จำนวนงานวิจัย ( 3 )
นวัตกรรมการย้อมผ้าสีธรรมชาติจากภูมิปัญญาท้องถิ่นชาติพันธุ์กระเหรี่ยง ตำบลยางน้ำกลัดเหนือ จังหวัดเพชรบุรี
จากงานวิจัยเรื่องนวัตกรรมการย้อมผ้าสีธรรมชาติจากภูมิปัญญาท้องถิ่นกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง ตำบลยางน้ำกลัดเหนือ จังหวัดเพชรบุรี มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาภูมิปัญญาชาติพันธุ์กะเหรี่ยงสู่นวัตกรรมการย้อมผ้าสีธรรมชาติ 2) ย้อมผ้าสีธรรมชาติที่เหมาะสมจากภูมิปัญญาชาติพันธุ์กะเหรี่ยง มีวิธีการดำเนินงาน ดังนี้ ศึกษาภูมิปัญญาท้องถิ่นชาติพันธ์กะเหรี่ยงและวัตถุดิบในท้องถิ่นเพื่อนำไปสู่นวัตกรรมการย้อมผ้าสีธรรมชาติ ศึกษากระบวนการย้อมผ้า ทดลองการย้อมผ้าบนวัสดุ 2 ชนิด ๆ (เส้นด้ายและผืนผ้า) คัดเลือกเทคนิคการย้อมผ้า 3 สูตร ย้อมเส้นด้ายและผืนผ้าสำหรับผลิตภัณฑ์ผืนผ้า ออกแบบลายทอผ้าจากอัตลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่นชาติพันธ์กะเหรี่ยงจำนวน 10 แบบ คัดเลือกโดยการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนและผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 3 แบบ ผลิตผืนผ้าจากนวัตกรรมการย้อมสีบนวัสดุ 2 ชนิดๆ คือ เส้นด้าย และผืนผ้า รวม 6 ชิ้นงาน สอบถามความพึงพอใจจากบุคคลทั่วไปจำนวน 100 คน ทั่วไป โดยใช้แบบสอบถามแบบออนไลน์วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ ค่าร้อยละและค่าเฉลี่ย ผลการศึกษาพบว่าผู้ตอบแบบสอบถาม มีความพึงพอใจต่อผลิตภัณฑ์ ทั้ง 6 ชิ้นงานมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด โดยผลิตภัณฑ์จากเส้นด้าย กลุ่มที่ 3 ค่าเฉลี่ย 4.72 ผลิตภัณฑ์จากเส้นด้าย กลุ่มที่ 1 ค่าเฉลี่ย 4.69 และผลิตภัณฑ์จากเส้นด้ายกลุ่มที่ 2 ค่าเฉลี่ย 4.68 ตามลำดับ ส่วนผลิตภัณฑ์ จากผืนผ้า กลุ่มที่ 2 มีค่าเฉลี่ย 4.68 ผลิตภัณฑ์จากผืนผ้ากลุ่มที่ 1 มีค่าเฉลี่ย 4.64 และผลิตภัณฑ์จาก ผืนผ้ากลุ่มที่ 3 มีค่าเฉลี่ย 4.57 ผลความพึงพอใจต่อผลิตภัณฑ์ ทั้ง 6 ชิ้นงานมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยรวม 4.66
ผงสีจากใบขลู่สำหรับผลิตภัณฑ์งานประดิษฐ์จากผ้า เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าหัตถกรรมชุมชน อ.ขลุง จ.จันทบุรี
งานวิจัยนี้ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อผลิตผงสีจากใบขลู่สำหรับใช้ในผลิตภัณฑ์ผ้า เพื่อศึกษา คุณสมบัติการใช้ผงสีจากใบขลู่ในผลิตภัณฑ์ผ้า และเพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตผงสีจากใบขลู่ใน ผลิตภัณฑ์ผ้า ผลการวิจัยสรุป ดังนี้ จากการศึกษาการผลิตผงสีจากใบขลู่ พบว่าใบขลู่สามารถนำมาแปรรูปเป็นผงสีธรรมชาติได้ อย่างมีประสิทธิภาพ โดยผ่านกระบวนการอบแห้งและบดให้ละเอียดจนได้ผงสีที่มีลักษณะเป็นผงเนื้อ ละเอียดสีน้ำตาล มีกลิ่นหอมอ่อนตามธรรมชาติของใบสมุนไพร จากการทดลองพบว่า ใบขลู่แห้ง สามารถให้ผลผลิตของผงสีได้เฉลี่ยประมาณร้อยละ 25-30 ของน้ำหนักวัตถุดิบเริ่มต้น ซึ่งถือว่าเป็น ปริมาณที่เหมาะสมสำหรับการผลิตในระดับเบื้องต้น ผงสีที่ได้เมื่อนำไปพิมพ์ลายบนผ้า พบว่า ผ้าพิมพ์ ที่ไม่ผ่านการซักล้าง สามารถติดบนพื้นผิว ได้ดีสีที่ได้มีความคงทนในระดับมาก และได้สีปกติของสีผง ขลู่ ผ้าพิมพ์ที่ไม่แช่สารมอร์แดนท์ สามารถติดบนพื้นผิวมีสีอ่อน ผ้าพิมพ์ที่แช่สารส้ม สามารถติดบน พื้นผิวมีสีอ่อน และสีออกสีเหลือง ผ้าพิมพ์ที่แช่สนิมเหล็ก สามารถติดบนพื้นผิวได้ดี สีที่ได้มีความ คงทนในระดับมาก และได้สีเข้มมากขึ้น เมื่อใช้สนิมเหล็ก หรือเหล็กซัลเฟต เฉดสีบนผ้าที่พิมพ์ด้วยสีผงจากใบขลู่จะมีสีน้ำตาลเข้ม ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของเหล็กซัลเฟตไปเป็นรูปของเฟอริกโดยการทำปฏิกิริยากับ ออกซิเจนในอากาศ เหล็กในรูปเฟอรัสและเฟอริกมีอยู่ร่วมกันบนเส้นใยและสเปกตรัมของพวกมัน ซ้อนทับกัน ส่งผลให้เกิดการเลื่อนของค่า λmax และส่งผลให้สีเปลี่ยนไปเป็นเฉดสีที่เข้มขึ้น [1–2] นอกจากนี้ แทนนินในสารสกัดจากจากใบขลู่ [3-4] ยังรวมตัวกับเกลือของเหล็ก (เฟอร์รังซัลเฟต) เพื่อ สร้างสารประกอบเชิงซ้อน ซึ่งทำให้ผ้ามีเฉดสีเทาดำ และเข้มขึ้นเช่นกัน ในขณะที่ สารส้ม กลับลดค่า ความเข้มของสีลง ดังนั้นการนำเฉดสีที่ได้มาทำผลิตภัณฑ์ผ้าสามารถเลือกเฉดสีได้ตามการใช้งาน การถ่ายทอดองค์ความรู้และอบรมเชิงปฏิบัติการผงสีจากใบขลูสำหรับผลิตภัณฑ์งานประดิษฐ์ จากผาเพื่อเพิ่มมูลคาสินคาหัตถกรรมชุมชน อ.ขลุง จ.จันทบุรี ด้านการให้บริการของเจ้าหน้าที่ ระดับ ความพึงพอใจมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 4.90 ด้านวิทยากร ระดับความพึงพอใจมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 4.88 ด้านกระบวนการ/ขั้นตอนการให้บริการระดับความพึงพอใจมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 4.92 ด้านสิ่งอำนวย ความสะดวก ระดับความพึงพอใจมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 4.91 ด้านประโยชน์จากการรับบริการ ระดับ ความพึงพอใจมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 4.90 ความพึงพอใจในภาพรวมของโครงการ ระดับความพึงพอใจ มากที่สุด ค่าเฉลี่ย 4.93 ดังนั้นความพึงพอใจการให้บริการในด้านต่าง ๆ ที่มีต่อการจัดโครงการวิจัย อยู่ในระดับความพึงพอใจมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 4.90 คิดเป็นร้อยละ 98.00 ส่งผลให้เกิดการเรียนรู้และ ต่อยอดองค์ความรู้จากภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่การใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ผงสีจากใบขลู่มีข้อดี คือปลอดภัยต่อผู้ใช้ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
การสกัดสารให้สีจากใบมะม่วงและการใช้งานบนวัสดุสิ่งทอ
งานวิจัยนี้ได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับการนำสารให้สีสกัดจากใบมะม่วงมาใช้สำหรับงานให้สีบนวัสตุสิ่งทอ โดยการสกัดน้ำสีใช้อัตราส่วน โบมะม่วง 1 กรัม ต่อน้ำ 50 มิลลิลิตร ทำการสกัดสีดีที่อุณหภูมิ 100 องศาเซลเขียส นาน 60 นาที เมื่อน้ำน้ำสีที่ได้จากการสกัดมาย้อมบนผ้าในลอน ผ้าไหม และผ้าเรยอน ด้วยวิธีการย้อมแบบดูดซึม พบว่าน้ำสีที่ได้สามารถย้อมติดสึได้ดีบนผ้าไนลอนและผ้าไหม ในขณะที่สามารถย้อมติดสีบนผ้าเรยอนได้เล็กน้อย ซึ่งสามารถเพิ่มความสามารถในการติดสีของผ้าเรยอนได้ด้วยการตกแต่งด้วยสารเพิ่ม ประจุบวก ผ้าที่ผ่านการยัอมมีความคงทนของสีต่อการใช้งานอยู่ในเกณฑ์ดี และเมื่อศึกษาผลของการทำมอร์แดนท์ต่อลักษณะสีและสมบัติความคงทนของสีของผ้าที่ได้ โดยทำการทตสอบความคงหนของสีต่อการซักล้าง ความคงทนของสีต่อเหงื่อ และความคงทนของสีต่อการขัดถู ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 121 พบว่าการทำมอร์แดนท์หลังการย้อมสามารถปรับปรุงความคงทนของสีได้ ค่าความคงทนของสีต่อการซักล้างและความคงทนชองสีต่อการเหงื่อมีค่าอยู่ในระดับดี แต่ความคงทนของสีต่อการขัดถูในภาวะเปียกมีผลอยู่ในระดับปานกลาง โดยชนิดของสารมอร์แดนท์ที่ใช้มีผลต่อลักษณะสีของผ้าที่ได้หลังจากการทำมอร์แดนท์