จำนวนงานวิจัย ( 4 )
แนวทางการอนุรักษ์และการพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนชาวประมง เพื่อส่งเสริมความสมดุลและยั่งยืนของทรัพยากรทาง ธรรมชาติ วิถีชีวิต และคุณค่าดั้งเดิมของท้องถิ่น
ชุมชนชาวประมงบ้านบางปู เป็นชุมชนชาวประมงขนาดเล็กที่ตั้งอยู่บริเวณริมคลองบ้านบางปู ในเขตอุทยานแห่งชาติสามร้อยยอด อำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งในปัจจุบันพบว่า มีจำนวนธุรกิจบริการด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ หากมองในแง่ของเศรษฐกิจแล้วก็ นับได้ว่าเป็นเรื่องดีที่จะทำให้เกิดการการสร้างงานและรายได้ให้เกิดขึ้นในชุมชน แต่หากมองในแง่มุม ของการอนุรักษ์นั้นจะพบว่าการเกิดขึ้นของปรากฏการณ์ลักษณะนี้อาจจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ของสภาพแวดล้อมและวิถีชีวิตของผู้คนในชุมชน ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการสูญเสียอัตลักษณ์และคุณค่าดั้งเดิมของท้องถิ่น ตลอดจนทรัพยากรทางธรรมชาติภายในพื้นที่ขึ้นในอนาคตได้ คณะผู้วิจัยจึงได้ จัดทำโครงการวิจัยนี้ขึ้นเพื่อเป็นการศึกษาถึงผลกระทบจากการท่องเที่ยวของชุมชนชาวประมงในประเทศไทย และเพื่อสร้างแนวทางในการอนุรักษ์และการพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนชาวประมงที่มีความเหมาะสมกับทรัพยากรทางธรรมชาติ วิถีชีวิตและคุณค่าดั้งเดิมของท้องถิ่นที่จะเป็นการเพิ่มศักยภาพในการรองรับการเจริญเติบโตของการท่องเที่ยวและกิจกรรมการท่องเที่ยวที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยอาศัยกระบวนการในการสกัดองค์ความรู้จากกรณีศึกษาของแหล่งท่องเที่ยวที่มีลักษณะเป็นชุมชนชาวประมงในประเทศญี่ปุ่นที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวชาวไทยและเป็นไปตามหลักการเบื้องต้นของการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนขององค์กรการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ แล้ว นำองค์ความรู้ที่ได้นั้นมาจัดระบบให้เป็นหมวดหมู่ และประยุกต์ใช้ในพื้นที่เป้าหมาย ซึ่งผลการดำเนินการวิจัยทำให้เกิดกระบวนการในการสร้างแนวทางของการพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชน ผ่านปัจจัยด้านรูปแบบของกิจกรรมการท่องเที่ยว ปัจจัยด้านโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกสนับสนุนการท่องเที่ยว และปัจจัยด้านการอนุรักษ์และการพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนอย่างยั่งยืน โดยทั้ง 3 ปัจจัยดังกล่าวนั้นต้องทำงานสัมพันธ์กันภายใต้เงื่อนไขของการส่งเสริมกับศักยภาพที่มีอยู่เดิมของชุมชน
การพัฒนาธุรกิจสีเขียวตามแนวคิด BCG Economy ของวิสาหกิจชุมชนในจังหวัดกรุงเทพมหานคร
โครงการวิจัย เรื่อง การพัฒนาธุรกิจสีเขียวตามแนวคิด BCG Economy ของวิสาหกิจชุมชนในจังหวัด กรุงเทพมหานคร มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาแนวคิดและรูปแบบของธุรกิจสีเขียว 2) ศึกษาแนวคิด BCG Model ใช้ในการดำเนินธุรกิจสีเขียว และ 3) พัฒนาแนวทางการดำเนินธุรกิจสีเขียวตามแนวคิด BCG Model รูปแบบวิจัย เป็นการวิจัยเชิงพัฒนา โดยใช้วิธีการเก็บข้อมูลในหลายรูปแบบ ได้แก่ การสัมภาษณ์กลุ่ม การเก็บแบบสอบถาม และมีการจัดกิจกรรมในการส่งเสริมศักยภาพ กลุ่มวิสาหกิจชุมชน ได้แก่ การวิเคราะห์ศักยภาพชุมชนเพื่อการกำหนดกลยุทธ์ การพัฒนา การอบรมเชิงปฏิบัติการ เพื่อเพิ่มโอกาสความสำเร็จตามแนวคิด BCG Economy ผลการวิจัยผลิตภัณฑ์ชุมชนของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนหมู่บ้านปรีชา 10 โดยใช้เครื่องมือ SWOT analysis และ TOWS matrix พบว่าผลิตภัณฑ์ชุมชนของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านปรีชา 10 เป็นผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาชาวบ้าน เป็นผลิตภัณฑ์ที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม มีการนำทรัพยากรชีวภาพ และเทคโนโลยีมาช่วยยกระดับ และเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการ ผู้วิจัยมีการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการออกแบบตราผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ ให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนหมู่บ้านปรีชา 10 เพื่อให้กลุ่มวิสาหกิจมีทักษะและความรู้ในการออกแบบและพัฒนาบรรจุภัณฑ์เพื่อให้มีความหลากหลายและโดดเด่น น่าสนใจ และดึงดูดลูกค้า โดยมีการฝึกการออกแบบโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์อย่างง่าย การระดมสมองเพื่อสร้างต้นแบบตราสินค้า ฉลาก และบรรจุภัณฑ์ สอดคล้องกับแนวคิด เศรษฐกิจชีวภาพ BIO ECONOMY ความคิดเห็นของชาวบ้านในชุมชนเรื่องธุรกิจสีเขียว (Green Business) ชาวบ้านมองว่า ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนหมู่บ้านปรีชา 10 มีการบริหารทุกทรัพยากรให้ถูกใช้ไปอย่างคุ้มค่า รวมถึงการพยายามรักษาสิ่งแวดล้อม มีภาพพจน์ที่เป็นมิตรที่ดีต่อชุมชน มีการนำของเสียเช่น เปลือกมะนาว เปลือกสัปปะรด กลับมาใช้ใหม่ (Reuse) และการนำไปใช้งานด้านอื่นที่ผ่านกระบวนการจัดการใหม่ก่อนนำไปใช้งาน (Recycle) สอดคล้องกับแนวคิด Green Business ทำให้ส่งผลดีกับผลิตภัณฑ์ของวิสาหกิจชุมชนและป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ในทางบวก ในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งจะทำให้กลุ่มลูกค้าใหม่เกิดความศรัทธา และ Green Business เป็นวิธีการดึงดูดกลุ่มลูกค้าให้มีจำนวนเพิ่มขึ้นในกลุ่มที่มีความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม สามารถสร้างความโดดเด่น เมื่อเปรียบเทียบกับธุรกิจคู่แข่งที่ไม่ได้การรับรองการเป็นธุรกิจสีเขียว
การศึกษากลยุทธ์การพัฒนาเศรษฐกิจการท่องเที่ยวโดยส่งเสริมการใช้อัตลักษณ์ที่โดดเด่นของท้องถิ่น ตามโครงการหนึ่งเมืองท่องเที่ยว หนึ่งประสบการณ์ท้องถิ่น” ของจังหวัดนนทบุรี
การพัฒนาศักยภาพบุคลากรท้องถิ่นผ่านการขับเคลื่อนโครงการท่องเที่ยวที่มีคุณค่า ภายใต้ความร่วมมือของภาครัฐและภาคีเครือข่ายด้านการท่องเที่ยว ถือเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบเศรษฐกิจฐานราก งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากลยุทธ์การพัฒนาเศรษฐกิจท่องเที่ยว โดยส่งเสริมการใช้อัตลักษณ์ที่โดดเด่นของท้องถิ่น ตามโครงการหนึ่งเมืองท่องเที่ยวหนึ่งประสบการณ์ท้องถิ่น ของจังหวัดนนทบุรี พร้อมทั้งประเมินผลการดำเนินงานของโครงการเพื่อสังเคราะห์ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในอนาคต ระเบียบวิธีวิจัยใช้แนวทางการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยเก็บรวบรวมข้อมูลผ่านการสัมภาษณ์เชิงลึกและการจัดประชุมกลุ่มย่อยกับผู้ให้ข้อมูลหลักจำนวน 20 คน ซึ่งประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ภาครัฐและตัวแทนชุมชนในพื้นที่ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา (Thematic Analysis) ผลการวิจัยพบว่า โครงการดังกล่าวสามารถดึงศักยภาพด้านอัตลักษณ์ของจังหวัดนนทบุรี โดยเฉพาะวิถีชีวิตชุมชนริมน้ำ วิถีชาวสวน และตลาดพื้นถิ่น มาพัฒนาเป็นเส้นทางและกิจกรรมการท่องเที่ยวที่สร้างประสบการณ์ที่มีคุณค่าสำหรับนักท่องเที่ยว โดยการพัฒนาและอบรมเยาวชนในชุมชน ห้เป็นนักสื่อความหมายเชิงท้องถิ่น โดยใช้กระบวนการเล่าเรื่อง (Storytelling) เป็นเครื่องมือสื่อสาร นำไปสู่การสร้างเสน่ห์ของพื้นที่และความประทับใจในกลุ่มนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ โครงการยังส่งผลให้เกิดการจัดการแหล่งท่องเที่ยวอย่างเป็นระบบ มีการแบ่งบทบาทหน้าที่ในชุมชนอย่างชัดเจน และประชาชนในพื้นที่เกิดการมีส่วนร่วมอย่างเป็นรูปธรรมข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อการพัฒนาโครงการท่องเที่ยวในระยะต่อไป ได้แก่ การส่งเสริมเส้นทางเชื่อมโยงการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การพัฒนากิจกรรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ การยกระดับผลิตภัณฑ์และบริการของชุมชน การพัฒนาตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) และการเสริมสร้างขีดความสามารถของผู้ประกอบการท่องเที่ยวท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง
แนวทางการพัฒนากิจกรรมการท่องเที่ยวและการสื่อความหมายแหล่งท่องเที่ยวเพื่อนันทนาการ ณ สวนสัตว์บึงฉวาก จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อยกระดับเศรษฐกิจเมืองรอง
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์กิจกรรมการท่องเที่ยวและการสื่อความหมายของสวนสัตว์บึงฉวาก จังหวัดสุพรรณบุรีที่มีอยู่ปัจจุบัน และวางแนวทางการพัฒนากิจกรรมการท่องเที่ยวและการสื่อความหมายของสวนสัตว์บึงฉวาก จังหวัดสุพรรณบุรี การวิจัยในครั้งนี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยการสำรวจ และการสัมภาษณ์เชิงลึก จากกลุ่มผู้ให้ข้อมูลหลัก จำนวน 10 คน ทั้งหมด 2 ครั้ง เพื่อมาวิเคราะห์ข้อมูล และสรุปผลการศึกษาต่อไป ผลการศึกษาการวิจัย พบว่า การสำรวจด้านกิจกรรมของสวนสัตว์บึงฉวาก ประกอบไปด้วยกิจกรรมเดินชมสัตว์และให้อาหารสัตว์ กิจกรรมการอ่านป้ายข้อมูล กิจกรรมการชมนิทรรศการและสัตว์สตัฟฟ์ กิจกรรมชมวิวและถ่ายภาพ กิจกรรมตามเทศกาลต่าง ๆ และการทัศนศึกษาแบบหมู่คณะ ด้านการสื่อความหมาย ประกอบไปด้วยป้ายสื่อความหมายบริเวณกรงสัตว์ ป้ายแผนที่สวนสัตว์และป้ายบอกทางและสัญลักษณ์ต่าง ๆ สื่อดิจิทัลและรหัสคิวอาร์ (QR Code) เจ้าหน้าที่ประจำสวนสัตว์หรือวิทยากรบรรยาย และสื่อสิ่งพิมพ์ แนวทางการพัฒนาด้านกิจกรรมของสวนสัตว์บึงฉวาก ที่ควรทำมากที่สุด คือ พัฒนาการประชาสัมพันธ์ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายโดยใช้สื่อโซเชียล ในส่วนของแนวทางการพัฒนาการสื่อความหมายของสวนสัตว์บึงฉวาก ประเด็นที่สำคัญที่ควรพัฒนา คือ การพัฒนาโดยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่นอกเหนือจากการคิวอาร์โค้ด เช่น การใช้เทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม (Augmented Reality: AR) หรือแอปพลิเคชันบนอุปกรณ์พกพา เพื่อช่วยสร้างความน่าสนใจและประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้กับนักท่องเที่ยว