นปฏิบัติ และผลงานสำเร็จอยู่ในเกณฑ์ดี ความพึงพอใจที่มีต่อการจัดกิจกรรมฝึกอบรมเรื่องศิลปะประดิษฐ์สำหรับผู้สูงอายุชุมชนวัดน้อยนอกจังหวัดนนทบุรี ด้านเนื้อหา กลุ่มตัวอย่างมีความพึงพอใจเนื้อหาวิชาเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิต เช่น การใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ อยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.82 ด้านวิทยากร กลุ่มตัวอย่างมีความพึงพอใจการตอบข้อซักถามได้ชัดเจนและตรงประเด็น อยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.94 และด้านสิ่งอำนวยความสะดวก กลุ่มตัวอย่างมีความพึงพอใจบริการอาหาร ของว่างและเครื่องดื่มมีความเหมาะสม อยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.97
การพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนเพื่อเพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจและสังคม กลุ่มทอผ้ามัดหมี่และเสื่อกกแปรรูป จังหวัดพิจิตร
เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มสำหรับวิสาหกิจชุมชนกลุ่มทอผ้ามัดหมี่และเสื่อกกแปรรูป ตำบลห้วยแก้ว อำเภอบึงนาราง จังหวัดพิจิตร สำหรับวิสาหกิจชุมชนกลุ่มทอผ้ามัดหมี่และเสื่อกกแปรรูป ตำบลห้วยแก้วอำเภอบึงนาราง จังหวัดพิจิตร จากแบบสอบถามกลุ่มเป้าหมาย จำนวน 30 คน พร้อมข้อเสนอแนะ จากการทำวิจัย เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ประกอบด้วยแบบสอบถามความพึงพอใจกลุ่มเป้าหมาย วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรรณา การศึกษาข้อมูลการผลิตเสื่อกกของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนทอผ้ามัดหมี่และเสื่อกกแปรรูป ตำบลห้วยแก้ว อำเภอบึงนาราง จังหวัดพิจิตร เป็นงานหัตถกรรมพื้นบ้านที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น เฉพาะตัว ลวดลายบนเสื่อกกมักใช้ศิลปะเรขาคณิตที่เรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความงดงาม สีสันที่ใช้มักเป็นสีธรรมชาติ เป็นงานหัตถกรรมที่สร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนบึงนาราง แต่สถานการณ์ปัจจุบัน เสื่อกกบึงนารางเผชิญกับปัญหาหลายประการ เช่น วัตถุดิบในการทอลดลง คนรุ่นใหม่ไม่สนใจเรียนรู้เทคนิคการทอเสื่อกก จึงมีแนวทางการพัฒนาส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่เรียนรู้เทคนิคการทอเสื่อกก พัฒนาการออกแบบลวดลายให้มีความทันสมัย และสนับสนุนการตลาดและช่องทางจำหน่าย
การบูรณาการเทคโนโลยีกับอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่การสร้างสรรค์ถนนศิลปะเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนตลาดน้ำอัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม
การวิจัยเรื่องการบูรณาการเทคโนโลยีกับอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่การสร้างสรรค์ถนนศิลปะเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนตลาดน้ำอัมพวา จังหวัดสมุทรสงครามการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาอัตลักษณ์ท้องถิ่นในการสร้างสรรค์ถนนศิลปะเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนตลาดน้ำอัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม 2) เพื่อศึกษาอัตลักษณ์ของถนนศิลปะ เพื่อใช้เป็นต้นทุนในการต่อยอด สู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยทำการเก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ จำนวน 60 ชุด และการเก็บข้อมูลจากแบบสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้างกลุ่มศิลปินที่สร้างสรรค์ผลงานศิลปะถนน จำนวน 3 คน ผลการวิเคราะห์ข้อมูล พบว่า ปัจจุบันผู้ใช้งานมีความพึงพอใจต่อศิลปะถนนที่มีในพื้นที่ ระดับปานกลาง และต้องการให้พื้นที่ตลาดน้ำอัมพวาและพื้นที่ใกล้เคียงหากมีภาพศิลปะถนน ศิลปินควรนำเสนอด้านศิลปวัฒนธรรมชุมชนของวิถีชีวิตชุมชน ระดับมากที่สุด และต้องการให้ศิลปะถนนเป็นแหล่งท่องเที่ยว ในระดับมากที่สุด จึงมีความสำคัญต่อการดึงดูดให้นักท่องเที่ยวได้มาเที่ยวชมศิลปะวัฒนธรรมต่าง ๆ และเป็นการกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวตามแหล่งชุมชน ก่อให้เกิดอาชีพ รายได้เข้าสู่ชุมชนและประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป
การพัฒนาอาชีพงานประดิษฐ์เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับผู้สูงอายุ ชุมชนบ้านห้วยทรายใต้ เทศบาลเมืองชะอำ จังหวัดเพชรบุรี
งานวิจัยมีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาความต้องการพัฒนาอาชีพด้านงานประดิษฐ์เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของผู้สูงอายุ 2) ออกแบบผลิตภัณฑ์ด้านงานประดิษฐ์ให้กับผู้สูงอายุชุมชนบ้านห้วยทรายใต้ เทศบาลเมืองชะอำ จังหวัดเพชรบุรี และ3) เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านงานประดิษฐ์ให้กับผู้สูงอายุชุมชนบ้านห้วยทรายใต้ เทศบาลเมืองชะอำ จังหวัดเพชรบุรี กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัย คือผู้สูงอายุชุมชนบ้านห้วยทรายใต้ เทศบาลเมืองชะอำ จังหวัดเพชรบุรี จำนวนทั้งสิ้น 30 คน ได้จากการสมัครใจในการ เข้าร่วมกิจกรรม เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบสัมภาษณ์แบบสังเกตพฤติกรรม แบบประเมินผลการปฏิบัติงาน แบบสอบถาม และนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ความถี่ ค่าร้อยละ และค่าเฉลี่ย มีผลการศึกษาดังนี้ ความต้องการพัฒนาอาชีพด้านงานประดิษฐ์ ได้แก่ งานมาลัย งานเครื่องหอม งานประดิษฐ์วัสดุท้องถิ่น และงานประดิษฐ์จากผ้า การออกแบบผลิตภัณฑ์ความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ เลือกงานมาลัยแบบที่ 2 มาลัยชำร่วย งานเครื่องหอมแบบที่ 1 พัดบุหงา งานประดิษฐ์วัสดุท้องถิ่นแบบที่ 2 กล่องจากใบตาลโตนด และงานประดิษฐ์จากผ้าแบบที่ 1 พวงกุญแจ การสังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติงาน และผลการปฏิบัติงานอยู่ในเกณฑ์ดี ความพึงพอใจที่มีต่อการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านงานประดิษฐ์ให้กับผู้สูงอายุชุมชนบ้านห้วยทรายใต้ เทศบาลเมืองชะอำ จังหวัดเพชรบุรี เรื่องงานมาลัยโดยรวม อยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.68 เรื่องงานเครื่องหอมโดยรวม อยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.53 เรื่องงานประดิษฐ์ จากวัสดุธรรมชาติโดยรวม อยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.74 และเรื่องงานประดิษฐ์จากผ้าโดยรวม อยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.77