จำนวนงานวิจัย ( 3 )

การเปิดรับสื่อรณรงค์เพื่อเตรียมความพร้อมตนเองเข้าสู่วัยเกษียณของกลุ่มวัยกลางคนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล
การเปิดรับสื่อรณรงค์เพื่อเตรียมความพร้อมตนเองเข้าสู่วัยเกษียณของกลุ่มวัยกลางคนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาปัจจัยส่วนบุคคลของกลุ่มวัยกลางคนที่มีความสัมพันธ์กับการเปิดรับสื่อรณรงค์เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยเกษียณ 2) เพื่อศึกษาความถี่ในการเปิดรับสื่อรณรงค์เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยเกษียณของกลุ่มวัยกลางคนที่มีความสัมพันธ์กับวิธีการเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยเกษียณของกลุ่มวัยกลางคน และ 3) เพื่อศึกษาการเปิดรับสื่อรณรงค์เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยเกษียณของกลุ่มวัยกลางคนที่มีความสัมพันธ์กับวิธีการเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยเกษียณของกลุ่มวัยกลางคน ผลการวิจัยพบว่า สมมุติฐานที่ 1 ปัจจัยส่วนบุคคลของกลุ่มวัยกลางคนมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับสื่อรณรงค์เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยเกษียณ ได้แก่ เพศ สถานภาพสมรส อายุ ระดับการศึกษา ระดับรายได้ อาชีพ ที่อยู่อาศัยปัจจุบัน ทรัพย์สิน การอยู่อาศัยร่วมบ้าน/ที่พักอาศัยปัจจุบัน สมมุติฐานที่ 2 ความถี่ในการเปิดรับสื่อรณรงค์เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยเกษียณของกลุ่มวัยกลางคนมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับระดับการรับรู้ข้อมูลการเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยเกษียณของกลุ่มวัยกลางคน ได้แก่ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ สื่อบุคคล สื่อสิ่งพิมพ์ เว็บไซต์ ไลน์ ติ๊กต่อก เอ็กซ์ สื่ออินเทอร์เน็ตประเภทพ็อดแคส ยูทูบ ทั้งนี้ เมื่อผู้รับสารมีความถี่ในการเปิดรับสื่อรณรงค์มากย่อมมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับความสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ประโยชน์ได้ สมมุติฐานที่ 3 การเปิดรับสื่อรณรงค์เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยเกษียณของกลุ่มวัยกลางคนมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับการเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยเกษียณ โดยแบ่งการเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยเกษียณของกลุ่มวัยกลางคนเป็นจำนวน 4 ด้าน ได้แก่ ความพร้อมทางด้านสุขภาพ ความพร้อมทางด้านสังคม ความพร้อมทางด้านเศรษฐกิจ และความพร้อมด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ซึ่งการเปิดรับสื่อเพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยเกษียณของกลุ่มวัยกลางคนมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับการเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยเกษียณในทุกด้าน

2567
การประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อเชิงวิถีชุมชนและยกระดับรายได้วิสาหกิจชุมชนด้วยระบบอัจฉริยะ วางแผนนำเที่ยวอัตโนมัติ
การประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อเชิงวิถีชุมชนและยกระดับรายได้วิสาหกิจชุมชนด้วยระบบอัจฉริยะ วางแผนนำเที่ยวอัตโนมัติ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาสื่อประชาสัมพันธ์เชิงวิถีชุมชน เพื่อออกแบบบรรจุภัณฑ์สินค้า และเพื่อพัฒนาระบบอัจฉริยะวางแผนนำเที่ยวอัตโนมัติ ซึ่งเป็นการวิจัยการวิจัยแบบผสมผสาน (mixed methods) ระหว่างการวิจัยเชิงปริมาณและการวิจัยเชิงคุณภาพ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 ท่าน และ ประชาชนที่สนใจท่องเที่ยวในจังหวัดอุทัยธานี จำนวน 400 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล ได้แก่ แบบสัมภาษณ์ และแบบสอบถาม ผลการศึกษาพบว่า สื่อประชาสัมพันธ์เชิงวิถีชุมชน มีคุณภาพอยู่ในระดับมากที่สุด กลุ่มตัวอย่าง มีความพึงพอใจสื่อประชาสัมพันธ์เชิงวิถีชุมชน โดยรวมมีระดับความพึงพอใจอยู่ในระดับดี ผลการออกแบบผลงานสร้างสรรค์ พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีความพึงพอใจด้านความพึงพอใจต่องานออกแบบบรรจุภัณฑ์ อยู่ในระดับมากที่สุด ผลการประเมินระบบอัจฉริยะวางแผนนำเที่ยวอัตโนมัติ กลุ่มตัวอย่างมีความพึงพอใจ ด้านข้อมูล ความพึงพอใจด้านการออกแบบ และความพึงพอใจด้านเทคนิคในระดับมากที่สุดในระดับมากที่สุด

2567
การพัฒนาสื่อเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวอัจฉริยะ (Smart Tourism) ของเมืองรอง กรณีศึกษาจังหวัดอุทัยธานี
การพัฒนาสื่อเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวอัจฉริยะ (Smart Tourism) ของเมืองรอง กรณีศึกษาจังหวัดอุทัยธานี

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1)พัฒนาสื่อเชิงโต้ตอบประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเมืองรอง 2) เพื่อ พัฒนาวีดิทัศน์ 360 องศาประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเมืองรอง 3) เพื่อหาคุณภาพของสื่อประชาสัมพันธ์ การท่องเที่ยวเมืองรอง และ 4) เพื่อหาความพึงพอใจและทัศนคติของผู้รับชมสื่อประชาสัมพันธ์การ ท่องเที่ยวเมืองรอง มีกลุ่มตัวอย่างเป็นนักท่องเที่ยว จานวน 400 คน ผลการวิจัยพบว่า 1) สื่อเชิงโต้ตอบ ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเมืองรองเป็นลักษณะแผนที่เชื่อมกับ Google Map สามารถเปิดดูภาพจากแต่ ละสถานที่แบบ 360 องศาได้ 2) วีดิทัศน์ 360 องศาประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเมืองรอง ประกอบด้วย สถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่น จานวน 10 สถานที่ในอาเภอบ้านไร่ 3) ผลคุณภาพของสื่อประชาสัมพันธ์การ ท่องเที่ยวเมืองรองจานวน 3 ท่าน อยู่ในระดับมากที่สุด (x ̅= 4.75, S.D.= 0.28) 4) ผลของความพึงพอใจ และทัศนคติของผู้รับชมสื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเมืองรอง อยู่ในระดับมากที่สุด (x ̅= 4.60, S.D.= 0.44)

2567