จำนวนงานวิจัย ( 5 )

ผลการจัดกิจกรรมฝึกอบรมเรื่องศิลปะประดิษฐ์สำหรับผู้สูงอายุชุมชน วัดน้อยนอกจังหวัดนนทบุรี
ผลการจัดกิจกรรมฝึกอบรมเรื่องศิลปะประดิษฐ์สำหรับผู้สูงอายุชุมชน วัดน้อยนอกจังหวัดนนทบุรี

งานวิจัยมีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาผลการจัดกิจกรรมฝึกอบรมเรื่องศิลปะประดิษฐ์สำหรับผู้สูงอายุชุมชน วัดน้อยนอกจังหวัดนนทบุรี ได้แก่ การทำพิมเสนน้ำ ยาดมสมุนไพร ดอกไม้จันทน์กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัย คือผู้สูงอายุชุมชนวัดน้อยนอก จังหวัดนนทบุรี จำนวนทั้งสิ้น 35 คน ได้จากการสมัครใจในการเข้าร่วมกิจกรรม เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบสังเกตพฤติกรรม แบบประเมินผลการปฏิบัติงาน แบบสอบถามความพึงพอใจ และนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ความถี่ ค่าร้อยละ และค่าเฉลี่ย มีผลการศึกษาดังนี้ การสังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติงานความสนใจ ใฝ่รู้ ความรับผิดชอบ ความประหยัด ความสะอาดเรียบร้อย และความสามัคคีอยู่ในเกณฑ์ดี ผลการปฏิบัติงานขั้นเตรียม ขั้นปฏิบัติ และผลงานสำเร็จอยู่ในเกณฑ์ดี ความพึงพอใจที่มีต่อการจัดกิจกรรมฝึกอบรมเรื่องศิลปะประดิษฐ์สำหรับผู้สูงอายุชุมชนวัดน้อยนอกจังหวัดนนทบุรี ด้านเนื้อหา กลุ่มตัวอย่างมีความพึงพอใจเนื้อหาวิชาเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิต เช่น การใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ อยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.82 ด้านวิทยากร กลุ่มตัวอย่างมีความพึงพอใจการตอบข้อซักถามได้ชัดเจนและตรงประเด็น อยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.94 และด้านสิ่งอำนวยความสะดวก กลุ่มตัวอย่างมีความพึงพอใจบริการอาหาร ของว่างและเครื่องดื่มมีความเหมาะสม อยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.97

2567
การพัฒนาอาชีพงานประดิษฐ์เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับผู้สูงอายุ  ชุมชนบ้านห้วยทรายใต้ เทศบาลเมืองชะอำ จังหวัดเพชรบุรี
การพัฒนาอาชีพงานประดิษฐ์เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับผู้สูงอายุ ชุมชนบ้านห้วยทรายใต้ เทศบาลเมืองชะอำ จังหวัดเพชรบุรี

งานวิจัยมีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาความต้องการพัฒนาอาชีพด้านงานประดิษฐ์เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของผู้สูงอายุ 2) ออกแบบผลิตภัณฑ์ด้านงานประดิษฐ์ให้กับผู้สูงอายุชุมชนบ้านห้วยทรายใต้ เทศบาลเมืองชะอำ จังหวัดเพชรบุรี และ3) เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านงานประดิษฐ์ให้กับผู้สูงอายุชุมชนบ้านห้วยทรายใต้ เทศบาลเมืองชะอำ จังหวัดเพชรบุรี กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัย คือผู้สูงอายุชุมชนบ้านห้วยทรายใต้ เทศบาลเมืองชะอำ จังหวัดเพชรบุรี จำนวนทั้งสิ้น 30 คน ได้จากการสมัครใจในการ เข้าร่วมกิจกรรม เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบสัมภาษณ์แบบสังเกตพฤติกรรม แบบประเมินผลการปฏิบัติงาน แบบสอบถาม และนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ความถี่ ค่าร้อยละ และค่าเฉลี่ย มีผลการศึกษาดังนี้ ความต้องการพัฒนาอาชีพด้านงานประดิษฐ์ ได้แก่ งานมาลัย งานเครื่องหอม งานประดิษฐ์วัสดุท้องถิ่น และงานประดิษฐ์จากผ้า การออกแบบผลิตภัณฑ์ความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ เลือกงานมาลัยแบบที่ 2 มาลัยชำร่วย งานเครื่องหอมแบบที่ 1 พัดบุหงา งานประดิษฐ์วัสดุท้องถิ่นแบบที่ 2 กล่องจากใบตาลโตนด และงานประดิษฐ์จากผ้าแบบที่ 1 พวงกุญแจ การสังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติงาน และผลการปฏิบัติงานอยู่ในเกณฑ์ดี ความพึงพอใจที่มีต่อการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านงานประดิษฐ์ให้กับผู้สูงอายุชุมชนบ้านห้วยทรายใต้ เทศบาลเมืองชะอำ จังหวัดเพชรบุรี เรื่องงานมาลัยโดยรวม อยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.68 เรื่องงานเครื่องหอมโดยรวม อยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.53 เรื่องงานประดิษฐ์ จากวัสดุธรรมชาติโดยรวม อยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.74 และเรื่องงานประดิษฐ์จากผ้าโดยรวม อยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.77

2567
การพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนเพื่อเพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจและสังคม กลุ่มทอผ้ามัดหมี่และเสื่อกกแปรรูป จังหวัดพิจิตร
การพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนเพื่อเพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจและสังคม กลุ่มทอผ้ามัดหมี่และเสื่อกกแปรรูป จังหวัดพิจิตร

เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มสำหรับวิสาหกิจชุมชนกลุ่มทอผ้ามัดหมี่และเสื่อกกแปรรูป ตำบลห้วยแก้ว อำเภอบึงนาราง จังหวัดพิจิตร สำหรับวิสาหกิจชุมชนกลุ่มทอผ้ามัดหมี่และเสื่อกกแปรรูป ตำบลห้วยแก้วอำเภอบึงนาราง จังหวัดพิจิตร จากแบบสอบถามกลุ่มเป้าหมาย จำนวน 30 คน พร้อมข้อเสนอแนะ จากการทำวิจัย เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ประกอบด้วยแบบสอบถามความพึงพอใจกลุ่มเป้าหมาย วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรรณา การศึกษาข้อมูลการผลิตเสื่อกกของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนทอผ้ามัดหมี่และเสื่อกกแปรรูป ตำบลห้วยแก้ว อำเภอบึงนาราง จังหวัดพิจิตร เป็นงานหัตถกรรมพื้นบ้านที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น เฉพาะตัว ลวดลายบนเสื่อกกมักใช้ศิลปะเรขาคณิตที่เรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความงดงาม สีสันที่ใช้มักเป็นสีธรรมชาติ เป็นงานหัตถกรรมที่สร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนบึงนาราง แต่สถานการณ์ปัจจุบัน เสื่อกกบึงนารางเผชิญกับปัญหาหลายประการ เช่น วัตถุดิบในการทอลดลง คนรุ่นใหม่ไม่สนใจเรียนรู้เทคนิคการทอเสื่อกก จึงมีแนวทางการพัฒนาส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่เรียนรู้เทคนิคการทอเสื่อกก พัฒนาการออกแบบลวดลายให้มีความทันสมัย และสนับสนุนการตลาดและช่องทางจำหน่าย

2566
การเปลี่ยนแปลงทางรูปลักษณ์ : กรณีศึกษาชุดพานดอกไม้ในงานแต่งงาน
การเปลี่ยนแปลงทางรูปลักษณ์ : กรณีศึกษาชุดพานดอกไม้ในงานแต่งงาน

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยคุณภาพเพื่อสร้างทฤษฎีฐานราก มีวัตถุประสงค์ คือ 1) ศึกษาการให้ความหมายและที่มาของความหมายของชุดพานดอกไม้ในงานแต่งงาน และ 2) กระบวนการเปลี่ยนแปลงทางรูปลักษณ์ของชุดพานดอกไม้ในงานแต่งงาน คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง จำนวน 15 คน โดยเก็บข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึก การสังเกต การจดบันทึก และศึกษาจากเอกสารที่เกี่ยวข้อง เก็บรวบรวมข้อมูลช่วงเดือน กรกฎาคม ถึงเดือน สิงหาคม พ.ศ. 2566 ผลการวิจัยพบว่า การให้ความหมายและที่มาของความหมายของชุดพานดอกไม้ในงานแต่งงาน ผู้วิจัยสามารถตีความได้ 3 ความหมาย ซึ่งเกี่ยวข้องและสัมพันธ์กัน ได้แก่ วัตถุประสงค์การใช้งาน ส่วนประกอบชุดพานดอกไม้ในงานแต่งงาน และสิ่งสำคัญในการจัดตกแต่งชุดพานดอกไม้ในงานแต่งงาน ส่วนกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางรูปลักษณ์ของชุดพานดอกไม้ในงานแต่งงาน แบ่งได้ 3 ระยะ ได้แก่ แบบคลาสสิก แบบประณีตศิลป์ และแบบร่วมสมัย ปัจจัยที่ทำให้เกิดกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางรูปลักษณ์ของชุดพานดอกไม้ในงานแต่งงาน ได้แก่ การศึกษา สังคม ประเพณีและวัฒนธรรม เศรษฐกิจ และเทคโนโลยี

2566
ความภาคภูมิใจของนักศึกษาคณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
ความภาคภูมิใจของนักศึกษาคณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร

งานวิจัยมีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาความภาคภูมิใจของนักศึกษาคณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือนักศึกษาระดับปริญญาตรีของคณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 จำนวน 1,145 คน ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามความภาคภูมิใจของนักศึกษาคณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร วิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติและสรุปผล ผลการวิจัย พบว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง จำนวน 723 คน คิดเป้นร้อยละ 63.15 และเป็นเพศชาย จำนวน 422 คน คิดเป้นร้อยละ 63.15 ตามลำดับ ระดับการศึกษาส่วนใหญ่เป็นระดับปริญญาตรีปีที่ 1 จำนวน 373 คิดเป็นร้อยละ 32.58 รองลงมาระดับปริญญาตรีปีที่ 2 จำนวน 270 คน คิดเป็นร้อยละ 23.58 ระดับปริญญาตรีปีที่ 4 จำนวน 253 คิดเป็นร้อลละ 22.09 และระดับปริญญาตรีปรที่ 3 จำนวน 249 คน คิดเป็นร้อยละ 21.75 ตามลำดับ สาขาวิชาส่วนใหญ่สาขาวิชาอาหารและโภชนาการ จำนวน 634 คน คิดเป็นร้อยละ 55.37 รองลงมาสาขาวิชาอุตสาหกรรมการบริการอาหาร จำนวน 269 คน คิดเป็นร้อยละ 23.49 สาขาวิชาคกรรมศาสตร์ประยุกต์ จำนวน 167 คน คิดเป็นร้อยละ 14.58 สาขาวิชาออกแบบแฟชั่นและการจัดดารสินค้า จำนวน 38 คน คิดเป้นร้อยละ 3.33 และสาขาวิชาเทคโนโลยีอาหาร จำนวน 37 คน คิดเป็นร้อยละ 3.23 ตามลำดับ นักศึกษาคณะเทคโนโลยีคหกรรมศษสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร มีความภาคภูมิใจในตัวเองโดยรวมอยู่ในระดับมาก ที่ค่าเฉลี่ย 3.57 เพื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ก่อนทำอะไรลงไปฉันจะคิดก่อนเสมอว่ามีผลดีต่อตนเองหรือไม่ อยู่ในระดับมาก ที่ค่าเฉลี่ย 4.00 ฉันจะคิดก่อนทำเสมอ อยู่ในระดับมาก ที่ค่าเฉลี่ย 4.00 ฉันสามารถบอกได้ว่าตนเองเก่งด้านไหน อยู่ในระดับมาก ที่มีค่าลี่ย 4.00 ตามลำดับ

2565